FEATURE

OPINION | ตัดความรู้สึกออกไปก่อน : วิเคราะห์ "ซูเปอร์ ลีก" ในมุมคุณภาพสินค้า | Main Stand



ผู้เขียนตื่นขึ้นมาเช้านี้พร้อมกับรอยยิ้ม ตลอด 3 คืนที่ผ่านมาแทบไม่ได้นอนเลยเพราะคอยติดตามข่าวเรื่อง ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก (ESL) อย่างใกล้ชิด แต่เมื่อคืนพอมันชัดเจนแล้วว่าข้อเสนอนี้จะไปไม่รอด เราก็สามารถเข้านอนได้อย่างสบายใจ
 

 

ตลอด 3 วันที่ผ่านมาหมดเวลาไปกับการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับแฟนบอลจากทั่วโลกในเรื่องนี้ เป็นครั้งแรกในชีวิตการเป็นแฟนบอลของผู้เขียนเห็นแฟนบอลจากทุกทีมสามารถรวมตัวกันต่อต้านสิ่งเดียวกันได้ ไม่ใช่แค่แฟนบอลในอังกฤษ แต่จากการพูดคุยกับแฟนบอลในอเมริกา อเมริกาใต้ แอฟริกา อินเดีย ตะวันออกกลาง และเอเชียแปซิฟิก ทุกคนสามารถยืนอยู่เคียงข้างกันได้ อย่าว่าแต่แฟนบอลเลย เราไม่เคยเห็นสมาคมฟุตบอล องค์กรฟุตบอล และแม้แต่รัฐบาลออกมามีจุดยืนร่วมเช่นนี้

แน่นอนว่าจริง ๆ แล้วไม่ใช่ทุกคนที่คัดค้านข้อเสนอ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก หลายคนเป็นกลาง และหลายคนสนับสนุนด้วยซ้ำ แต่ตามปกติของมนุษย์กลุ่มคนที่ไม่พอใจย่อมแสดงความรู้สึกออกมามากกว่ากลุ่มที่เป็นกลางหรือสนับสนุน แม้แต่ในไทยเองผู้เขียนก็ได้เห็นแฟนบอลไทยหลายคนที่เห็นใจเจ้าของสโมสรเหล่านี้ และออกจะตื่นเต้นกับความเป็นไปได้ของลีกใหม่นี้

Photo : The Super League

ที่น่าสนใจคือในข่าวที่หลุดออกมาตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา มีความชัดเจนว่าเจ้าของสโมสรเหล่านี้ต้องการ "ย้ายตลาด" จากการพึ่งพิงรายได้จากตลาดยุโรป หรือที่เรียกว่า "Legacy Fans" ไปสู่ "แฟนบอลแห่งอนาคต" ซึ่งอยู่ในสายตาของสโมสรเหล่านี้ คือตลาดแฟนบอลยุคใหม่ที่อยู่รอบโลก โดยจะใช้ "คุณภาพของสินค้า" ซึ่งในกรณีนี้คือลีกที่มีแต่ทีมใหญ่เป็นจุดขาย 

ถ้าวัดจากความเห็นของแฟนบอลบางคน รวมถึงในไทย ความคิดนี้ก็ดูจะไม่ผิดไปซะทีเดียว มีแฟนบอลหลายคนที่อยากเห็นลีกที่เต็มไปด้วยทีมใหญ่ เพราะเชื่อว่าจะเป็น "สินค้า" ที่มีคุณภาพสูงกว่า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (UCL) ในปัจจุบัน

แต่ในความคิดเห็นของผู้เขียน อันนี้เป็นความเชื่อที่ผิด และเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้ผู้เขียนค้านการจัดตั้ง ESL แบบ 100% นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินข่าว เข้าใจว่าแฟนบอลจากยุโรปอาจจะไม่ได้รู้สึกเหมือนกันกับแฟนบอลท้องถิ่น และแฟนบอลไทยก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้ซะเท่าไหร่ 

Photo : The New York Times

หลายคนอาจจะไม่ได้สนเรื่องประเพณี หรือความเป็นอยู่ของทีมเล็ก แค่อยากดูบอลที่ดีที่สุด สนุกที่สุด แต่แม้แต่ในมุมมองของแฟนบอลในประเทศไทยที่แค่ต้องการดูทีมใหญ่ ทีมเก่ง แข่งกัน ลีกนี้ก็ไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้องอยู่ดีในความคิดเห็นของผู้เขียน

เราลืมเรื่องประวัติศาสตร์ หรือความรู้สึกของแฟนบอลท้องถิ่นไปก่อน เอาแค่ผลประโยชน์ของแฟนบอลในไทยที่ต้องการดูบอลที่สนุกที่สุด ผู้เขียนจะขออธิบายว่าทำไม ESL ไม่ได้เป็นประโยชน์กับแฟนบอลประเภทนี้อย่างที่คิด 

ต้นตอของปัญหาทั้งหมดเกิดจากการที่ ESL มีรูปแบบเป็น "Close Shop" หรือ "ลีกปิด" ที่การเข้าร่วมไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการแข่งขันอย่างเสรี แต่เป็นลีกที่มีสมาชิกถาวร และสมาชิกที่ถูกเชิญมาเล่นแทน โดยนำไปสู่ปัญหา 4 ข้อที่ทำลายคุณภาพของ "สินค้า" ที่ตัวเองขายให้กับแฟนบอล 

 

คุณค่าของ UCL ตั้งอยู่บนคุณค่าของลีกท้องถิ่น

ทำไมฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ถึงมีคุณค่า ผู้เขียนเชื่อว่าเหตุผลหลักไม่ใช่เพราะได้ดูทีมใหญ่แข่งกัน ไม่งั้นบอลพรีซีซั่น หรือแม้แต่บอล ยูฟ่า คัพ / ยูโรปา ลีก รอบลึก ๆ ที่มีทีมใหญ่แข่งกันก็คงจะน่าดูไม่แพ้กัน หรือเมื่อมีทีมใหญ่หลุดออกจาก UCL อย่างเช่น อาร์เซนอล หรือ เอซี มิลาน ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ยอดผู้ชมของรายการ ก็ไม่หายไปเลย

เหตุผลที่บอล UCL มีคุณค่า เพราะมันเป็นการรวมตัวกันของทีมที่ "ดีที่สุด" จากฤดูกาลที่แล้ว ไม่ใช่แค่การรวมตัวกันของทีมที่ "ใหญ่ที่สุด" เหตุผลที่แมตช์ระหว่าง อาร์เซนอล กับ เอซี มิลาน มีคุณค่า เป็นเพราะมันเป็นการแข่งขันระหว่างหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดจากอังกฤษกับหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดจากอิตาลี และพวกเขากำลังแข่งกันเพื่อขึ้นเป็นแชมป์ยุโรป ! 

ในโลกของ ESL ถ้าในปีนั้นทั้ง อาร์เซนอล กับ เอซี มิลาน ไม่ได้เล่นดี พวกเขาเป็นแค่ทีมอันดับ 11 กับอันดับ 12 ในลีก ESL แม้เป็นทีมใหญ่ทั้งคู่ เวลาเขาแข่งกันบอลคู่นั้นมีค่าอะไร ? มันก็แค่บอลระหว่างทีมกลางตารางดี ๆ นี่เอง ถึงแม้ทั้งสองทีมจะเป็นทีมใหญ่ และเพราะทั้งคู่เป็นสมาชิกถาวร เล่นแย่แค่ไหนก็ไม่มีตกชั้น ทำให้ความน่าสนใจของการหนีตกชั้นไม่ได้อยู่ตรงนั้น ๆ ด้วยซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้น ทีมที่เล่นดีกว่าอาาจะหลุดออกจากลีกเพราะตัวเองเป็นแค่ทีมที่ถูกเชิญ ไม่ใช่สมาชิกถาวร

Photo : The Short Fuse

นี่เป็นสิ่งที่เราต้องเข้าใจ บริบทและเรื่องราวของการแข่งขันคือตัวกำหนดคุณค่าของมัน ให้ลองคิดง่าย ๆ ดูว่า ถ้าคุณเป็นฝ่ายการตลาดของ ESL และคุณต้องทำการตลาดให้กับการแข่งขันระหว่างทีมอันดับ 11 กับทีมอันดับ 12 คุณจะเอาอะไรมาขาย ? 

แล้วลองเทียบกับการทำการโปรโมทให้กับการแข่งขันระหว่างทีมอันดับ 2 จากอังกฤษกับทีมอันดับ 3 ของอิตาลีใน UCL ที่ต่างก็กำลังชิงแชมป์ลีกประจำประเทศของตัวเองอยู่เช่นกัน

เพราะความสนุกคือการรวมตัวกันของ "ความสำคัญ" + "ความคาดเดาไม่ได้" ต่อให้ทีมใหญ่แข่งกัน เดาผลไม่ได้ แต่ผลลัพธ์ไม่มีความหมาย มันก็ไม่สนุกอยู่ดี

 

ลีกประจำประเทศเป็นตัวคัดกรองคุณภาพทีมให้กับการแข่งขัน UCL

ข้อถกเถียงหนึ่งที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างแฟนบอลรุ่นเก่ากับแฟนบอลรุ่นใหม่ คือคุณค่าของการแข่งขันระดับสโมสรและการแข่งขันระดับทีมชาติ โดยทั่วไปแล้วแฟนบอลรุ่นใหม่จะให้ความสำคัญกับบอลสโมสรมากกว่า หนึ่งในเหตุผลก็คือเพราะฟุตบอลในระดับสูงสุดนั้นไม่ได้เกิดขึ้นที่บอลโลกทุก ๆ 4 ปีอีกต่อไป แต่เกิดขึ้นทุก ๆ ปีในการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 

ถามว่าทำไม UCL ถึงได้กลายมาเป็นการแข่งขันระดับสูงสุดของกีฬาฟุตบอล ? เหตุผลหนึ่งเลยก็เพราะทีม และนักเตะที่เก่งที่สุดมารวมตัวกัน แต่ที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การที่ทีมและนักเตะที่ไม่เก่งพอนั้น ถูกกีดกันไม่ให้เข้ามาเตะตั้งแต่แรก เราแทบจะไม่เห็นช่องหว่างระหว่างทีมใน UCL ที่ห่างกันเหมือนเวลาบราซิล เตะกับซาอุดีอาระเบียในฟุตบอลโลก 

ทีมที่เก่งแข่งกันไม่พอ เราต้องกันไม่ให้ทีมที่ไม่เก่งเข้ามาด้วย อย่าลืมว่าความสนุกคือการรวมตัวกันของ "ความสำคัญ" + "ความคาดเดาไม่ได้" ถ้าทีมห่างชั้นกันเกินไปจนเดาผลได้ ต่อให้ผลลัพธ์มีความหมายแค่ไหนมันก็ไม่สนุกอยู่ดี

Photo : The Independent

การคัดกรองทีมเข้ามาเตะใน UCL นั้นเน้นไปที่คุณภาพเหนือสิ่งอื่นใด ผ่านระบบของทั้งลีกประจำประเทศ และการเตะรอบคัดเลือกในตัวตัว UCL เอง ก่อนอื่นเลยจะคัดเลือกได้ก็ต้องเป็นหนึ่งในทีมที่เก่งที่สุดจากลีกประจำประเทศตัวเอง แล้วต่อมาก็ต้องมาคัดเลือกกับทีมจากประเทศอื่น ๆ 

เทียบกับฟุตบอลโลกที่การคัดเลือกเน้นไปที่การกระจายที่มาจากหลายทวีป หลายประเทศ และทุกครั้งที่มีการขยายจำนวนก็เพื่อให้ทีมจากทวีปที่ยังไม่ได้เก่งมากนักเข้ามาแข่ง เป็นการลดคุณภาพการแข่งขัน

การขาดหายไปของทีมใหญ่จาก UCL จึงไม่เคยเป็นปัญหา หลายปีที่ผ่านมา อาร์เซนอล ไม่ได้ไปเตะ UCL แต่คุณภาพการแข่งขันก็ไม่ได้ลดลงเลย ตรงกันข้าม ถ้า อาร์เซนอล ถูก "เชิญ" ให้ไปเตะ UCL ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็นทีมระดับกลางตาราง เพียงแค่เพราะตัวเองมีขนาดใหญ่ นั่นจะทำให้คุณภาพการแข่งขันใน UCL ลดลงด้วยซ้ำ เพราะพูดกันตรง ๆ อาร์เซนอล ไม่ได้เล่นดี ไม่ได้จะทำให้บอลสนุกหรือน่าดูขึ้นเลย นี่เป็นความจริงที่ถามแฟน อาร์เซนอล คนไหนก็ได้ และเพราะระบบคัดกรองมันดีจริง อาร์เซนอล จึงไม่ได้ไปเตะ UCL 

Photo : Forbes

แต่ว่าในระบบของ ESL ต่อให้ อาร์เซนอล เล่นแย่แค่ไหนก็ไม่มีทางหลุดออกมา จะได้เตะไปเรื่อย ๆ แบบนี้ ในขณะที่ทีมที่พัฒนาตัวเองขึ้นมาใหม่อย่าง อตาลันตา หรือ แอร์เบ ไลป์ซิก ที่เล่นดีกว่า และสนุกกว่าอย่างเห็นได้ชัด ก็จะไม่ได้มาแข่งขันใน ESL ยกเว้นผ่านระบบการ "เชิญ" เข้ามา

สำหรับแฟนบอลที่ต้องการดูบอลที่คุณภาพสูงสุด การรักษาระบบคัดกรองคุณภาพที่ดี เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เด็ดขาด

 

ลีกประจำประเทศสร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้กับ UCL

แฟนบอลทุกคนรู้ดีว่าแต่ละประเทศมีสไตล์การเล่นบอลไม่เหมือนกัน แม้ในวันนี้ที่ผู้จัดการทีมและนักเตะสามารถย้ายไปเล่นที่ไหนแล้วก็ได้ จนแต่ละลีกมีการเล่นที่คล้ายกันมากขึ้น หนึ่งในเสน่ห์ของการแข่งขันระดับนานาประเทศ คือ การได้เห็นบอลหลากหลายสไตล์มาเจอกัน

สไตล์การเล่นบอลนั้นถูกอีกแบบคือ "Metagame" หรือ "องค์ความรู้นอกกฎของเกมที่ช่วยให้คุณชนะ" ซึ่งแต่ละประเทศก็มี Metagame ที่แตกต่างกันไป หรือว่าง่าย ๆ แต่ละประเทศมีความคิด และความเชื่อต่างกันไปว่า วีถีที่ดีที่สุดในการชนะเกมฟุตบอลคืออะไร

Photo : Mundo Deportivo

ลีกประจำประเทศคือบ่อเกิดของความหลากหลายที่มีเสน่ห์นี้ เหตุผลเป็นเพราะว่าทีมส่วนมากจะต้องเล่นเกมในแบบที่ช่วยให้ตัวเองชนะลีกประจำประเทศ แล้วนำสไตล์นั้นไปสู่บอลระดับนานาชาติ และเพราะแต่ละประเทศมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง มันก็เลยสร้างความหลากหลายขึ้นมา

เช่น ถ้าทีมไหนประสบความสำเร็จระดับนานาชาติ ทีมอื่น ๆ ก็จะพยายาม Copy + Paste สไตล์การเล่นของทีมนั้น 

แต่ถ้าทีมใหญ่ ๆ เล่นกันอยู่แต่ในลีกเดียวกันทุกปี ๆ สไตล์การเล่นก็จะปรับให้เข้าหากัน และเอกลักษณ์ของแต่ละลีกก็จะหายไป เพราะทีมเหล่านั้นไม่มีส่วนร่วมในการแข่ง และทีมใน ESL ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการเล่นไม่ดีในลีกประจำชาติอีกต่อไป เพราะยังไง ๆ ก็ได้แข่ง ESL อยู่ดี เงินรางวัลก็แบ่งกันเยอะ เพียงพอต่อการทำทีม 

 

UCL สร้างปรากฏการณ์

ปรากฏการณ์โดยนิยามคือสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย เมื่อมันเกิดขึ้นมันจึงน่าจับตามองเพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไร ในกีฬา "ปรากฏการณ์" คือ หนึ่งในสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุด และมักสร้างความทรงจำที่แฟน ๆ จดจำไปอีกแสนนาน กลไกของ UCL ที่เชื่อมกับลีกประจำชาติกระตุ้นให้เกิดปรากฏการณ์มากกว่ากลไกลีกปิดของ ESL

ข้อแรกเลย การแข่งขันที่เป็นเสรีของ UCL ทำให้ทุกทีมมีโอกาสสร้างปรากฏการณ์ ในขณะที่ใน ESL คุณต้องได้ถูกรับเชิญก่อน ซึ่งการเชิญนั้นไม่มีใครมองอนาคตออกว่าทีมไหนจะเล่นดีในปีหน้า

Photo : beIN SPORTS

ถ้าพวกแชมป์จากลีกเล็กไม่ถูกเชิญ เราจะมี ปอร์โต้ 2004 ไหม ? อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม 1995 ? เรด สตาร์ เบลเกรด 1991 ? หรือแม้แต่ทีมเล็กจากลีกใหญ่อย่าง บาเลนเซีย ในปี 2000, ซามพ์โดเรีย 1992 หรือ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1980 

แม้แต่ทีมที่ไม่ได้แชมป์ก็สร้างปรากฏการณ์ได้ ซึ่งสนุกมากในขณะที่เราได้ติดตาม และกลายมาเป็นความทรงจำอันมีค่า ตัวอย่างเช่น อาหยักซ์ ในปี 2019 ที่เกือบจะเป็น ซินเดอเรลล่าโดยแท้

แม้แต่สำหรับทีมใหญ่เอง ความยากในการเข้าไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้แต่ละนัด แต่ละความทรงจำ มีความหมายมากขึ้น

Photo : Football.London

นัดชิงในปี 2006 ยังคงเป็นหนึ่งในความทรงจำที่มีค่าที่สุดสำหรับแฟน อาร์เซนอล แม้พวกเขาแพ้ไป เหตุผลเป็นเพราะพวกเขารู้ว่ามันมาได้ยาก และไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอีกเมื่อไร แต่ถ้าพวกเขามีโอกาสทุกปี เพียงเพราะเราเป็นสมาชิกถาวรใน ESL มันก็จะมีความหมายน้อยลงกว่าเดิม นี่คือเหตุผลที่ทำไมฟุตบอลโลกถึงมีความหมายมาก เพราะมัน 4 ปีจัดที แต่ UCL แม้จัดทุกปี แต่กลับมีความสามารถในการสร้างคุณค่านี้

แม้แต่ระดับเกมการแข่งขันก็มีคุณค่ามากขึ้น ตอน อาร์เซนอล เจอ เรอัล มาดริด ในปี 2006 มันเป็นปรากฏการณ์สำหรับแฟน อาร์เซน่อล เพราะมันไม่ได้เจอกันตลอด เอียน ไรท์ ยังเคยพูดเองว่าเขาได้แข่งกับ เอซี มิลาน แค่ 2 นัด แต่มันเป็นความทรงจำที่มีค่ามากสำหรับเขา

ใน ESL มันมีค่าน้อยกว่าเพราะมันเจอกันตลอด ปีนี้ไม่เป็นไร ปีหน้าก็ได้เจอกันอีก มันไม่สำคัญเท่า อย่างน้อยใน UCL ถ้าได้เจอกันบ่อย ๆ มันจะเกิดขึ้นได้ ก็เพราะทีมมันเก่งทั้งคู่ มันเลยชนะคนอื่นมาหมดจนต้องมาเจอกันทุกปี ๆ ทำให้แม้เจอกันบ่อย แต่ทุกนัดมีความหมายมาก ย้อนกลับไปที่ ESL ถ้า อาร์เซนอล เจอกับ เอซี มิลาน ทุกปี แต่เจอกันในฐานะทีมกลางตาราง มันจะมีความหมายมากแค่ไหนเชียว ?

Photo : UEFA

ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าเจ้าของสโมสรไม่น่าเห็นใจ หรือสโมสรยักษ์ใหญ่ไม่ควรได้เงินมากขึ้น หรือ UEFA / FIFA ไม่ได้เลว ทำตัวเป็นเสือนอนกินมานานหลายปี ทั้งหมดมันอาจจะเป็นจริง แต่ว่าในมุมมองของแฟน ๆ แล้วเราไม่ควรยอมรับ ESL เพราะมันเป็นการปรับโครงสร้างเชิงผลประโยชน์ที่จะนำไปสู่การลดลงของคุณภาพ "สินค้า" ด้านการแข่งขัน และความบันเทิงที่น้อยลงสำหรับพวกเรา 

ถ้าสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเราคือการมีบอลที่สนุกที่สุดไว้ดู เราต้องไม่ยอมรับ "ลีกปิด" แบบ ESL และต้องหาทางออกที่รักษาการแข่งขันอย่างเสรีเอาไว้



AUTHOR

กวี สระกวี

     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x