FEATURE

Mitsubishi Lancer Evolution : "นักเลง 3 เกียร์" ที่แจ้งเกิดจาก "เร็วฟ้าผ่า" หนังดังยุค 90s | Main Stand



หากพูดถึงการที่จะให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งกลายเป็นที่จดจำ นอกจากการนำมันไปเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการแข่งขันกีฬาแล้ว การปรากฏโฉมในวัฒนธรรมป๊อปต่าง ๆ ไม่ว่าจะ มังงะ, แอนิเมชั่น, ซีรี่ส์ หรือ ภาพยนตร์ ก็สามารถสร้างภาพที่ติดตาได้เช่นกัน


 

และนี่คือบันทึกอีกหนึ่งหน้า ที่ทำให้ Mitsubishi Lancer Evolution ก้าวข้ามจากหนึ่งในตำนานรถแข่งแรลลี่ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด สู่การเป็น "นักเลง 3 เกียร์" ในดวงใจของคนรักรถทั่วโลก ผ่านภาพยนตร์ของตำนานดารานักบู๊นาม "เฉินหลง"

 

จากสนามแรลลี่ สู่นักเลง 3 เกียร์

หากเอ่ยชื่อ มิตซูบิชิ กับวงการความเร็ว เชื่อว่าสิ่งที่ ฅ. คนรักรถ นึกถึงเป็นอย่างแรก ๆ คงเป็นการแข่งขัน "แรลลี่" 

สาเหตุก็เพราะรถยนต์โลโก้เหลี่ยมเพชรนี้ สร้างชื่อในการแข่งขันกติกานี้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุค 70s กับ Lancer รหัสตัวถัง A70 ที่บ้านเราคุ้นเคยในชื่อ "ไฟซี-ไฟแอล-ไฟนอน" (ความแตกต่างให้ดูจากไฟท้ายของรถ) ซึ่งสามารถคว้าแชมป์รายการ ซาฟารี แรลลี่ อันแสนหฤโหดได้ในปี 1974 และ 1976


Photo : japanesenostalgiccar.com

ข้ามมายังยุค 80s กับกติกา Group B ที่ได้รับการขนานนามว่า "โหดสัส" ที่สุดในประวัติศาสตร์ทางฝุ่น จากความแรงของรถ ที่ทำเอานักแข่งและผู้ชมสังเวยชีวิตศพแล้วศพเล่า แม้ มิตซูบิชิ จะไม่ถึงกับประสบความสำเร็จมากนัก กับตัวแข่ง Lancer รหัสตัวถัง A170 ที่คนไทยคุ้นในชื่อ "กล่องไม้ขีด" อีกทั้งกติกาดังกล่าว ถูกยกเลิกไปในขณะที่ยังพัฒนารถตัวใหม่อย่าง Starion ไม่แล้วเสร็จ แต่พวกเขาก็ถือเป็นหนึ่งในผู้ร่วมบุกเบิกกติกา Group A ที่ลดความแรงลงมา และมีรูปลักษณ์เดียวกับรถถนน กับ Galant VR-4 ที่สร้างความสำเร็จมาก็ไม่น้อย

ทว่าด้วยเทรนด์การแข่งขันรถแรลลี่ในช่วงต้นยุค 90s ที่เปลี่ยนไป รถที่ประสบความสำเร็จในการแข่งมีขนาดที่กะทัดรัดกว่า ทำให้ มิตซูบิชิ ต้องพัฒนารถรุ่นใหม่เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ สิ่งที่พวกเขาทำ คือการนำรถในตระกูล Lancer ที่มีมิติรถเล็กกว่า มาเสริมความแข็งแกร่ง และแน่นอนที่สุด พละกำลัง โดยจับเอาเครื่อง 4G63 2,000 ซีซี เทอร์โบ ที่ใช้ใน Galant VR-4 มาพัฒนาต่อให้แรงยิ่งขึ้น รวมถึงยกระบบขับเคลื่อน 4 ล้อมาด้วย

ในที่สุด ผลงานของพวกเขาก็เสร็จสมบูรณ์ในปี 1992 และเพื่อตอกย้ำให้เห็นว่า นี่คือ Lancer ที่ไม่ธรรมดา มิตซูบิชิ เลยเติมชื่อต่อท้าย และเรียกมันว่า ... "Lancer Evolution"

นับแต่นั้นมา Lancer Evolution หรือที่คอรถเรียกสั้น ๆ ว่า "EVO" ก็เดินหน้าสร้างความยิ่งใหญ่ในทางฝุ่นอย่างไม่หยุดยั้ง เช่นเดียวกับรถที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในเจเนอเรชั่นต่อ ๆ มา โดยช่วงพีคที่สุดของ EVO คงหนีไม่พ้นช่วงปี 1996-1999 ซึ่ง ทอมมี่ มาคิเนน นักแข่งชาวฟินแลนด์ คว้าแชมป์ประเภทนักขับในการแข่งขันแรลลี่ชิงแชมป์โลก หรือ WRC 4 ปีซ้อน


Photo : www.autosport.com

ไม่เพียงแต่ในสนามแข่งเท่านั้น ด้วยความที่กติการถ Group A ในยุค 80s-90s มีกฎสำคัญข้อหนึ่ง คือต้องมีการผลิตออกจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไปอย่างน้อย 2,500 คัน ทำให้คนรักรถได้มีโอกาสเป็นเจ้าของ Lancer Evolution และเอาไปซิ่งบนท้องถนน จนกลายเป็นตำนาน "นักเลง 3 เกียร์" ที่หากวัดด้วยอัตราเร่งตีนต้นแล้วล่ะก็ น้อยคันนักที่จะกิน EVO ได้

 

รถตำนาน คู่ดาราตำนาน

จากผลงานทั้งในสนามแข่งและบนถนน จึงไม่แปลกที่เราจะได้เห็น Lancer Evolution ไปปรากฏโฉมในวัฒนธรรมป๊อบ หลากหลายรูปแบบ และหลายเวอร์ชั่น


Photo : complaintsincorporated.com | mangareader.net

สำหรับคอมังงะและอนิเมะ อาจจะจำ EVO กับฐานะรถซิ่งประจำทีม Emperor ใน "Initial D" โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เคียวอิจิ ซุโดะ และ เซจิ อิวากิ 2 ผู้นำของทีม ที่ใช้ EVO III สีดำ กับ EVO IV สีขาว ส่วนคอภาพยนตร์ น่าจะจำ EVO VII สีเหลือง ที่ ไบรอัน โอคอนเนอร์ ขับใน "2 Fast 2 Furious" รวมถึง EVO IX สีแดง (แต่ใส่กันชนหน้า EVO VIII) ใน "The Fast and the Furious: Tokyo Drift" ที่ ฮาน ยกให้ ฌอน บอสเวลล์ พระเอกในเรื่องใช้ฝึกฝีมือดริฟท์ได้

แต่หากย้อนกลับไปยังเรื่องแรกที่ EVO ปรากฏตัวในวัฒนธรรมป๊อป และสร้างชื่อในวงกว้างล่ะ ? คำตอบคงหนีไม่พ้นภาพยนตร์ "Thunderbolt" หรือชื่อภาษาไทย "เร็วฟ้าผ่า" นำแสดงโดย เฉินหลง ดาราขาบู๊ระดับตำนานของฮ่องกง เรื่องราวของพนักงานโรงงานประกอบรถยนต์ มิตซูบิชิ ที่ฮ่องกง ผู้เข้าไปพัวพันกับการไล่ล่าอาชญากรข้ามชาติ จนต้องมาตัดสินทุกอย่างในสนามแข่งเพื่อครอบครัว ที่เข้าฉายในปี 1995 อย่างแน่นอน

เหตุผลก็เพราะ ภาพที่คอหนังจดจำได้ขึ้นใจมากที่สุดในเรื่อง (เอ่อ ... เราจะขอข้ามฉากซิ่ง ที่ดูราวกับเป็นภาพเร่งสปีดไปนะ) คือ EVO III สีเหลือง ที่ อาหัว พระเอกของเรื่องกับพวกพ้องในโรงงานช่วยกันประกอบเพื่อเอาไปแข่งในประเทศญี่ปุ่น ก่อนเอาไปทดสอบบนทางด่วน ซึ่งแรงซะจนผู้ว่าการเกาะฮ่องกงถึงกับหัวทิ่มหัวตำ แม้บทสรุปของรถคันนี้จะลงเอยในกองเพลิงก็ตาม


Photo : www.imcdb.org

กล่าวมาถึงตรงนี้ หลายคนคงสงสัยว่า เหตุใดหนังของ เฉินหลง ถึงกลายเป็นเรื่องแรกที่ได้นำ EVO ไปปรากฏโฉม ? บางคนอาจจะคิดถึงประวัติศาสตร์ของ Lancer Evolution ที่รุ่นแรก ๆ มีขายในประเทศญี่ปุ่น และทวีปเอเชียเท่านั้น 

แต่เหตุผลที่แท้จริง กลับง่าย ๆ ตรง ๆ กว่าที่คุณคิด ...

 

สัมพันธ์ เฉินหลง - มิตซูบิชิ

จะว่าไป หากคุณดูภาพยนตร์ที่ เฉินหลง แสดง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงยุค 80s-90s สิ่งหนึ่งที่คุณคงสังเกตคือ รถยนต์มิตซูบิชิ คือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ "ต้องมี" แทบทุกเรื่อง

สาเหตุก็เป็นเพราะว่า "มิตซูบิชิ จ่ายเงินให้ เฉินหลง" ในการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์นั่นเอง


Photo : www.thedigitalfix.com

ไม่มีการระบุอย่างชัดเจนว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง มิตซูบิชิ กับ เฉินหลง เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในปีใด แต่จากที่เจ้าตัวเคยเขียนบันทึกไว้บนเว็บไซต์ เชื่อได้ว่าน่าจะเริ่มต้นในช่วงปลายยุค 70s ซึ่งเป็นยุคที่เขาขยับจากการเป็นดาราสมทบมาเป็นนักแสดงนำในภาพยนตร์

แม้ต้องยอมรับว่า ค่ายรถตราเหลี่ยมเพชร ใช้งาน เฉินหลง แบบ "คุ้มทุกเม็ด" ทั้งการเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณา (เชื่อว่าแฟนรุ่นเก๋า น่าจะยังจำรถกระบะ L200 รุ่นแรกที่มีฉายาในไทยว่า "เฉินหลง" ซึ่งออกสู่โชว์รูมช่วงยุค 80s ได้) รวมถึงตัว เฉินหลง เอง ต้องใช้รถ มิตซูบิชิ ในการเข้าฉากภาพยนตร์ทุกเรื่องที่มีฉากหลังร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็น "City Hunter" หรือ "ใหญ่ไม่ใหญ่ข้าก็ใหญ่" รวมถึงแฟรนไชส์ภาพยนตร์ "Police Story" หรือ "วิ่งสู้ฟัด" ที่สำคัญ ไม่ใช่แค่ เฉินหลง เท่านั้น ตัวร้ายของเรื่อง ก็ต้องขับ มิตซูบิชิ ด้วย

แต่สิ่งที่ตัวพระเอกนักบู๊ผู้นี้ได้กลับไป ก็มากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการที่ มิตซูบิชิ คือสปอนเซอร์หลักของการแข่งขันรถยนต์ Jackie Chan Cup ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่ปี 1984 และแน่นอนที่สุด เงินค่าตัว กับรถยนต์ที่มีให้เลือกใช้ตามใจสั่ง ซึ่งเรื่องดังกล่าว เฉินหลง ยืนยันด้วยปากของเขาเอง


Photo : www.thethings.com

"ตอนที่ถ่ายทำหนังเรื่อง The Forbidden Kingdom มันมีเหตุที่ผมต้องใช้รถไปไหนมาไหน แต่รถที่กองถ่ายเตรียมให้มันขับไม่สบายเหมือน SUV ของ มิตซูบิชิ ที่ผมใช้อยู่ประจำ ผมเลยติดต่อทาง มิตซูบิชิ ว่า ช่วยส่งรถมาให้ผมหน่อย แล้วพวกเขาก็ส่งรถมาให้อย่างรวดเร็วทันใจ รถใหม่ พลาสติกหุ้มเบาะยังไม่แกะออกเลย แถมยังส่งรถมาให้ทีมสตันท์ได้ใช้งานอีก 2 คันด้วย" นี่คือสิ่งที่ เฉินหลง บันทึกไว้บนเว็บไซต์ของตัวเองเมื่อปี 2007

และมันก็ทำให้ มิตซูบิชิ กลายเป็นแบรนด์รถสุดโปรดของ เฉินหลง ไปโดยปริยาย ซึ่งเรื่องนี้เจ้าตัวก็ยืนยันผ่านการตอบคำถามจากแฟน ๆ เช่นกัน

"ถ้าเป็นมอเตอร์ไซค์ ผมชอบ ยามาฮ่า นะ เพราะหนังของผมใช้แต่มอเตอร์ไซค์ยี่ห้อนี้ แต่ถ้ารถยนต์ ก็ต้อง มิตซูบิชิ นี่แหละ พวกเขาจ่ายผมซะหนักเลยในการให้ผมเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ที่สำคัญ รถเขาดีจริง ๆ" 

 

ความผูกพันตลอดกาล

เหตุผลที่กล่าวไปข้างต้น จึงไม่แปลกเลยที่ความสัมพันธ์ระหว่าง เฉินหลง และ มิตซูบิชิ จะเป็น "คู่บุญ" ชนิดที่เอ่ยชื่อก็แทบจะนึกภาพตามได้ทันที ยิ่งเมื่อเป็นภาพยนตร์รถแข่งอย่าง เร็วฟ้าผ่า ด้วยแล้ว การนำ EVO III ที่แม้จะเปิดตัวในปีเดียวกับที่ภาพยนตร์เข้าโรงฉาย แต่รุ่นก่อนหน้าได้ผ่านการพิสูจน์สมรรถนะในสนามแข่งมาอย่างโชกโชน มาเป็นรถแข่งคู่ใจของ เฉินหลง ยิ่งดูเป็นอะไรที่ลงตัวสุด ๆ แม้จำต้องแบ่งพื้นที่ความเด่นให้รถอีกรุ่นอย่าง GTO หรือ 3000GT ซึ่งเป็นรถที่พระเอกใช้ลงสนามแข่งในฉากไคลแม็กซ์ของเรื่องด้วยก็ตาม


Photo : www.miamilakesautomall.com

ไม่เพียงเท่านั้น Lancer Evolution ยังถือเป็นหนึ่งในรถคู่บุญของ เฉินหลง ด้วยเช่นกัน เพราะในภาพยนตร์ "Who Am I?" หรือ "ใหญ่เต็มฟัด" ที่เข้าฉายเมื่อปี 1998 EVO IV สีขาว ก็กลายเป็นรถคู่ใจที่เจ้าตัวต้องใช้หนีการไล่ล่าใจกลางเมือง (ถึงจะไม่ได้ขับเองก็เถอะ)

ที่สำคัญที่สุดก็คือ นอกจากจะเป็นรถที่ขับในหนัง รวมถึงเป็นรถที่มีในคอลเลคชั่นส่วนตัวแล้ว ยังมี Lancer Evolution เวอร์ชั่น เฉินหลง อีกด้วย โดยเป็นผลงานการออกแบบร่วมกันของ เฉินหลง กับสำนักแต่ง FireSports ของประเทศญี่ปุ่น ที่จับเอา EVO IX มาเสริมหล่อ มีเพียง 50 คันเท่านั้น และแน่นอน ขายเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว


Photo : www.thethings.com

แม้ความสัมพันธ์ระหว่าง มิตซูบิชิ กับ เฉินหลง จะค่อย ๆ จางหายไปตามกาลเวลาแล้วในปัจจุบัน เมื่อทาง มิตซูบิชิ เองประสบปัญหาทางการเงิน อีกทั้งยังเผชิญกับวิบากกรรมเรื่องการโกงค่ามลพิษ จนทำให้ปัจจุบันพวกเขาถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของ Renault-Nissan-Mitsubishi Alliance ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา เช่นเดียวกับ เฉินหลง ที่เริ่มใช้รถยนต์ยี่ห้ออื่นในการเข้าฉากภาพยนตร์มากขึ้น ควบคู่กับการเป็นหุ้นส่วนทีมแข่ง Jackie Chan DC Racing ตั้งแต่ปี 2015 แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า มิตซูบิชิ กับ เฉินหลง ได้กลายเป็นภาพความทรงจำอันแสนหวาน ที่เมื่อได้ย้อนดูหนังซึ่ง เฉินหลง แสดงนำคราวใด ก็อดคิดถึงไม่ได้

และภาพที่ เฉินหลง เหยียบเต็มสปีดในภาพยนตร์ เร็วฟ้าผ่า ก็ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคน ไขว่คว้าหา Lancer Evolution มาครอบครองเช่นกัน ...

 

แหล่งอ้างอิง

http://www.headlightmag.com/mitsubishi-lanc542/
https://www.thethings.com/facts-about-mitsubishiand-jackie-chan/
http://www.jackiechankids.com/files/Q_and_A.htm
https://web.archive.org/web/20070702051424/http://www.jackiechan.com/scrapbook_view?cid=769
http://www.firesports.co.jp/exlancer/topics/20080129001.html



AUTHOR

เจษฎา บุญประสม

Content Creator ผู้ชื่นชอบการกิน, ท่องเที่ยว และดูกีฬาแทบทุกประเภท โดยเฉพาะฟุตบอล, อเมริกันเกมส์, มอเตอร์สปอร์ต, อีสปอร์ต
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x