mainstand

Feature

โอตาคุน่องเหล็ก : 9 ท่าไม้ตายจากมังงะจักรยานแห่งยุค...ท่าไหนใช้ได้ในโลกจริง?



ถ้าวงการฟุตบอลมี “กัปตันซึบาสะ” วงการบาสเกตบอลมี “สแลมดังก์” วงการวอลเล่ย์บอลมี “ไฮคิว!! คู่ตบฟ้าประทาน” วงการจักรยานก็มี “โอตาคุน่องเหล็ก” นี่แหละ ที่ยืนหนึ่งเป็นมังงะยอดนิยมของประเภทกีฬาดังกล่าว


 

ด้วยเนื้อเรื่องที่ย่อยง่าย อ่านสนุกน่าติดตาม และที่สำคัญคือปลุกไฟในการออกไปปั่นจักรยานให้กับเหล่านักอ่านได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้นับตั้งแต่วางจำหน่ายครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2008 จนถึงวันนี้เวลาก็ล่วงเลยมากว่า 11 ปีแล้ว มีหนังสือรวมเล่มออกมาแล้วทั้งหมด 63 เล่ม และยังไม่มีทีท่าว่าจะถึงตอนจบภายในเร็ววัน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ โอตาคุน่องเหล็ก จะขึ้นแท่นเป็นมังงะจักรยานที่มียอดขายสูงที่สุดตลอดกาล

นอกจากเนื้อเรื่องเข้มข้นที่สามารถดึงนักอ่านให้รู้สึกเหมือนได้ไปปั่นจักรยานข้างๆ ตัวละครในเรื่องแล้ว อีกหนึ่งเสน่ห์ของโอตาคุน่องเหล็กคือบรรดา “ท่าไม้ตาย” แปลกๆ ที่เหล่าตัวละครนำมาใช้ให้ได้เห็นกันตลอด บางท่าก็ “ว้าว” บางท่าก็ “อะไรวะเนี่ย!” ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องนี้กัน

Main Stand ขอเสนอ 9 ท่าไม้ตายจากมังงะจักรยานแห่งยุค ที่เห็นแล้วต้องร้องว่า “แบบนี้ก็ได้เหรอ!”

 

Love Hime (โอโนดะ ซาคามิจิ)

นี่คือท่าไม้ตายประจำตัว โอโนดะ ซาคามิจิ พระเอกของเรื่อง โอตาคุผู้คลั่งไคล้อนิเมะเรื่อง “Love Hime” จนยอมอดทนปั่นจักรยานหลายสิบกิโลเมตรทุกอาทิตย์เพื่อไป “อากิบาฮาระ” ดินแดนสวรรค์ของเหล่าโอตาคุ ซึ่งกิจวัตรนี้เองทำให้เขากลายเป็นนักปั่นจอมอึดโดยไม่รู้ตัว จนจับพลัดจับผลูเข้าเป็นสมาชิกชมรมจักรยานของโรงเรียนโซโฮคุ

ท่านี้ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่สามารถนำเสนอความเป็นโอตาคุของโอโนดะออกมาได้เป็นอย่างดี นั่นคือเมื่อไรที่เขารู้สึกเหนื่อยล้า ร่างกายไม่อาจฝืนปั่นต่อไปได้ไหวแล้ว เขาจะร้องเพลงประกอบอนิเมะ Love Hime ออกมา และทันใดนั้นร่างกายของเขาก็จะมีพลังเพิ่มขึ้นมาทันที สามารถควบจักรยานคู่ใจไปข้างหน้าพิชิตชัยชนะได้ในท้ายที่สุด

หลายคนอาจจะคิดว่าโม้ แต่ผลการวิจัยของหลายฝ่ายต่างบอกตรงกันว่า เสียงเพลงจากการร้อง หรือแม้แต่การฟัง ช่วยให้นักกีฬามีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากขึ้น นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยเมื่อปี 2010 โดย จิม วอเตอร์เฮาส์ ที่ชี้ชัดว่า ยิ่งเพลงที่ร้องหรือฟังมีจังหวะเร็วขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งกระตุ้นให้ปั่นจักรยานได้เร็วขึ้นอีก โดยจังหวะเพลงที่เหมาะสมควรอยู่ในช่วง 120-140 bpm (ครั้งต่อนาที)

 

Dancing (มิตโดสึจิ อากิระ)

นี่คือตัวละครที่มีทั้งคนรักและเกลียดพอๆ กัน มิตโดสึจิมีเอกลักษณ์ชัดเจน ด้วยบุคลิกที่บางครั้งก็ดูบ้าบอจนยากเกินคาดเดา มาพร้อมกับร่างกายสูงยาวจนดูเก้งก้าง แต่ด้วยรูปร่างแบบนี้แหละทำให้มิตโดสึจึมีท่าไม้ตายสุดโหดที่ไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบ

Dancing คือการเอนตัวไปด้านหน้าจักรยานจนสุดเหยียด ซึ่งถึงจะดูเป็นท่าทางที่พิลึกผิดธรรมชาติ แต่ท่านี้ประโยชน์ของมันคือการเอาชนะคู่แข่งที่ร้ายกาจที่สุดของเหล่านักปั่นอย่าง “แรงลมต้าน” และเมื่อมีแรงต้านน้อยกว่า มิตโดสึจิจึงสามารถปั่นได้เร็วกว่าคนอื่นในการออกแรงเท่ากัน

ซึ่งจะว่าไปแล้วท่า Dancing ก็คือหนึ่งในท่าสามัญของเหล่านักปั่น ที่บางครั้งก็ใช้การเอนตัวไปด้านหน้า จัดระเบียบร่างกายให้ลดแรงลมต้านมากที่สุด เหมือนอย่างที่ วินเซนโซ่ นิบาลี่ หนึ่งในนักปั่นที่สามารถคว้าแชมป์จักรยานทางไกลครบทั้ง 3 รายการใหญ่ (ตูร์ เดอ ฟรองซ์, จิโร่ ดิตาเลีย, บูเอลต้า เอสปันญ่า) ใช้ท่า Back Horizontal ที่พยายามยืดตัวไปข้างหน้าให้ไกลที่สุด โดยรักษาตำแหน่งหลังให้ขนานไปกับพื้นในการปั่น

แต่ต้องยอมรับว่า การเอนตัวไปข้างหน้าได้ยาวๆ โดยไม่ใช้ส่วนหนึ่งของร่างกายแนบไปกับจักรยานแบบเดียวกับมิตโดสึจินั้น ยากเกินกว่าที่จะทำตามกันง่ายๆ อย่างแท้จริง และนั่นทำให้การเลียนแบบท่า Dancing ในโลกความจริงหลายๆ ครั้ง ต้องใช้การทำตัวแนบติดกับจักรยานช่วย ซึ่งมีตัวอย่างจากมังงะเรื่องนี้นำเสนอในท่าถัดๆ ไป

 

Armstrong Climb (นารุโกะ โชคิจิ)


Photo : www.padpadblog.com

สมาชิกทีมจักรยานโรงเรียนโซโฮคุ เขาคือสปรินท์เตอร์ตัวจี๊ดแห่ง “นานิวะ” ก่อนจะเปลี่ยนเป็นนักปั่นประเภทออลอราวด์ในภายหลัง นารุโกะมีท่าไม้ตายด้วยกันหลายท่า แต่ที่โดดเด่นที่สุดน่าจะเป็น “Armstrong Climb” ที่ใช้เพิ่มความเร็วในการวิ่งทางลาด โดยเลื่อนน้ำหนักตัวของเขาไปข้างหน้า นั่งบนขอบด้านหน้าของอาน จับแฮนด์ด้านล่าง ก่อนจะพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม

ซึ่งจะว่าไป การเลื่อนน้ำหนักตัวไปข้างหน้า และนั่งบนขอบด้านหน้าของอาน ก็คือสิ่งที่นักปั่นในโลกจริงทำเป็นปกติเวลาปั่นขึ้นเขาอยู่แล้ว จะต่างก็ตรงที่การจับแฮนด์ ที่ทั่วไปมักจะจับด้านบน เพื่อช่วยในเรื่องของการหายใจให้สะดวกขึ้น 

 

Wings (มานามิ ซังกาคุ)


Photo : blog.xuite.net

นักปั่นผู้ร่าเริงจากโรงเรียนฮาโกเนะ เขาคือผู้เชี่ยวชาญด้านการหยั่งรู้ทิศทางลม ซึ่งความสามารถนี้นำไปสู่ท่าไม้ตาย “Wings” ที่เน้นการอ่านทิศทางลมเป็นสำคัญ โดยมานามิจะปั่นไปตามจังหวะปกติของตัวเอง ไม่เร่งความเร็ว จนบางครั้งก็โดนนักปั่นคนอื่นแซงหน้าไป แต่เมื่อลมมาในทิศทางที่เขาต้องการ พริบตานั้นเขาจะเร่งสปรินท์ด้วยความเร็วสูง อาศัยแรงลมช่วยส่ง จนทำให้เขาดูเหมือนมีปีกงอกมาจากแผ่นหลังทะยานแซงหน้าทุกคนจนขึ้นเป็นผู้นำ

ซึ่งในโลกของความจริง ก็มีเหตุการณ์ที่นักปั่นอาศัยลมช่วยในการโจมตีทำเวลาเช่นกัน โดยหนึ่งในเหตุการณ์อันเป็นที่จดจำสุดๆ เกิดขึ้นใน ตูร์ เดอ ฟรองซ์ ปี 2016 สเตจ 11 ที่ คริส ฟรูม กับ เกอร์แรน โธมัส และ ปีเตอร์ ซากัน กับ มาร์เซล บ็อดนาร์ ฉกฉวยจังหวะที่กระแสลมข้างกำลังพัดใส่เปโลตอง (กลุ่มใหญ่ในการแข่งจักรยาน) ปั่นทำเวลาทิ้งกลุ่มใหญ่แบบขาดลอย ก่อนที่ซากันจะชนะไปในสเตจนั้น

 

Supersonic Human Bullet (โอยากิ ฮาจิเมะ)


Photo : yowamushipedal.fandom.com

อีกหนึ่งนักปั่นจากโรงเรียนโซโฮคุ เขาไม่ได้เป็นคนที่มีฝีมือโดดเด่น ไม่ได้เร็วกว่าใคร ไม่ได้อึดกว่าใคร แต่เขาคือคนที่ทีมจะขาดไม่ได้ เพราะทักษะที่สำคัญของเขาคือการช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีม ในฐานะ “โดเมสติก” (Domestique) และหนึ่งในนั้นคือท่า “Supersonic Human Bullet” โดยโอยากิจะสูบลมปริมาณมากเข้าสู่ร่างกายจะตัวพองกลม ก่อนจะปล่อยมันออกมา ซึ่งในช่วงเวลานั้นความเร็วในการปั่นจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ข้อเสียของท่านี้คือใช้ได้ในระยะเวลาไม่นาน เหมาะกับการใช้เป็นเกราะกำบังลมให้เพื่อร่วมทีมในช่วงเวลาสั้นๆ

อย่างไรก็ตาม ความเว่อร์ตั้งแต่การสูบลมเข้าทางปากก่อนจะปลดปล่อยออกมานี้ ทำให้นี่คือท่าที่ดูจะเป็นไปไม่ได้เลยในการทำบนโลกแห่งความจริงโดยปริยาย

 

Fighting Dog of Kure (มาชิมิยะ อิคิจิ)

นักปั่นจากโรงเรียนเทคนิคคุเรมินามิ-ฮิโรชิม่า ผู้มาพร้อมบุคลิกเกรี้ยวกราด เช่นเดียวกับท่าไม้ตายของเขาที่ต้องเป็นคนมุทะลุเท่านั้นจึงสามารถทำได้ เพราะ Fighting Dog of Kure คือท่าที่ต้องกดอกลงต่ำไปแนบกับแฮนด์จักรยานโดยให้เหลือช่องว่างให้น้อยที่สุดจนเสี่ยงที่จะเกิดอาการบาดเจ็บ เทคนิคนี้ทำให้สะบักของเขายื่นออกมาจากหลัง ซึ่งนั่นทำให้ตัวเขาลู่ไปกับลมได้ดี และสามารถควบจักรยานไปด้วยความเร็วสูง

แม้จะมีความเสี่ยงกับอาการบาดเจ็บ แต่ความลู่ลมที่ท่าดังกล่าวสร้างขึ้นนั้นถือว่าคุ้มค่าต่อการเสี่ยง เมื่อสามารถช่วยให้ไปได้เร็วกว่าเดิม เราจึงได้เห็นนักจักรยานตัวท็อปอย่าง คริส ฟรูม หรือ ปีเตอร์ ซากัน ใช้การทำตัวแนบติดกับจักรยาน เพื่อยืดร่างกายตัวเองไปข้างหน้าในการโจมตีทำเวลา ซึ่งหากจะพูดว่าเป็นการประสานท่า Dancing กับ Fighting Dog of Kure มารวมกันคงไม่ผิดอะไร

อย่างไรก็ตาม ท่าของทั้งคู่นั้นก็ถือว่าสุดๆ ไปอีกแบบ เพราะเพื่อทำให้ลู่ลมมากที่สุด พวกเขาจึงต้องนำตัวเองไปนั่งบนเฟรมของจักรยานเลยทีเดียว

 

Forest Ninja / Sleeping Beauty (โทโดะ จินปาชิ)


Photo : mutsumi326.pixnet.net

นักปั่นจากโรงเรียนฮาโกเนะ ผู้มาพร้อมกับหน้าตาที่สะกดใจสาวๆ ได้อยู่หมัด บุคลิกร่าเริง เปี่ยมล้นกับพลังงาน ซึ่งขัดกับวิธีการปั่นจักรยานของเขาเสียเหลือเกิน เพราะท่า Forest Ninja หรือ Sleeping Beauty คือเทคนิคการปั่นด้วยความเงียบ เงียบจนไม่มีใครรับรู้การมีตัวตนอยู่ของเขา รู้ตัวอีกทีโทโดะก็แซงหน้าไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย

นี่คือท่าไม้ตายที่ดูจะเหมาะกับเหล่าเบรกอเวย์ หรือกลุ่มนักปั่นที่ชอบฉีกหนีกลุ่มเปโลตองหวังจะเข้าเส้นชัยก่อนอยู่ไม่น้อย แต่เนื่องจากการแข่งจักรยานคือกีฬาที่ต้องทำงานกันเป็นทีม เซนส์ของเปโลตองโดยทั่วไปจึงแรงเสียจนสามารถตามไปจับกลุ่มได้เมื่อมีเบรกอเวย์อยู่เสมอ ยกเว้นเสียแต่สถานการณ์เข้าทางเบรกอเวย์จนกลุ่มใหญ่ไล่ตามไม่ทัน หรือผู้นำเวลารวม ซึ่งมีสถานะเป็นผู้คุมเกมหลายๆ เห็นว่าไม่ถึงกับเสียเปรียบในภาพรวม

 

Real Form (มิตโดสึจิ อากิระ)

อีกหนึ่งท่าไม้ตายของมิตโดสึจิ นักปั่นสุดเพี้ยน และท่านี้ยิ่งตอกย้ำความ “ไม่เหมือนใคร” ของเขาให้เด่นชัดกว่าเดิม มันคือการเปิดเผยร่างที่แท้จริงของมิตโดสึจิ เหมือนกับผีเสื้อที่ทะยานออกจากดักแด้ โดยเมื่อมิตโดสึจิจะใช้ท่านี้ เขาจะม้วนแขนเสื้อ ขากางเกงให้สั้นลง ก่อนจะขยายลำคอ นั่นทำให้เขาสามารถปลดปล่อยพลังกล้ามเนื้อที่เก็บซ่อนไว้ออกมาได้อย่างเต็มที่ และเมื่อร่างที่แท้จริงเสร็จสมบูรณ์ ความเร็วในการปั่นของมิตโดสึจิก็เพิ่มขึ้นมหาศาลภายในพริบตา

ซึ่งเพียงคำบรรยายเท่านี้ ทุกๆ คนคงเห็นตรงกันว่า ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ทำในโลกแห่งความจริงไม่ได้อย่างแน่นอน

 

Grasshopper (มิตโดสึจิ อากิระ)

ปิดท้ายด้วยมิตโดสึจิคนดีคนเดิม เพราะในเรื่องโอตาคุน่องเหล็ก เขานี่แหละคือคนที่มีท่าไม้ตายประหลาดๆ จนไม่อยากเชื่อสายตามากที่สุดแล้ว และ Grasshopper คือท่าที่เพี้ยนที่สุดของเขาก็ว่าได้ ท่านี้คล้ายกับ Dancing เพียงแต่มันคือเวอร์ชั่นที่พัฒนาขึ้น ความแตกต่างคือท่านี้ร่างกายของมิตโดสึจิจะขนานเป็นเส้นตรงไปกับพื้น คล้ายกับตั๊กแตน ส่งผลให้แทบจะไม่มีแรงต้านจากลมมาเป็นอุปสรรคในการปั่นเลย

และแม้การทำร่างกายให้เป็นเส้นตรงจะเป็นเทคนิคที่นักกีฬาชั้นยอดหลายคนใช้ แต่กับการยืดเหยียดร่างกายได้ขนาดที่เห็นในภาพ เชื่อว่าทุกคนคงเห็นตรงกันอีกครั้งว่า ไม่น่าจะมีใครบนโลกแห่งความจริงทำได้เช่นกัน



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เพรียวพันธ์​ แสน​ลาวัณย์​ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง