FEATURE

ความรักแบบผสมของพ่อ-แม่ต่างวัฒนธรรมที่ผลักดัน อแมนดา คาร์ สู่ยอดนักปั่น



 

ศุกร์ ที่ 19 สิงหาคม ปี 2016 ณ เมืองริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ภายในบีเอ็มเอ็กซ์ เซ็นเตอร์ ( BMX Centre) คือ ช่วงเวลาที่เหมือนฝัน ของหญิงสาวผู้มีเลือดเนื้อเชื้อไข ความเป็นไทย เธอมีความฝันอยากเป็นนักกีฬาระดับท็อปของโลกมาตลอดชีวิต...


 

ชื่อของเธอคืออแมนดา คาร์ อดีตทีมชาติไทยหญิงลูกครึ่ง ที่มีคุณพ่อเป็นคนสหรัฐอเมริกา และมีแม่เป็นคนไทย จากจังหวัดอุดรธานี เธอเติบโตท่ามกลางความฝัน อยากเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันในมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก กับกีฬาที่เธอรัก อย่าง บีเอ็มเอ็กซ์ เรซซิ่ง หนึ่งในรูปแบบการแข่งขันจักรยาน ประเภทวิบาก

กว่าจะถึงวันที่ อแมนดา คาร์ ไปถึงจุดที่ตัวเองฝันไว้ มีอุปสรรคมากมาย ที่เข้ามาหาเธอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาการบาดเจ็บจากกีฬาประเภทเอ็กซ์ตรีม ไปจนถึงอุปสรรคการล่าฝันในแต่ละปี ...ครอบครัวต้องยอมเสียสละ เพื่อเป้าหมายที่เธอตั้งใจ

อแมนดาร์ ไม่ได้ยืนโดดเดี่ยวเพียงลำพัง เธอมีมือสองคู่ ที่คอยผลักดันให้เธอเดินหน้าอยู่เสมอ มือของคุณพ่อคุณแม่ ที่พร้อมสนับสนุนลูกสาว ให้ไปไกลที่สุด ไม่ว่าจะเสียทุนทรัพย์มากแค่ไหน พวกเขาไม่เคยคิดจะหยุดสนับสนุนลูกสาว ให้ก้าวไปต่อในฐานะนักกีฬาบีเอ็มเอ็กซ์ เรซซิ่ง ด้วยมือที่เปี่ยมด้วยความรักเต็มหัวใจ

 

ความรักแบบอเมริกัน

“ครอบครัวของเรา ไม่ได้บังคับให้อแมนดาไปเล่นกีฬา แต่เขาชอบด้วยตัวเอง เมื่อลูกชอบ ครอบครัวก็ต้องสนับสนุน” ละมุล พึ่งโพธิ์ คุณแม่ของอแมนดา เล่าถึงจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ ระหว่างกีฬา กับลูกสาวของเธอ 

“ตอนเด็ก อแมนดาเล่นกีฬาเยอะมาก เทนนิส, กอล์ฟ, ฟุตบอล, วิ่ง, เรือใบ, ยกน้ำหนัก, จักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ เพราะคุณพ่อ (แดรอล คาร์) เขามีความคิดว่า ให้ลูกเล่นกีฬาให้หลากหลายมากที่สุด ถ้าชอบทางไหน ค่อยผลักดันไปให้สุดทาง” อแมนดา ร่วมพูดถึงเรื่องวัยเด็กของตัวเอง

“แต่ว่า อแมนดาชอบกีฬาบีเอ็มเอ็กซ์มากที่สุด เพราะว่าเป็นกีฬาที่มีความเอ็กซ์ตรีม และเป็นกีฬาที่ได้อยู่กับตัวเอง ไม่ต้องไปโฟกัสที่คู่ต่อสู้ เราอยู่กับตัวเรา จักรยานของเรา”

อแมนดา เริ่มต้นขี่จักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ ตอนอายุ 5 ขวบ หลังจากเธอได้แรงบันดาลใจ จากการไปชมลูกพี่ลูกน้องของเธอแข่งขันกีฬาประเภทนี้ เธอใช้เวลาว่าง เดินทางไปสนามซ้อม ที่อยู่ห่างจากบ้าน ด้วยระยะเวลาเดินทางเพียง 5 นาที โดยมีคุณพ่อแดรอล เป็นมือที่ผลักดันอยู่เบื้องหลัง 

“ตอนนั้น อแมนดาเป็นเด็ก ยังขึ้นสตาร์ทิ่ง ฮิลส์ไม่ได้ (จุดเริ่มต้นของกีฬาบีเอ็มเอ็กซ์ เรซซิ่ง จะเป็นเนินสูงประมาณ 5 เมตร) ก็ได้คุณพ่อนี่แหละ ผลักอแมนดากับจักรยานขึ้นจุดสตาร์ท ทำแบบนี้แทบทุกวัน จนคุณพ่อผอมเลย (หัวเราะ)”

“พ่อเขาสนับสนุนแบบสุดทางเลยนะ” คุณแม่ละมุล กล่าวเสริม “ไม่ว่าจะมีการแข่งขันที่ไหนในอเมริกา คุณพ่อพาไปหมด ลางานพาลูกไปแข่ง ไปอยู่ข้างสนามตลอด”

“เวลาไปแข่ง สมัยอยู่อเมริกา เสียเงินเยอะ ทั้งค่าเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าเช่ารถ พ่อเขาออกเองหมด เยอะจนแม่กะไม่ถูกว่า หมดไปทั้งหมดเท่าไหร่”

“พ่อเขานิสัยเป็นแบบนี้ ถ้าลูกอยากทำอะไร อยากเล่นอะไร ต้องช่วยเหลือให้เต็มที่ สนับสนุนแบบเต็มร้อย”

 

ความรักแบบไทย

จักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ คือหนึ่งในกีฬาที่ได้รับความสนใจจากชาวอเมริกัน ในฐานะดินแดนต้นกำเนิด ของกีฬาชนิดนี้ ซึ่งมีการแข่งขันทั้งในระดับรัฐ ไปจนถึงระดับประเทศ ทั้งรุ่นเยาวชน และรุ่นประชาชนทั่วไป 

ขณะที่อเมริกา ได้รับการยกย่องให้เป็นศูนย์กลางของบีเอ็มเอ็กซ์ กีฬาเอ็กซ์ตรีมประเภทนี้ กลับเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับชาวไทย และเริ่มแพร่หลายเข้ามาเมื่อยุค 2000’s เท่านั้น 

สำหรับผู้หญิงจากจังหวัดอุดรธานี ที่ต้องย้ายถิ่นที่อยู่ตามสามี ไปที่ฟลอริดา ตั้งแต่ช่วง 80’s ในศตวรรษที่ 20 บีเอ็มเอ็กซ์ จึงเป็นกีฬาที่ไม่คุ้นเคย และอันตรายในความคิดของเธอ

“แม่ไม่เคยอยากให้เขาเล่นบีเอ็มเอ็กซ์เลย” คุณแม่ละมุลกล่าว “แม่กลัวลูกเจ็บ แม่กลัวมากๆเลย”

“แม่เคยไปดูตอนเขาซ้อม เห็นเขาเจ็บตัวตลอด มีแผลเต็มตัว ฟกช้ำเห็นเลือด แม่เคยไปที่สนาม แล้วเห็นเขาล้มเลือดไหล แม่โกรธมาก ตะโกนว่าพ่อ เสียงดังที่สนาม อายมาก แต่ลูกเจ็บเราก็เสียใจ หลังจากนั้น แม่ไม่ไปใกล้ที่สนามอีกเลย”

“แม่พูดกับเขาตลอด ทำไมไม่เล่นตุ๊กตา ทำไมไม่เล่นขายของแบบผู้หญิง (หัวเราะ) เขาก็บอกไม่ยอม ไม่เอา”

หัวอกคนเป็นแม่ ล้วนอยากเห็นลูกมีความสุข แม้ไม่อยากเห็นลูกสาว ขี่จักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ แต่ถ้าเป็นความฝัน ที่ลูกต้องการเธอพร้อมร่วมด้วยกับคุณพ่อ ที่จะสนับสนุนอแมนดา ให้ไปถึงเป้าหมาย ที่ตั้งไว้

“แม่ต้องเข้มแข็ง แม่บอกกับตัวเองเสมอ สมัยก่อน แม่กลัวทุกครั้งนะ ตอนเขาขึ้นไปอยู่ตรงจุดสตาร์ท ใจเต้นแรงตุ๊บๆ แม่ดูไม่ได้เลย ต้องไปหาที่หลบ เราไม่กล้ามาดู เวลาลูกไปแข่ง แม่จึงไม่ค่อยได้ไป เพราะไปก็ดูไม่ได้ (ยิ้ม)”

“แต่เรามีหน้าที่ต้องสนับสนุนเขา ในความคิดแม่ แม่อยากให้เขาไปให้สุด แม่ไม่อยากให้เขาโตขึ้น แล้วมานั่งเสียใจ มานั่งคิดว่าทำไมตอนเด็กไม่ได้ลองเล่น ถ้าบีเอ็มเอ็กซ์ คือ สิ่งที่ลูกชอบ เราก็ผลักเขาไปให้สุดเลยดีกว่า”

 

ความรักแบบคนเป็นแม่

“ความฝันสูงสุดของอแมนดา คือการเป็นนักกีฬาจักยานบีเอ็มเอ็กซ์ ที่ประสบความสำเร็จ
เพราะตอนอายุ 14 ปี อแมนดาดูการแข่งขัน เห็นเขาแข่งกัน เห็นเขาได้เหรียญทอง ก็รู้สึกว่า อยากมีโมเมนต์แบบนั้นบ้าง”
อแมนดาเผยถึงความฝันของเธอ

ด้วยมือที่คอยผลักดัน จากทั้งคุณพ่อและคุณแม่ ทำให้อแมนดา คว้าแชมป์โลกรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ในปี 2005 และรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ในปี 2006 กระนั้นในปี 2007 เกิดเหตุการณ์สำคัญ กับครอบครัวของอแมนดา ที่อาจทำให้เส้นทางการเป็นนักกีฬาของเธอต้องหยุดชะงัก

“ตอนนั้นเกิดอุบัติเหตุบ้านไฟไหม้ บ้านที่ฟลอริดา พ่อแม่ลูก วิ่งหนีเอาตัวรอดออกจากบ้าน ต้องเอาเงินเก็บ มาซื้อบ้านหลังใหม่ ตอนนั้นแทบไม่มีอะไรเหลือติดตัวเลย” คุณแม่ละมุล เล่าย้อนถึงเหตุการณ์ในอดีต

อัคคีภัย ที่เกิดขึ้นกับตระกูลคาร์ ทำให้การสนับสนุนลูกสาวในฐานะนักกีฬาจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ ซึ่งต้องใช้ทุนจำนวนไม่น้อย ถูกยกขึ้นมาเป็นประเด็นในครอบครัวว่าควรเดินหน้าต่อ หรือหยุดไว้แค่นี้ มันกลายเป็นอุปสรรคครั้งใหญ่

“แม่นั่งคุยกับพ่อ กับอแมนดา บอกต่อหน้าพวกเขาว่า ลูกต้องมาก่อน เราต้องช่วยลูกก่อน เมื่ออแมนดามีความฝันอยากไปให้สุด เราต้องช่วยเขาให้ถึงที่สุด อย่างอื่นต้องมาทีหลังลูกของเรา”

“แม่ไม่ลังเลยที่จะพูดแบบนี้ เพราะมันเป็นความสุขของเขา แม่ไม่ได้เห็นว่า บ้านไฟไหม้แล้วเราต้องมาหยุด ไม่สนับสนุนอีกลูกต่อไป” 

“Chase your dream” การไล่ล่าฝัน ไม่อาจเกิดขึ้นได้เพียงตัวคนเดียว...โชคดีว่ามือที่คอยผลักดัน ของอแมนดา คาร์ ไม่เคยจากเธอไปไหน ทำให้เธอยังคงโลดเเล่น อยู่บนจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ คว้ารางวัลจากการแข่งขันมากมายทั่วโลก จนครั้งหนึ่งเธอมีชื่อเป็นหนึ่งในนักกีฬาทีมชาติไทย ไปแข่งขันมหกรรมกีฬา เอเชียนเกมส์ 2014 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ และคว้าเหรียญทองกลับมาได้สำเร็จ

“ตอนนั้นอแมนดารู้สึกว่า คนไทยมีความสุขมาก ที่อแมนดาคว้าเหรียญทองกลับมา เห็นคนไทยภูมิใจในตัวเรา เราจึงคิดว่า ถ้าเราได้ล่าความฝันไปให้สุดกว่านี้ แล้วคว้าเหรียญทองกลับมา คนไทยจะมีความสุขมากมายขนาดไหน?” อแมนดาเล่าถึงความคิดของเธอ

 

ความรักของครอบครัว

เมื่อประสบความสำเร็จระดับเอเชียแล้ว… เป้าหมายต่อไปของเธอ คือ ระดับโลก 

ทำให้อแมนดา ฮึกเหิมกว่าเดิม เธอต้องการทำให้ฝันของเธอเป็นจริงด้วยการไปแข่งขันที่ริโอ เดอ จาเรโน ปี 2016 ให้ได้ และด้วยแรงผลักดันจากทุกคนรอบข้าง… ก็ทำให้เธอรู้สึกว่าเธอพร้อมแล้ว 

“เราซ้อมอย่างหนัก ทำให้เต็มที่ที่สุด มันไม่ง่ายเลย ที่จะไปแข่งที่ริโอ” อแมนดากล่าว

แรงผลักดันจากตัวเอง ครอบครัว และน้องๆ ร่วมทีมชาติไทยที่ช่วยกันแข่งเก็บแต้มให้ประเทศไทย รวมถึงแฟนกีฬาชาวไทย ทำให้อแมนดา พิชิตฝันได้สำเร็จ ด้วยการเป็นหนึ่งในนักกีฬาไทย ที่ไปแข่งที่ริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล

“เราทำให้ตัวเองภูมิใจ และเราทำให้พ่อกับแม่ภูมิใจ พวกท่านยิ้มไม่หยุดเลย ก่อนเริ่มแข่งขัน แล้วหันไปเห็นครอบครัวโบกมือมาให้ เราน้ำตาซึมออกมาเลย” อแมนดาย้อนถึงความรู้สึกของเธอ หลังไล่ล่าความฝันได้สำเร็จ 

อแมนดาเป็นนักกีฬาสัญชาติเอเชีย เพียงคนเดียวที่ได้เข้าสู่รอบ 16 คนสุดท้าย ในการแข่งขัน จักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ ประเภทหญิง ในการแข่งขันครั้งนั้น อย่างไรก็ตาม เธอไม่สามารถเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เธอได้หวังเอาไว้

ด้วยอายุที่มากขึ้น บวกกับเส้นทางชีวิต ที่อยู่กับกีฬาจักรยานวิบาก มายาวนานกว่า 20 ปี ถึงจุดหนึ่ง มันกลายเป็นอุปสรรคที่กัดกินใจ เธอคิดจะยกธงขาวให้กับความฝัน หยุดเส้นทางของตัวเอง ไว้กับการแข่งขันที่บราซิล

“มีความคิด ที่อยากเลิกเล่นบีเอ็มเอ็กซ์ เข้ามาตลอด” อแมนดาเล่าความในใจ “บีเอ็มเอ็กซ์ เป็นกีฬาที่ใช้แรงกายและแรงใจสูงมาก ไม่ใช่แค่ตัวเราเอง แต่รวมถึงคุณพ่อคุณแม่” 

“บางครั้ง เราอยากเริ่มต้นชีวิตในรูปแบบใหม่ มีชีวิตแบบคนธรรมดาดูบ้าง บางทีเรารู้สึกว่าชีวิตที่เป็นอยู่ มันยากกว่าคนทั่วไป”

“พ่อบอกอแมนดาตลอดว่า พ่อยอมทำงานหนัก เพื่อให้เรามีโอกาสตรงนี้ เป็นนักกีฬาบีเอ็มเอ็กซ์ ถ้าเครียดเรื่องการแข่งขัน อแมนดาคุยกับคุณพ่ออยู่ตลอด คุณพ่อคอยกระตุ้น พูดให้เรารู้สึกเชื่อมั่นในตัวเอง”

“ส่วนคุณแม่เขาก็ให้กำลังใจ แบบคนไทยนะ ถามตลอดว่า หิวข้าวไหม กินข้าวหรือยัง กินอิ่มไหม อะไรแบบนี้” อแมนดากล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เขาเป็นนักสู้นะ เขาไม่เคยหยุดที่จะสู้ ไม่เคยคิดที่จะถอยหลัง” คุณแม่ละมุล เผยถึงเหตุผล ที่เธอไม่เคยหยุดสนับสนุนลูกสาวคนนี้...ในเส้นทางนักกีฬาบีเอ็มเอ็กซ์ ของอแมนดากำลังจะหยุดหมุน แต่มือที่อยู่ข้างหลังเธอ ไม่เคยหยุดเดินหน้า

“ถ้าไม่มีพวกท่าน อแมนดาคงไม่มีวันนี้” นักปั่นเลือดอีสาน กล่าวทิ้งท้ายกับเรา 



AUTHOR

Mainstand

     


x