FEATURE

Seiko Save The Ocean #7 : ความงดงามแห่งแอนตาร์กติกา



แอนตาร์กติกา คือดินแดนที่หนาวที่สุดในโลก ที่มีความสำคัญและเป็นตัวชี้วัดด้านสภาพแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศของทั้งโลกโดยแท้จริง เพราะประมาณร้อยละ 98 ของ แอนตาร์กติกา ปกคลุมด้วยแผ่นน้ำแข็ง ซึ่งมีความหนาเฉลี่ย 1.6 กิโลเมตร น้ำแข็งทั้งหมดบนทวีปนี้ เทียบได้ราวร้อยละ 90 ของน้ำแข็งทั้งหมดบนโลก 


 

ดังนั้นหากแอนตาร์กติกา ล่มสลายหรือน้ำแข็งละลาย ก็หมายความว่าโลกของเราอาจกำลังเกิดวิกฤติที่ต้องการความใส่ใจ  แอนตาร์กติกา จึงเป็นเหมือนนาฬิกาปลุกที่ส่งสัญญาณให้มนุษยชาติ เริ่มเอาใจใส่และดูแลรักษาโลกให้มากกว่าที่เป็นอยู่

และนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมนาฬิกา Seiko ได้ออกแบบนาฬิกามาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักรู้ถึงความสำคัญของธรรมชาติโดยเฉพาะกับมหาสมุทรทุก ๆ แห่งบนโลกใบนี้ จนได้มาเป็นซีรี่ส์ Seiko Save The Ocean ที่กลายเป็นของดีสำหรับนักสะสม โดย Seiko ได้วางขายซีรีส์นี้มาแล้วถึง 6 รุ่น จนกระทั่งมาถึงตัวล่าสุด สด ๆ ร้อน ๆ กับรุ่น Save The Ocean #7 Special Edition ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสและใกล้ชิดกับดินแดนแห่งความเยือกแข็ง...แอนตาร์กติกา 

 

จุดเริ่มต้นก่อนเป็นรุ่น #7 แอนตาร์กติกา

ซีรีส์ Save The Ocean ของ Seiko ถือกำเนิดในช่วงปี 2018 เป็นการร่วมมือกัน ระหว่าง Seiko และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการสำรวจ ตกผลึกจนทำให้ทางแบรนด์ได้เข้าใจว่าเหตุใดการสำรวจโลกใต้น้ำจึงมีความสำคัญ เพราะในมหาสมุทรยังมีอีกหลายพื้นที่ที่มนุษย์ยังไปไม่ถึง และหากมีใครสักคนไปถึง ก็อาจค้นพบสิ่งใหม่ๆ ที่อาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าของมนุษยชาติ เราอาจพบพลังงาน หรือแหล่งทรัพยากรใหม่ ๆ ที่จะมีประโยชน์ต่อชีวิตของพวกเราทุกคนในอนาคต 

นับตั้งแต่ปี 2018 ซีรี่ส์ Seiko Save The Ocean ได้วางขายมาแล้วถึง 6 รุ่น และทุกรุ่นประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของยอดขายและคำชื่นชม รวมถึงกิจกรรม CSR ในประเทศไทยเองที่จัดมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมาถึงรุ่นที่ 7 ที่เผยโฉมพร้อมให้เหล่าคนรักโลกได้เก็บสะสมกันอีกครั้ง

 

ทำไมต้อง แอนตาร์กติกา?

นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1990s เป็นต้นมา ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติยืนยันว่าน้ำแข็งในทวีปแอนตาร์กติกาละลายไปเกือบ 3 ล้านล้านตัน ตั้งเเต่ปี 1992-2017 และนี่ไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะเมื่อภูเขาน้ำเเข็งจำนวนมากละลายลงด้วยผลกระทบจากภาวะโลกร้อน จะส่งผลให้ระดับน้ำทะเลในโลกเพิ่มสูงขึ้น ตั้งแต่ทศวรรษ 1990s จนถึงทุกวันนี้ น้ำทะเลทั่วโลกมีความสูงเพิ่มขึ้นเกือบ 100 เซ็นติเมตรเ และถ้าหากมนุษย์ยังคงไม่ช่วยกันรักษาโลกของเรา น้ำเเข็งขั้วโลกจะละลายเพิ่มขึ้นกว่านี้ ซึ่งเป็นอันตรายกับประเทศ หมู่เกาะต่าง ๆ ที่จะเกิดวิกฤติน้ำกัดเซาะและกลืนกินผืนดินไปจนหมด

นอกจากนี้แม้ แอนตาร์กติกา จะไม่ใช่ทวีปที่มีมนุษย์มาใช้ชีวิตอยู่อย่างถาวร ทว่าดินเเดนแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยกิจกรรมและวัฒนธรรมมากมายที่ได้มาจากมนุษย์ขาจร หนึ่งในนั้นคือ รายการวิ่งมาราธอนที่มีชื่อว่า แอนตาร์กติก ไอซ์ มาราธอน ที่ถือว่าเป็นรายการที่นักวิ่งระยะไกลเฝ้ารอเป็นอย่างมาก เพราะมันคือรายการวิ่งที่เต็มไปด้วยอุปสรรค เป็นการวิ่งท่ามกลางอากาศหนาวจัดติดลบ 30 องศาเซลเซียส และมีค่าออกซิเจนที่ต่ำกว่าปกติ 

ดังนั้นใครสักคนที่จะมาเเข่งขันรายการนี้ต้องเป็นคนที่มั่นใจศักยภาพร่างกายของตัวเองจริง ๆ จนเป็นเหตุผลว่าทำไม แอนตาร์กติก ไอซ์ มาราธอน จึงมีค่าสมัครที่เเพงมาก (คิดเป็นเงินไทยราว 500,000 บาท) ทำให้มีนักวิ่งลงเเข่งขันเพียงครั้งละไม่เกิน 50 คนเท่านั้น

"มันเหมือนกับการเดินบนดวงจันทร์เลยล่ะ มีหิมะปกคลุมเต็มไปหมด มันโคตรหนาว ส่วนเรื่องลมก็แรงชนิดที่ว่าหากคุณกระโดดขึ้นมันอาจจะส่งให้คุณปลิวออกไปนอกเส้นทางได้เลย" ริชาร์ด โดโนเเวน หนึ่งในนักวิ่งผู้เคยผ่านรายการสุดหฤโหดนี้ ได้กล่าวเอาไว้

แต่ในความยากระดับที่ "พลาดอาจเสียชีวิต" ของรายการนี้กลับเป็นเหมือนเกียรติยศของนักวิ่งระยะไกลหลาย ๆ คน ว่ากันว่าหากใครที่ร่างกายแข็งแกร่งพอและเคยได้มาวิ่งในรายการนี้มาแล้ว พวกเขาจะไม่มีวันลืมประสบการณ์ครั้งนั้นเลยว่ามันสุดยอดขนาดไหน

"ส่วนที่ผมชอบที่สุดในการเเข่งขันรายการนี้ คือความเงียบสงบ แอนตาร์กติกา คือความ "เงียบสงบอย่างเเท้จริง" ในระหว่างการเเข่งเสียงเดียวที่ผมได้ยิน คือเสียงหัวใจกับปอดของผมเท่านั้น และนี่คือประสบการณ์ที่เหนือชั้นไปอีกระดับ ผมอยากจะขอบคุณพระเจ้าที่สร้างสิ่งนี้ขึ้นมา มันคือสถานที่ที่ไม่มีใครเหมือน" กริฟฟ์ กริฟฟิธ  อีกหนึ่งนักวิ่งผู้ผ่านรายการ แอนตาร์กติก ไอซ์ มาราธอน มาแล้วกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

หากน้ำเเข็งยังละลายและถูกทุกคนมองข้าม ก็คงน่าเสียดายที่ประสบการณ์สุดยอดระดับที่มนุษยชาติเพียงหยิบมือจะได้สัมผัสแบบนี้จะหายไป ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Seiko save The ocean #7 จึงให้ความสำคัญกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของทวีปแอนตาร์กติกานี้ 

 

จากมหาสมุทรสู่ภูเขาน้ำแข็ง

หลังจากที่ 6 รุ่นก่อน Seiko เน้นไปที่การอนุรักษ์และรักษาสภาพแวดล้อมของมหาสมุทรต่าง ๆ ทั่วโลก ทว่าสำหรับรุ่นที่ 7 นี้ พวกเขาเน้นไปยังพื้นที่ที่สำคัญของโลกอีกแห่งหนึ่ง นั่นคือขั้วโลกใต้ ดินแดนที่ถูกเรียกว่า แอนตาร์กติกา 

นาฬิการุ่นนี้ยังคงจุดเด่นของ 6 รุ่นก่อนหน้านี้เอาไว้ ทั้งประสิทธิภาพของการใส่ดำน้ำลึก แบ่งแยกย่อยจุดเด่นออกมาได้หลายข้อเช่น Lumibrite ที่สามารถเรืองแสงชัดเจนแม้ในที่ที่มีแสงน้อย, ตัวเรือนสแตนเลสสตีลแข็งแรงทนทาน และกลไกขึ้นลานอัตโนมัติ Cal.4R36 หรือจะเลือกขึ้นลานเองผ่านเม็ดมะยมก็ได้

ส่วนความแตกต่างที่โดดเด่นที่สุดคือความสวยงามหรูหราของนาฬิการุ่น Special Edition นี้ เพราะทาง Seiko เลือกใช้ธีมที่สะท้อนสีสันของภูมิประเทศ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้ง ท้องฟ้า หิน และน้ำแข็ง
การเน้นโทนสีฟ้าที่เปรียบดั่งแสงของท้องฟ้าที่ตกกระทบบนน้ำทะเลจนทำให้บรรยากาศของทั่วทั้งทวีปกลายเป็นสีฟ้า และสีขาวที่ถอดแบบมาจากสีขาวของปุยหิมะ ขณะที่ความสวยงามเด็ดขาดของตัวหน้าปัดนั้นถือเป็นพระเอกของงาน เพราะที่พื้นผิวมีการเล่นลวดลายของเกล็ดหิมะที่โดนลมพัดจนเป็นริ้ว และมีลูกเล่นเป็นรูปรอยเท้าของนกเพนกวิ้น ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีแห่งธรรมชาติอันสวยงามของ แอนตาร์กติกา ดินแดนที่หนาวเหน็บที่สุดในโลก 

ทุก ๆ รอยเท้า ทุก ๆ ความสวยงามที่ Seiko เน้นย้ำกับรุ่นที่ 7 ของซีรี่ส์ Seiko save The ocean ถือเป็นเหมือนการย้ำเตือนให้มนุษย์ทุกคนตระหนักถึงความงดงามของธรรมชาติ แล้วหันมาช่วยกันดูแลรักษา พร้อมกับการทำลายธรรมชาติให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเฉพาะกับมหาสมุทร เพื่อคงความงดงามของธรรมชาตินี้ให้อยู่คู่กับมนุษยชาติไปอีกนานแสนนาน 

สำหรับ Save The Ocean #7 Special Edition นั้นมีออกมา 2 แบบให้เลือกได้แก่ 


1. SEIKO PROSPEX  SAVE THE OCEAN #7 SPECIAL EDITION AUTOMATIC DIVER’S 200m. "SRPG57K" (รุ่นสายสแตนเลสสตีล) ราคา 20,900 บาท (Penguin Monster)

 

2. SEIKO PROSPEX SAVE THE OCEAN #7 SPECIAL EDITION AUTOMATIC DIVER’S 200m. "SRPG59K" (รุ่นสายยาง Polyurethane) ราคา 21,700 บาท (Penguin Tuna) 

Save The Ocean #7 Special Edition มีวางจำหน่ายแล้ว ท่านที่สนใจสามารถซื้อสินค้าได้ที่ Seiko Boutique Central Plaza Grand Rama 9, เคาน์เตอร์ไซโก ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

หากสงสัยหรือมีข้อสอบถามสามารถติดต่อและดูรายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Seiko club by Seiko Thailand, Website : https://www.seikowatches.com/th-th/products หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ Seiko call center 02-255-1245 ต่อ 888



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x