FEATURE

พี่บิ๊กสร้างได้ : วิทยาศาสตร์ช่วย "ยานนิส อันเททูคุมโป" โตขึ้นแบบเหลือเชื่อ | Main Stand



แม้บาสเกตบอล NBA จะเป็นสถานที่รวมดาวรุ่ง, จอมเก่า และยอดนักบาสเกตบอลที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์และทักษะจากทั่วทุกมุมโลก กระทั่งตัวสำรองที่ไม่ค่อยได้ลงสนามใน NBA ยังถูกกล่าวกันเล่นๆ ว่า "ถ้าไปเล่นอาชีพนอก NBA จะกลายเป็นเทพในทันที" แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ถึงพวกเขาจะได้อยู่บนเวทีอันดับหนึ่งแล้ว การพัฒนา คือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง


 

เพราะเห็นได้ชัดเลยว่า นักบาสเกตบอลที่มาเล่นใน NBA ต่างมีพัฒนาการที่เห็นเด่นชัดเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นทางด้านฝีมือ, ทักษะ รวมไปถึงร่างกาย ซึ่งสิ่งที่สร้างความแตกต่างระหว่างนักบาส NBA และนักบาสจากลีกอื่นๆ นั่นก็คือ "วิทยาศาสตร์การกีฬา" นั่นเอง

ซึ่งหากจะหานักบาสเกตบอลยุคปัจจุบันที่ได้วิทยาศาสตร์การกีฬาช่วยพัฒนาจนแข็งแกร่งขึ้นในทุกด้านมาสักคน ... ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ยานนิส อันเททูคุมโป (Giannis Antetokounmpo) นักบาสเกตบอลนามสกุลยาวจนต้องขอเรียกกันสั้น ๆ ว่า "กรีก ฟรีค" (Greek Freak), "จีเอ" (GA) หรือเรียกเพียงชื่อตัวว่า "ยานนิส" เจ้าของส่วนสูง 6 ฟุต 11 นิ้ว หรือ 211 เซนติเมตร กับน้ำหนัก 242 ปอนด์ หรือ 110 กิโลกรัม ด้วยวัยเพียง 26 ปี คือคน ๆ นั้น

 

เริ่มต้นช้า พัฒนาไว

ยานนิสเกิดและเติบโตที่ประเทศกรีซ โดยสืบเชื้อสายมาจากผู้อพยพชาวไนจีเรีย แถมเป็นคนที่เริ่มเล่นบาสเกตบอลช้ามากๆ เพราะเขาเริ่มต้นจับลูกบาสเกตบอลเมื่อวัย 13 ปี ในปี 2007 ซึ่งถือว่าช้าสำหรับเด็กยุโรปที่จะเริ่มเล่นอาชีพ ทว่าหากย้อนกลับไปดูถึงครอบครัวอาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เนื่องจากครอบครัวของยานนิสนั้นยากจนข้นแค้นตามสูตรสำเร็จของผู้อพยพเพื่อมาแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า ทำให้ตัวเขาและ ธานาซิส พี่ชาย ต้องช่วยที่บ้านด้วยการเปิดแผงขายของแบกะดิน ซึ่งสินค้าที่ขายอย่าง แว่นกันแดด, กระเป๋าและนาฬิกานั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ผิดลิขสิทธิ์เต็ม ๆ


Photo : Fastbreak Daily

แต่ถึงจะเริ่มต้นบนเส้นทางสายนี้ช้ากว่าหลายคน ด้วยทักษะและความปราดเปรียว ทำให้ยานนิสเติบโตบนเส้นทางสายนี้อย่างรวดเร็ว เพราะเพียง 2 ปีหลังจากนั้น คือปี 2009 ยานนิสก็ได้ลงเล่นในเกมทางการให้กับ ฟิลาธิติกอส (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น อีเอฟเอโอ โซกราฟู) ชุดเยาวชน ก่อนขึ้นชั้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2011 ขณะที่ทีมอยู่ในลีก บี หรือลีกอันดับ 3 ของบาสเกตบอลอาชีพที่กรีซ ซึ่งในตอนที่ลงเล่นให้กับ ฟิลาธิติกอส เขามีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น ก่อนที่ความสามารถของเขาจะไปต้องตา มิลวอกี้ บัคส์ ที่ตัดสินใจดราฟท์เข้ามาเล่นอาชีพใน NBA ตอนอายุ 19 ปีในปี 2013

อันที่จริง ด้วยวัยดังกล่าวมันก็ไม่แปลก เพราะระบบ NBA ในปัจจุบันนั้นเอื้อให้กับเด็กที่อายุเพียง 19 ปีสามารถเข้าดราฟท์เพื่อมาเล่นใน NBA ได้ ซึ่งยานนิสก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ความน่าแปลกและน่าทึ่งคือ เมื่อเข้ามาเล่นใน NBA ปีแรกของเขากับบัคส์นั้น ยานนิสสูงเพียง 6 ฟุต 8 นิ้วครึ่ง และหนักเพียง 196 ปอนด์ หากตีเป็นเลขที่เราคุ้นกันคือ 204 เซนติเมตรกับ 89 กิโลกรัม เพียงเท่านั้น

Photo : @jackw_44

เรื่องส่วนสูงไม่ถือว่าเป็นประเด็น เพราะยานนิสนั้นสูงมากเมื่อเทียบกับอายุ แต่น้ำหนักของเขาเพียงแค่ 196 ปอนด์เนี่ยสิ มันเป็นเรตน้ำหนักของผู้เล่นตำแหน่งชู้ตติ้งการ์ดที่สูงเพียง 6 ฟุต 4 นิ้ว หรือ 6 ฟุต 5 นิ้ว (193-196 เซนติเมตร) ไม่ใช่ฟอร์เวิร์ดตำแหน่งถนัดของเขา แถมกล้ามเนื้อนั้นยังไม่มีเลย ... สื่อบางสื่อยังบอกด้วยซ้ำว่า เขาเหมือนกระดูกเดินได้ ความสูงและน้ำหนักกับกล้ามเนื้อของยานนิสถือว่าต่ำกว่าที่ควรจะเป็น และต่ำกว่ามาตรฐานเสียด้วยซ้ำ แต่ผ่านมาเพียง 4-5 ปี ยานนิสคนก่อนกับคนใหม่นั้น ต่างกันมาก ไม่ว่าจะเป็นส่วนสูงที่สูงขึ้น 2 นิ้ว แถมน้ำหนักเพิ่มอีก 46 ปอนด์ และยังอุดมไปด้วย กล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ ... ยานนิสทำมันได้อย่างไร

 

วิทยาศาสตร์ช่วยได้

พื้นเพของยานนิส ด้วยความที่คุณพ่อเขาเป็นนักฟุตบอล และคุณแม่เป็นนักกีฬากระโดดสูงมาก่อน รวมถึงครอบครัวนั้นเป็นครอบครัวอพยพและต้องสู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็กอย่างที่ได้กล่าวไป ทำให้ยานนิสนั้นมีความอดทน และใจสู้ติดตัวมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว ทำให้ไม่ว่าจะมีอะไรยานนิสนั้น ต้องลุย ต้องสู้เพื่อให้ได้มันมา

แต่สำหรับเรื่องร่างกายในการเป็นนักบาสเกตบอล ... ช่วงแรกหลายเสียงสบประมาทเขาว่า ไม่มีร่างกายที่เหมาะกับ NBA เลยสักนิด แต่ทางทีมบัคส์ไม่คิดเช่นนั้น ดร.ทรอย ฟลานาแกน แพทย์ประจำทีมได้มีการตรวจร่างกายของยานนิสอย่างละเอียด พร้อมกับบอกว่าร่างกายของเด็กหนุ่มคนนี้มีความสมดุลและแข็งแกร่งมากอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องทำเสริมคือ สร้างร่างกายให้มีน้ำหนักมากขึ้นจนเหมาะกับการเล่นบาสใน NBA โดยการปรับกล้ามเนื้อ, ปรับรูปแบบการใช้ชีวิต, การกิน, มวลกล้ามเนื้อทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง ถึงกระนั้น ก็ต้องไม่ให้ความว่องไว และความคล่องตัวตกลงไป และนั่นคือโจทย์ของ ดร.ทรอย ที่จะต้องทำมันให้ได้


Photo : @jackw_44

ในช่วงแรกนั้นเขาถูกสตาฟฟ์โค้ชและนักวิทยาศาสตร์การกีฬาของทีมจับเล่นแอโรบิค พร้อมกับสร้างความยืดหยุ่นให้มากขึ้น ส่วนสาเหตุที่ต้องมีการขุนร่างกายของยานนิสนั้น สตาฟทีมบัคส์ได้บอกสั้นๆ ว่า "ร่างกายของเขาไม่เหมาะที่จะเล่น NBA" ขณะที่ จอห์น แฮมมอนด์ ผู้จัดการทีมของบัคส์ในขณะนั้นเผยว่า "ผมเชื่อว่าเขาจะเติบโตมากในอนาคต เขามีความพิเศษ เราอยากทำให้เขาเป็นนักบาสเกตบอลที่ดีที่สุดของโลก เพราะเขามีรูปร่างที่ต่างจากคนทั่ว ๆ ไป"

สิ่งที่แฮมมอนด์บอกนั้นไม่ใช่ส่วนสูง แต่คือ วิงสแปน (วัดความยาวจากแขนขวาถึงแขนซ้ายตอนเหยียดสุด) ที่ของยานนิสยาวถึง 7 ฟุต 3 นิ้ว มากกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั่วไปที่จะเท่ากับส่วนสูง) ไม่เพียงเท่านั้น เขามีนิ้วมือที่ยาวมาก เพราะเมื่อกางมือออกจนสุด จากปลายนิ้วโป้งของเขาห่างจากนิ้วก้อยถึง 12 นิ้ว หรือ 30 เซนติเมตร พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ มือของเขาใหญ่มาก

ทีนี้เรามาดูกันตรงพัฒนาการในเรื่องความสูงและน้ำหนักของยานนิสกันบ้าง

ปี 2013 : สูง 6 ฟุต 8 นิ้วครึ่ง (204 เซนติเมตร) หนัก 196 ปอนด์ (89 กิโลกรัม) และสูงเพิ่มอีก 2 นิ้ว (5 เซนติเมตร) ในปีแรกของการเล่นอาชีพใน NBA
ปี 2017 : สูง 6 ฟุต 11 นิ้ว (211 เซนติเมตร) หนัก 227 ปอนด์ (103 กิโลกรัม)
ปี 2019 : สูง 6 ฟุต 11 นิ้ว (211 เซนติเมตร) หนัก 242 ปอนด์ (110 กิโลกรัม)


Photo : NBA - NBC Sports

ภายในระยะเวลา 6 ปี ส่วนสูงของเขาเพิ่มถึง 2 นิ้วครึ่ง (7 เซนติเมตร) และน้ำหนักเพิ่มถึง 46 ปอนด์ (21 กิโลกรัม) ซึ่งทั้งหมดแทบจะเป็นกล้ามเนื้อล้วน ๆ ... เขาทำได้อย่างไร ? ความลับของยานนิสที่เจ้าตัวเคยได้บอกกับ ESPN นั้นไม่ใช่สิ่งที่พิเศษลับเฉพาะเลย

 

สำคัญที่วินัย

"ผมรักในการซ้อม ผมเข้าฟิตเนสทุกวันนับตั้งแต่ผมเข้าลีกมา ผมไม่ใช่คนชอบยอมแพ้ ผมถูกปลูกฝัง มาตั้งแต่เด็กแล้วว่าให้ต่อสู้ ถ้าเราสู้เราจะมีชีวิตที่ดีขึ้น" และหากดูที่โปรแกรมการกิน ยานนิสกินวันละประมาณ 6 มื้อตามปกติของนักบาส NBA อย่าง เลบรอน เจมส์ หรือ สเตฟเฟ่น เคอร์รี่ ที่ทำเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ


Photo : NBA - NBC Sports

อาหารที่ทางทีมโภชนาการของทีมบัคส์นั้นให้ยานนิสกินทุก วัน คือจะเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูง และทุก ๆ มื้อยานนิสนั้นจะรีเควสขอแซนด์วิชไข่, ผลไม้, พาสต้า ซึ่งทีมโภชนาการก็เพิ่มอกไก่ให้กับเขาไปอีกด้วย โดยเจ้าตัวยอมรับว่า "บางครั้ง ผมก็เบื่อนะ ก็เอาพวกนี้ไปปั่น ๆ แล้วก็กิน มันก็ให้รสชาติที่ดีเหมือนกัน"

อย่างไรก็ตาม แม้ยานนิสจะกินอาหารที่นักโภชนาการของทีมนั้นทำให้ แต่ตบท้ายทุก ๆ วันก่อนนอน หรือทุก ๆ ครั้งที่มีโอกาส เขาจะขอให้แม่นั้นทำอาหารกรีกเป็น Cheat Meal หรือมื้อปล่อยผีให้เขากินเสมอ "ผมจะรอให้แม่ของผมทำอาหารกรีก พวกเนื้อแกะ เนื้อไก่ย่าง พายผักขมให้ผมกิน เพราะมันแซบที่สุดเลย"


Photo : My Greek Dish

เรื่องโภชนาการผ่านไปแล้ว คราวนี้มาดูเรื่องารฝึกซ้อมกันบ้าง ซึ่งตารางการซ้อมของยานนิสเพื่อสร้างกล้ามเนื้อนอกจากโภชนาการทางอาหาร ในทุก ๆ วันที่ไม่มีการแข่งขันและนอกเหนือจากการซ้อมปกติ จะเป็นดังนี้

9.00 น. : เข้าเล่นเวทเทรนนิ่ง โดยเน้นส่วนขา กระโดดเชือก เวทบริเวณน่อง และความแข็งแกร่งของสะโพก กับโค้ช โรเบิร์ต แฮคเก็ต ซึ่งก่อนเริ่ม เขาจะต้องชั่งน้ำหนัก และวัดมวลกล้ามเนื้อทุกครั้งด้วย
10.00 น. : ซ้อมฟุตเวิร์คกับสปีด รวมถึงซ้อมกระโดดติดต่อกัน อาทิ กระโดดแตะจุดสูงสุดเหนือห่วง (สูงไปอีกประมาณ 12 ฟุต หรือ 30 เซนติเมตร) หลายครั้งติดต่อกัน ซึ่งโค้ชแฮคเก็ตจะเน้นความสม่ำเสมอ และจำนวน

เมื่อเสร็จการซ้อมการกระโดดแล้ว ยานนิสจะมีการเล่นเวทเทรนนิ่งกล้ามเนื้อช่วงบน เน้นบริเวณไหล่ อก และกล้ามท้องโดยโค้ชแฮคเก็ตคนเดิม


Photo : BR

ส่วนในช่วงบ่ายจะเป็นการซ้อมส่วนตัวของเขา อาทิ การคอนโทรลบอล, การสปีด, การซ้อมยิงระยะกลาง, วงนอก และลูกโทษ แต่ที่นอกเหนือจากนั้นคือยานนิสจะมีการซ้อมดังค์ด้วย

โรเบิร์ต แฮคเกต เทรนเนอร์ที่คอยดูแลยานนิส บอกว่า สิ่งหนึ่งที่สามารถจะพัฒนาผู้เล่นให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นได้คือ อาหารและการเทรนนิ่ง "ในกรณีของยานนิสนั้นเราได้มีการประชุมกับนักโภชนาการของทีม โดยปกติแล้วนักกีฬาทุกคนจะมีปัญหาด้านอาหารบ้าง แต่ในรายของยานนิส ทุกอย่างไม่มีปัญหา เรามีการพูดคุยเกี่ยวกับเมนู และตารางเวลาออกกำลังกายในแต่ละวัน รวมถึงต้องมีการปรับหลายสิ่งหลายอย่าง เรามีการจ้างพ่อครัวส่วนตัวให้กับ เขาเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กับเขา โดยเน้นไปที่โปรตีน"

จากสิ่งที่แฮคเกตเห็นมาตลอดคือ ผู้เล่นใน NBA หลายต่อหลายคนไม่สนใจสิ่งนี้ และมีความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารไม่เพียงพอ หลายคนไปกินแต่ฟาสต์ฟู้ดทำให้ร่างกายนั้นไม่เฟิร์มอย่างที่ควรเป็น และไม่สามารถรีดศักยภาพออกมาได้ "ผมนำเรื่องนี้ไปคุยกับยานนิส เขาเข้าใจดีมาก และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะเขาอยากจะมีสุขภาพ และอยากมีร่างกายที่ดี" ซึ่งอีกส่วนหนึ่งที่ยานนิสนั้นอยากมีร่างกายที่ยอดเยียม เพราะเขามีความฝันว่าหลังจากรีไทร์ใน NBA แล้วเขาอยากที่จะไปเล่นอาชีพที่กรีซ ประเทศบ้านเกิด

 

ทุกคนคือคู่แข่ง

แม้ว่าตารางซ้อมนี้จะต้องทำแทบทุกวัน แต่ยานนิสนั้นกลับไม่เคยบ่นหรือปริปากเบื่อเลย ยิ่งไปกว่านั้น บุคลิกส่วนตัวนั้นเขาเป็นคนที่จริงจังมาก ๆ อย่างเช่นในทุก ๆ ช่วงซัมเมอร์ นักบาสดาวดังหลายคนจาก NBA อาทิ เลบรอน เจมส์, คาร์เมโล่ แอนโธนี่, คริส พอล, เจมส์ ฮาร์เด้น, รัสเซล เวสต์บรูค, เควิน ดูแรนท์ และอีกหลายคนจะไปซ้อมร่วมกัน เพื่อจะพัฒนาฝีมือ และเฮฮากันนอกรอบ


Photo : WRUF.com

แน่นอน ยานนิส ที่ปัจจุบันก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งดาวดัง ก็ถูกชักชวนให้ไปซ้อมด้วยกันในแทบทุกปี แต่สิ่งที่ตอบกลับมาจากยานนิสคือ "ผมอยากที่จะซ้อมคนเดียว" พูดให้ชัด ๆ ก็คือ เป็นการปฏิเสธนั่นแหละ

เจ้าตัวให้เหตุผลในการที่ไม่อยากจะไปซ้อมกับคนอื่นง่าย ๆ ว่า หากทำเช่นนั้น เขาจะเกิดความรู้สึกว่าเวลาเจอกันในสนามจะไม่สามารถเล่นกันได้อย่างเต็มที่ ไม่สามารถอัดและเล่นจริง ๆ จัง ๆ กันได้ เพราะถ้าไปซ้อมด้วยกันจะเกิดความรู้สึกว่า "เฮ้ย นี่เพื่อนกัน"

แต่แน่นอน การเรียนรู้จากคนเก่งๆ มันพัฒนาฝีมือได้จริง ซึ่งยานนิสก็เข้าใจจุดนี้ แต่เขาเลือกที่จะซ้อมกับคนที่เขาอยากจะเรียนรู้จริง ๆ มากกว่า ซึ่ง โคบี้ ไบรอันท์ คือคนที่ยานนิสขอให้มาช่วยสอนเขาแบบตัวต่อตัวอยู่ตลอด ก่อนที่ "Black Mamba" จะจากโลกนี้ไปเมื่อต้นปี 2020 ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมต้องเป็นโคบี้นั้นก็ง่าย ๆ ... เขาเลิกเล่นไปแล้วนั่นเอง

นอกจากนั้นยานนิสยังบอกว่า "แรงกระตุ้นของผมที่ทำให้ผมซ้อมหนักมากทั้งเวทเทรนนิ่ง, กินอาหารที่บางอย่างไม่ได้อร่อยกับผมสักเท่าไหร่ รวมถึงซ้อมทุก ๆ อย่างที่หนักมาก ๆ คือ ผมแคปหน้าจอของคนที่คอมเมนท์หรือพูดแง่ลบกับผมมาอยู่ในโทรศัพท์ บางอันผมเลือกไว้เป็นภาพหน้าจอเลย ผมเอาไว้ดูเพื่อให้มันเป็นแรงผลักดัน แรงกระตุ้นผม"

แม้ว่าสตาร์หลายคนจะไม่สามารถดึงยานนิสไปเล่นซ้อมกันช่วงปิดฤดูกาลได้ แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไร ซ้ำยังมีแต่คำชมให้กับกรีกฟรีค โดยเฉพาะ เลบรอน เจมส์ ที่บอกว่า ตั้งแต่ดูเด็กคนนี้มาตั้งแต่วันที่เข้าเล่นใน NBA ยานนิสพัฒนาขึ้นทุกปี มีพัฒนาการทั้งในทางด้านร่างกายและจิตใจอย่างมาก จนอนาคตเขามั่นใจว่าจะเป็นซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 ของลีกเลย ซึ่งสอดคล้องกับ โคบี้ ไบรอันท์ ที่ยกย่องด้วยเช่นเดียวกันว่า "ยานนิสจะเป็นเบอร์ 1 ของลีกในอีกไม่ช้า และตำแหน่ง MVP จะไม่หนีไปไหนจากเขาแน่นอน"

ด้วยพัฒนาการทางด้านกล้ามเนื้อ, ร่างกาย, จิตใจ และทักษะทางบาสเกตบอลที่เพิ่มขึ้น แน่นอน มันสะท้อนได้อย่างชัดเจนเวลาเทียบค่าเลเวลพลังในเกมส์ยอดนิยม NBA 2K … เพราะย้อนไปในภาค NBA 2K14 ซึ่งเป็นภาคแรกที่มียานนิสในเกม ค่าพลังของเขาอยู่ที่เพียง 60 เท่านั้น ก่อนจะเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ NBA 2K15 ค่าพลังเพิ่มเป็น 74 ส่วน NBA 2K16 ค่าพลังเป็น 80 หลังจากนั้นค่าพลังก็เพิ่มในทุกปี จนในภาค NBA 2K21 มีค่าพลังสูงถึง 97 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตัวท็อปของเกมเลยทีเดียว


Photo : The Lead Sports Media

แน่นอน โปรแกรมหลายอย่างที่ยานนิสเจอ มันช่างน่าเบื่อและซ้ำซาก แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขายังคงทำอยู่เพราะเขาอยากที่จะพาทีมคว้าแชมป์ NBA ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในชีวิตของเขา ถึงขนาดที่เจ้าตัวเคยบอกกับ ฟอกซ์ สปอร์ตส์ ว่า "ผมจะไม่ไปไหน จนกว่าจะพาบัคส์คว้าแชมป์ NBA" นั่นทำให้ทุก ๆ โปรแกรมนั้นเขาทำมันเต็มที่

บวกกับยานนิสนั้นเป็นคนที่มีวินัยสูงมาก เพราะคุณพ่อของเขาที่เป็นนักฟุตบอลอาชีพ และคุณแม่ที่เป็นนักกระโดดสูง ได้พร่ำสอนมาเสมอคือ วินัยและความอดทน "ผมไม่รู้ว่าจะเพิ่มความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายของผมยังไง แต่อะไรก็ตามที่โค้ชบอกให้ทำเพื่อจะให้แข็งแกร่งขึ้น ผมทำมันหมดโดยไม่มีข้อแม้ ผมหวังจะเพิ่มน้ำหนัก จะเพิ่มกล้ามเนื้อ ผมต้องทำมัน เพื่อที่จะทำให้ผมสามารถคงอยู่ในลีกนี้ได้อย่างยาวนาน เป้าหมายของผมคือซ้อมอย่างหนัก และแสดงให้ทุก ๆ คนเห็นผลลัพธ์"

และฟอร์มการเล่นในสนาม ตลอดจนรางวัลต่าง ๆ ทั้งผู้เล่นพัฒนาการยอดเยี่ยมปี 2017, MVP ผู้เล่นทรงคุณค่า 2 สมัย ปี 2019 และ 2020 รวมถึงการนำ มิลวอกี้ บัคส์ คว้าแชมป์ NBA ครั้งแรกในรอบ 50 ปี ควบตำแหน่ง MVP รอบชิงชนะเลิศในปี 2021 ก็ได้พิสูจน์ถึงคำพูดและความพยายามของยานนิสอย่างชัดแจ้งแล้วว่า พรแสวง คือสิ่งที่ทำให้เขาก้าวมาถึงจุดที่ได้รับการขนานนามเป็น "ปีศาจ" แห่ง NBA อย่างไม่ต้องสงสัยเลยแม้แต่น้อย



AUTHOR

วัชรินทร์​ จัตุชัย​

-แชมป์แฟนพันธ์แท้บาสเกตบอล NBA -ผู้บรรยายบาสเกตบอล NBA ทาง true visions -นักการตลาด วิทยากรและอาจารย์ ตามบริษัท องค์กร หน่วยงานต่างๆ -CEO The Team Training Co.,Ltd -Marketing Director MAdZ Music Entertainment Co.,Ltd
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x