mainstand

Feature

คดีฆาตกรรม ‘ลอเรนเซ่น ไรท์’ นักบาสขวัญใจชาวเมมฟิสที่ถูกไขผ่านนิยาย, แม่ และ ปืน



คืนหนึ่งในปี 2010 "เมมฟิส" เมืองหนึ่งทางตอนตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกาเกิดเรื่องวุ่นวาย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งเมืองถูกเกณฑ์ให้ออกตามหาคนหาย ซึ่งเป็นอดีตนักบาสเกตบอลของทีม เมมฟิส กริซลี่ย์ส ที่หายตัวไปแบบไร้ร่องรอย

ลอเรนเซ่น ไรท์ อาจจะไม่ใช่นักบาสที่เก่งระดับตำนาน แต่ครั้งหนึ่งเขาเคยถูกเลือกให้เป็นว่าที่นักบาสระดับแถวหน้า หลังจากถูกดราฟต์เข้าสู่ระบบลีกของ NBA ในรอบแรกของปี 1996 และยังเล่นใน "ลีกที่ดีที่สุดของโลก" เป็นระยะเวลานานถึง 13 ปีอีกด้วย ที่สำคัญ เขาคือชาว เมมฟิส ที่ถูกคนทั้งเมืองเรียกว่า "ลูกชาย"

อย่างไรก็ตามในวันที่เขากำลังมาถึงช่วงขาลง เขากลับเสียชีวิตหลังจากมาเยี่ยมลูกๆ ทั้ง 6 คนในเมืองที่มีปัญหาอาชญากรรมมากที่สุดในอเมริกา

หลายคนคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ จนเรื่องเงียบหายไป 4 ปี เหลือเพียงคนเดียวที่ไม่ยอมแพ้และขุดคดีขึ้นมาหาคนผิดให้จงได้...นั่นคือแม่ของเขาเอง

เรื่องราวการตายที่เกี่ยวพันกับแก๊ง, กลุ่มอาชญากร และความซับซ้อนซ่อนเงื่อนเป็นเช่นไร? ติดตามได้ที่นี่

ลอเรนเซ่น ไรท์


Phoro : ABCNews

ไรท์ เป็นผู้เล่นที่สามารถเล่นในตำแหน่ง เพาเวอร์ฟอเวิร์ด หรือ เซ็นเตอร์ ก็ได้ทั้งนั้น ด้วยความสูงที่มากถึง 211 เซนติเมตร ทำให้เขายังพอใช้ข้อได้เปรียบส่วนนี้หากินบนเส้นทางยัดห่วงได้

แน่นอนการเป็นนักกีฬาทำให้เขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี เขาเป็นสตาร์ในระดับบาสมหาวิทยาลัยและได้หัวใจสาวฮ็อตที่ชื่อว่า เชอร์ร่า มาครอง ทั้งสองคนแต่งงานกันตั้งแต่ก่อนที่ตัวของ ลอเรนเซ่น จะถูกดราฟต์เข้าระบบลีกเสียด้วยซ้ำไป 

แม้จะเป็นการเริ่มต้นตั้งสร้างครอบครัวตั้งแต่วัยทีน แต่ดูเหมือนว่าความรักของทั้งสองคนนั้นคือรักแท้ ที่ต่างคนต่างพร้อมลงหลักปักฐาน ทั้งคู่เริ่มมีลูกคนแรกหลังจากแต่งงาน 1 ปี จากนั้นคนที่ 2, 3, 4, 5 และ 6 ก็ตามมาติดๆ

อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงจุดหนึ่ง ซึ่งตามวิถีนักกีฬาคือต้องเปลี่ยนที่ย้ายเมืองบ่อยๆ ตามต้นสังกัดที่อยู่ ไรท์ และ เชอร์ร่า ก็มีอันต้องห่างกันโดยเหลือความสัมพันธ์ของพ่อและแม่ของลูกเท่านั้น ตัวของ ไรท์ ต้องย้ายไปเล่นให้กับหลายทีมทั่วประเทศ ขณะที่ เชอร์ร่า เลือกที่จะเลี้ยงลูกอยู่ที่ เมมฟิส บ้านเก่าของครอบครัวเอง

กาลเวลาหมุนผ่านมาถึงปี 2010 ตัวของ ไรท์ ก็อายุ 34 ปี ซึ่งถือว่าเป็นช่วงขาลงของนักบาส แถมยังไม่มีต้นสังกัดมานานถึง 1 ปี แต่ด้วยความที่ยังมีลูกๆ ให้ต้องรับผิดชอบ เขาจึงเริ่มมองหาโอกาสไปเล่นในต่างแดน ที่ที่เขายังสามารถเล่นได้ และมียังมีรายได้ก้อนใหญ่รออยู่ ไม่ว่าจะใน จีน หรือทวีปยุโรปก็ตาม 


Photo : Bossip

ก่อนที่ ลอเรนเซ่น ไรท์ จะทันได้ตัดสินใจอะไร เขาก็เลือกที่จะออกจาก แอตแลนต้า เมืองที่เขาอาศัยอยู่ ไปยัง เมมฟิส เพื่อเยี่ยมลูกๆ ทั้ง 6 คนก่อน เขาตั้งใจจะมาชาร์จแบตร่างกายให้เต็มที่ แล้วจากนั้นค่อยพิจารณาเรื่องการหาทีมเล่นใหม่อีกครั้ง

ช่วงเวลาที่อยู่ที่ เมมฟิส เป็นไปอย่างสุขสันต์ เขาได้เจอกับลูกๆ และอดีตภรรยา ตามเดิมนั้นเขามีกำหนดจะพักที่นี่เป็นสัปดาห์ ทว่าหลังจากมาถึงได้ไม่กี่วันและได้เจอหน้าครอบครัว เขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย หลังออกจากบ้านในคืนวันที่ 18 กรกฎาคม 2010 จนคนรอบข้างเริ่มสังเกต

เดโบราห์ แม่ของเขาเป็นคนแรกที่สงสัยเรื่องนี้ เธอติดต่อกับ ลอเรนเซ่น ไม่ได้เป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์แล้ว ไม่ต้องสงสัย มีบางอย่างผิดปกติ และความกลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายก็ผุดขึ้นมา

เธอโทรแจ้ง 911 หลังจากนั้นก็เริ่มมีการออกค้นหา และเมื่อนั้นเองสิ่งที่เธอกลัวที่สุดก็เกิดขึ้น ลอเรนเซ่น ไรท์ ถูกพบเป็นศพในทุ่งนาแห่งหนึ่งเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2010 ร่างกายที่เคยใหญ่โตระดับประกบยักษ์อย่าง ชาคีลล์ โอนีลล์ ได้ ถูกดินธรรมชาติกัดกร่อนจนเหลือน้ำหนักแค่ไม่ถึง 50 กิโลกรัมเท่านั้น...แน่นอนเขาตายแล้ว แต่ปัญหาคือเขาต้องโดนฝังอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่กี่วันแล้วจึงอยู่ในสภาพนี้ได้?


Photo : Amazon 

แรกเริ่มเดิมทีตำรวจเชื่อว่าเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ เนื่องจากในปี 2010 ที่ เมมฟิส มีคดีฆาตกรรมมาแล้วถึง 88 คดีก่อนมาถึงคราวของ ลอเรนเซ่น และจากประวัติของ ลอเรนเซ่น ที่ FBI มีก็สามารถโยงไปถึงเรื่องของแก๊งได้เช่นกัน

ในปี 2008 ลอเรนเซ่น ไรท์ ที่ทำเงินตลอดอาชีพมากว่า 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เกิดถังแตก เขาขายรถ เมอร์เซเดส เบนซ์, คาดิลแลค และอีกหลายคันให้กับคนสนิทของเขา ซึ่งเป็นหนึ่งในแก๊งค้ายาเม็กซิกันในพื้นที่เมมฟิส ซึ่งเรื่องมันน่าจะเกี่ยวกับแก๊งเข้าไปอีกเมื่อ ปปส. ของอเมริกาบุกยึดทรัพย์แก๊งค้ายาแก๊งหนึ่งได้ และพบว่ารถเบนซ์และคาดิแล็คของเขาอยู่ในนั้นด้วย มันคือรถที่ยังเป็นชื่อของ ไรท์ อยู่เลย

สมาชิกแก๊งที่โดนจับเข้าคุกไป ว่ากันว่ามีเงินหมุนเวียนในแก๊งถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ถูกขนไปยังเม็กซิโก ทว่าไม่มีหลักฐานที่แน่นพอจะบอกว่า ลอเรนเซ่น ไรท์ เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ 

เมมฟิส ไม่ยอมจบ 

ช่วงเวลาปี 2007-09 ที่เป็นช่วงขาลงของ ไรท์ ทั้งในสนามและในชีวิตจริงนั้นเขาต้องพบปัญหาหลายเรื่อง ภรรยาของเขาเผยในภายหลังว่า เธอมักจะโดนทำร้ายจาก ไรท์ อยู่เสมอ นอกจากนี้ยังมีเรื่องผู้หญิงอื่นที่เข้ามาเกี่ยวพันอีกมากมาย จนสุดท้ายเธอจึงยอมหย่ากับเขาและขอเลี้ยงลูกเพียงลำพัง พร้อมค่าเลี้ยงดูบุตรที่ ไรท์ จะต้องจ่ายอีกเดือนละ 26,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ

เรื่องดังกล่าวจึงทำให้ ไรท์ เป็นคนไม่ค่อยอยู่ติดบ้านโดยเฉพาะช่วงที่อยู่ที่ เมมฟิส เพราะเขาเป็นขวัญใจของคนที่นี่ตั้งแต่เล่นบาสระดับมหาวิทยาลัยแล้ว นอกจากนี้เขายังเคยมาเล่นให้กับ เมมฟิส กริซลี่ย์ส ถึง 5 ปี เขาบอกเสมอว่าตัวเองรักที่นี่และ เมมฟิส เป็นเหมือนบ้านของเขา อย่างไรก็ตามการอยู่นานเป็นเหมือนดาบ 2 คม เพราะคนที่เข้าหาเขานั้นส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลมืดและพวกแก๊งทั้งนั้น


Photo : Getty Images

การตายของหนึ่งใน "คนมีหน้ามีตา" ของ เมมฟิส ทำให้เรื่องนี้ต้องถูกสืบอย่างจริงจัง อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น ปัญหาอาชญากรรมในเมมฟิส ทำให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองนักสืบไปโดยปริยาย ทั้งนักสืบสมัครเล่นและนักสืบอาชีพทั้งหลายจึงอยากไขคดีที่ตำรวจฟันธงก่อนหน้านี้ว่า "ไม่มีเหตุจูงใจ" ว่าแท้จริงแล้วใครกันแน่ที่ฆ่า ลอเรนเซ่น ไรท์ และมีรางวัลสำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์ถึง 21,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ อีกด้วย 

"คดีฆาตกรรมที่เมมฟิส ได้เปลี่ยนเมืองนี้ไปเลย ในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้า ทุกคนอยากรู้ความจริงเกี่ยวกับลูกชายของเมืองนี้ผู้จากไป" กอฟฟ์ คิลกินส์ คอลัมนิสต์รายหนึ่งเขียนเรื่องดังกล่าวลงในนิตยสาร Time 

ทุกคนอยากรู้และมั่นใจว่านี่ไม่ใช่การฆาตกรรมธรรมดาแบบไร้เหตุจูงใจ แรกเริ่มเมื่อมีการสืบขยายผล มีการพบว่ามีการโทรแจ้งเหตุกับ 911 แล้ว 1 ครั้ง ในคืนวันที่ 19 กรกฎาคม แต่เพิ่งมารู้ภายหลังว่าเป็นเสียงของ ลอเรนเซ่น

"เสียงปืน เสียงปืน โถ่เว้ย!" นี่คือสิ่งที่เจ้าหน้าที่ได้ยินผ่านสายโทรศัพท์ มีแค่นั้น และไม่มากพอที่จะทำให้ใครออกมาตามหาเขา และนี่คือจุดเริ่มต้นของเหล่านักสืบที่ได้ค้นว่าแท้จริงแล้วใครฆ่าเขาด้วยกระสุนปืนถึง 11 นัด โดยมี 2 นัดที่เจาะจงไปที่หัวของเขา 

แพทริเซีย โคลแมน เพื่อนบ้านของ ไรท์ เล่าว่าเธอเห็นบางสิ่งที่ประหลาดและไม่มีบ้านไหนเขาทำกัน นั่นคือในคืนวันเกิดเหตุ บ้านของ ไรท์ ก่อไฟในสวนหลังบ้าน ทั้งๆ ที่ค่ำคืนนั้นคือคืนที่ร้อนที่สุดในปี 2010

เชอร์ร่า ภรรยาของ ไรท์ เริ่มบอกกับตำรวจว่าในคืนเกิดเหตุ ไรท์ ทำตัวเหมือนที่เคยทำ นั่นคือการมีเพื่อนเป็นเหล่าอาชญากร และออกจากบ้านตอนดึกๆ อยู่บ่อยๆ โดยเดินทางออกไปพร้อมกับคนที่เธอไม่รู้จัก เขาขึ้นรถเก๋งไปพร้อมกับเงินสดอีก 110,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และยาเสพติด

บ้านหลังนั้นของ ไรท์ และ เชอร์ร่า ถูกนักสืบเข้าไปหาหลักฐานเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ ขณะที่ตัวของเธอนั้นเป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีในฐานะคนใกล้ชิดที่สุด ดังนั้นเธอต้องไปปรากฎตัวต่อคณะลูกขุนในชั้นศาลตลอดในฐานะพยาน

เรื่องเงียบ...

เวลาผ่านไปถึง 4 ปี จนแล้วจนรอดข้อมูลที่ชี้ตัวคนผิดก็ยังไม่เคยบังเกิด และคดีก็เริ่มจะหายเงียบไปอย่างไรก็ตาม ในวันที่ 15 กันยายน 2014 เฮิร์บ ไรท์ ผู้เป็นพ่อของ ลอเรนเซ่น ตัดสินใจมาขึ้นศาลด้วยปัญหาใหม่ นั่นคือเขาต้องการที่จะปลด เชอร์ร่า ออกจากผู้ดูแลทรัพย์สินของ ลอเรนเซ่น ไรท์ ทั้งหมด 

เฮิร์บ สงสัยว่าเงินที่ลูกชายของเขาหาไว้ รวมถึงเงินจากประกันชีวิตจำนวน 1 ล้านเหรียญ จะต้องหมดไปในเร็ววันหาก เชอร์ร่า ยังเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินเหล่านี้อยู่ เนื่องจากจริงๆ แล้ว ลอเรนเซ่น ยกทั้งหมดให้ลูกๆของเขา เพียงแต่เด็กๆ ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ทำให้แม่ของลูกต้องเป็นผู้ดูแล

เฮิร์บ อยู่นิ่งไม่ไหวเพราะ เชอร์ร่า ใช้เงินหมดไปแล้วกว่า 950,000 เหรียญ ทั้งการซื้อบ้านในเมืองอีดส์ รัฐเทนเนสซี่ และเมืองเกรียร์ เฟอร์รี่ รัฐอาร์คันซอ อีกทั้งยังมีรถยนต์หรูและทริปท่องเที่ยวอีกมากมาย นอกจากนี้ เชอร์ร่า ยังแต่งงานใหม่ไปแล้วอีกด้วย  

ขณะที่ เดโบราห์ ผู้เป็นแม่ของ ลอเรนเซ่น ก็เป็นคนสุดท้ายที่ยังดิ้นรนหาความจริง เธอบอกว่าคดีนี้ไม่ใช่ถูกเบรกไว้เฉยๆ แต่มันเหมือนกับถูกแช่แข็งไว้และไม่คิดจะเอามันมาทบทวนเลย

"คุณไม่มีทางรู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะหลักฐานที่ให้มาของแต่ละพยานมันย้อนกันมั่วไปหมด" เจ้าหน้าที่ บัดดี้ แชปแมน กล่าว 

เดโบราห์ ใช้ความโกรธนี้ให้เป็นพลัง เธอใช้เวลาถึง 5 ปีในการสืบแบบเรื่องนี้ด้วยตนเอง เธอเก็บบันทึกต่างๆ และหัวข้อข่าว หรืออะไรก็ตามที่น่าสนใจเอาไว้ทั้งหมด และมั่นใจว่าถ้าจับคนร้ายไม่ได้ เธอตายตาไม่หลับแน่นอน

"ฉันจะสู้เพื่อลูกชาย ตอนนี้ชื่อของเขาถูกขว้างลงถังขยะที่ชื่อ เมมฟิส ตราบใดที่เลือดในตัวของฉันยังไหลเวียน ฉันจะต้องทำอะไรซักอย่าง ฉันไม่เคยเหนื่อยที่จะทำให้อะไรให้กับลูกของฉัน ไม่มีใครทำให้ฉันล้มเลิกเรื่องนี้ได้"

ขุดหลุมฝังตัวเอง

เหตุผลที่ เดโบราห์ เชื่อมั่นมากๆ ว่าจะจับตัวคนร้ายได้ เนื่องจากเธอได้อ่านวรรณกรรมเรื่องหนึ่งที่ชื่อว่า  "Mr. Tell Me Anything"

นิยายเรื่องนี้บอกเล่าถึงอดีตนักบาส NBA คนหนึ่งที่ร่ำรวย แต่สุดท้ายทรยศภรรยาและครอบครัวด้วยการเสพเฮโรอีนไปพร้อมกับการคบชู้ให้เธอเห็นต่อหน้าต่อตา...ในเรื่องนักบาสเกตบอลคนนั้นตาย และคนเขียนวรรณกรรมเรื่องที่ว่านี้คือ เชอร์ร่า อดีตภรรยาของ ลอเรนเซ่น ที่แต่งงานใหม่ไปแล้วในเวลานี้ 

เธอคิดไว้ในใจว่า ข้อสันนิษฐานที่ว่าเหตุฆาตกรรมมาจากการจ้างวานฆ่าโดยมีแก๊งเมมฟิสเป็นผู้เกี่ยวข้อง ทำให้เรื่องเงียบมาหลายปี ยกเว้นเธอเท่านั้นที่ไม่หยุด

"ฉันไม่ได้กลัวความตายและฉันจะไม่หยุดเล่นเกมนี้" นี่คือสิ่งที่เธอเขียนไว้บนหน้าปกสมุดเก็บข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับเหตุการณ์เสียชีวิตของลูกชายเธอ เธอหมกหมุ่นกับเรื่องนี้จนนักจิตวิทยาบอกให้ปล่อยวาง แต่เธอมั่นใจว่าเธอไม่ได้คิดไปเอง คำเตือนของใครก็ตามไม่มีผลกับเธอในตอนนี้

แรงแค้นของ เดโบราห์ นำมาซึ่งเบาะแสเล็กบ้างใหญ่บ้างประกอบกันไป และสุดท้ายโชคก็เข้าข้าง เมื่อมีการพบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุฆาตกรรมในวันนั้น จากการเก็บกู้ในทะเลสาบที่เมืองวอลนัท รัฐมิสซิสซิปปี้ 

เมื่อเจอปืนทุกอย่างก็ง่ายดายมาก หลักฐานจากปืนกระบอกนั้นนำไปสู่การจับกุม บิลลี่ เรย์ เทอร์เนอร์ เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กและผู้ดูแลโบสถ์คอลเลียร์วิลล์...ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ เชอร์ร่า ไปเป็นประจำทุกสัปดาห์

จิ๊กซอว์โดนต่อไปเรื่อยทีละตัวๆ จนกระทั่งสุดท้าย บิลลี่ เทอร์เนอร์ ให้การต่อว่า เชอร์ร่า คือผู้จ้างวานและร่วมมือฆ่า ลอเรนเซ่น อดีตสามีของเธอเอง เธอบอกให้เขาพยายามฆ่า ลอเรนเซ่น ตั้งแต่ตอนอยู่บ้านที่แอตแลนต้าแล้ว แต่การพยายามฆ่าครั้งนั้นล้มเหลว ดังนั้นการวางแผนมาฆ่าในเมมฟิสซึ่งเป็นถิ่นฐานที่พวกเขาทั้งคู่คุ้นเคยจะเป็นอะไรที่ลงมือง่ายกว่าแน่นอน 

และสุดท้าย เชอร์ร่า ก็โดนต้อนจนจนมุม ต้องยอมรับว่าเธอเป็นคนที่เอาปืนไปทิ้งในทะเลสาบเอง จากพยาน เธอเปลี่ยนสถานะกลายเป็นจำเลยที่ต้องขึ้นศาล และในการพิพากษาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2019 ศาลอนุญาตให้แค่ เดโบราห์ และครอบครัวของ ลอเรนเซ่น เข้าไปฟังเท่านั้น

เดโบราห์ อธิบายภายหลังว่า เธอฟังการว่าความนั้นอย่างมีความสุข เมื่อคนที่ฆ่าลูกชายของเธอ เชอร์ร่า ไรท์ ถูกตัดสินว่ามีความผิดและต้องติดคุก 30 ปี

แม้ว่าทนายของ เชอร์ร่า จะชี้ว่าการฆ่าครั้งนี้มีเหตุจากความรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะลอเรนเซ่นลงมือทำร้ายเธอมาหลายปีและเธอก็เบื่อหน่าย จนสุดท้ายก็ตัดสินใจจบปัญหานี้ ส่วนเงินประกัน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากประกันชีวิต เธอให้การว่านั่นไม่ใช่เหตุจูงใจอย่างที่ใครคาดการณ์ แต่สุดท้ายไม่ว่าจะให้การแบบไหน เธอก็ถูกขังคุกในรัฐแคลิฟอร์เนียจนได้ 

นี่คือเรื่องราวของการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับลูกชายและการไม่ยอมแพ้ของ เดโบราห์ ผู้เป็นแม่อย่างแท้จริง ในวันที่ทุกคนลืมเธอจำฝังใจ ไฟในใจของเธอเริ่มจากกองเล็กจนมันสามารถลุกลามเป็นวงกว้างและจับคนผิดได้ในท้ายที่สุด...

คดีดังกล่าวสร้างแรงกระเพื่อมให้กับ เมมฟิส อย่างแท้จริง เมืองนี้ที่เป็นเมืองที่มีสถิติอาชญากรรมสูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของ อเมริกา จะกลายเป็นเมืองที่มีขื่อมีแปมากขึ้น และอย่างน้อยๆ เหล่าฆาตกรจะไม่ได้ลอยนวลง่ายๆ อีกต่อไป 

อ้างอิงโดย

https://www.si.com/nba/2015/10/19/lorenzen-wright-murder-mystery-memphis-grizzlies
https://www.theguardian.com/sport/2019/jul/25/lorenzen-wright-nba-murder-ex-wife-pleads-guilty
https://wreg.com/killing-lorenzen-love-basketball-murder/
https://www.commercialappeal.com/story/news/2019/05/28/lorenzen-wrights-disappearance-and-killing-timeline/2524278002/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง