FEATURE

นิกิต้า มาเซปิน : นักแข่ง F1 ผู้ถูกดีดออกเพราะพ่อสนิทกับปูติน ? | Main Stand



นิกิต้า มาเซปิน อาจเป็นนักแข่งฟอร์มูล่า 1 ผู้ไม่ได้เป็นที่รักมากนัก จากการถูกมองว่าเข้ามาแข่งขันได้เพราะพ่อรวย หรือผลงานในสนามที่ดูช้ากว่านักแข่งในระดับเดียวกันอยู่พอสมควร จากการเดบิวต์ปี 2021 ที่ไม่น่าจดจำเสียเท่าไหร่


 

ทว่าจากสถานการณ์ทางการเมืองใน รัสเซีย ผู้เป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีเข้าสู่ดินแดนของ ยูเครน ได้ทำให้มีมาตรการคว่ำบาตรอย่างรุนแรง อันส่งผลกระทบมาถึงวงการมอเตอร์สปอร์ตด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่น่าสนใจคือ นิกิต้า มาเซปิน เคยมีรูปถ่ายว่าเข้าพบกับ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย แถมยังมีพ่อเป็นหนึ่งในคนใกล้ชิดกับผู้นำรายนี้อีกด้วย เรื่องนี้จึงกลายเป็นประเด็นที่คนสนใจมากกว่าผลงานในสนามแข่งไปโดยปริยาย

มาย้อนดูเรื่องราวของนักขับชาว รัสเซีย รายนี้ กับเส้นทางสู่ F1 ที่ไม่ได้ง่ายดายนัก กับการถูกดีดออกจากเก้าอี้นักแข่ง เพียงเพราะพ่อสนิทกับ วลาดิเมียร์ ปูติน ได้ในบทความนี้กับ Main Stand

 

ไม่ได้ดีแค่มีเงิน

มาเซปิน เริ่มต้นเส้นทางนักขับรถแบบที่นั่งเดียวมาตั้งแต่ปี 2014 ก่อนจะค่อย ๆ ไต่เต้าขึ้นมาแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น อันได้แก่การจบอันดับสองในรายการฟอร์มูล่า 3 เมื่อปี 2018 และจบด้วยอันดับห้าของฟอร์มูล่า 2 ปี 2020 ตามลำดับ

เจ้าตัวถูกเลือกมาเป็นนักแข่งของทีม ฮาส ในระดับฟอร์มูล่า 1 สำหรับฤดูกาล 2021 โดยจับคู่กับ มิค ชูมัคเกอร์ แชมป์ฟอร์มูล่า 2 ในปี 2020 ผู้เป็นลูกชายของตำนานอย่าง มิชาเอล ชูมัคเกอร์ ซึ่งทั้งสองมาแทนที่นั่งของ เควิน แม็กนุสเซน และ โรแมง โกรส์ฌอง

ด้วยสถานการณ์การเงินของ ฮาส ในช่วงเวลาดังกล่าว ที่จำเป็นจะต้องประคองให้ทีมอยู่รอดต่อไปได้ พวกเขาต้องยอมไม่พัฒนารถสำหรับฤดูกาล 2021 เพื่อนำทรัพยากรทั้งหมดไปทุ่มกับรถแข่งรุ่นใหม่ในปี 2022 แทน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าการได้ Uralkali บริษัทผู้ผลิตปุ๋ยชื่อดังของรัสเซียที่มี ดิมิทรี มาเซปิน บิดาของนักแข่งรายนี้เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่มาหนุนทีม และสามารถช่วยให้ฮาสหายใจได้โล่งคอมากยิ่งขึ้น 

แม้ทีมสัญชาติอเมริกันรายนี้ต้องยอมเห็นรถถูกสาดสีเป็นสีธงชาติรัสเซีย อันมีสาเหตุหนึ่งมาจากการที่ประเทศรัสเซีย ถูกลงโทษห้ามใช้ธงชาติของตัวเอง จากบทลงโทษในกรณีที่รัฐบาลมีส่วนในการสนับสนุนนักกีฬาให้ใช้สารกระตุ้นในการแข่งขันกีฬารายการต่าง ๆ ในอดีตก็ตาม (ซึ่งก็ส่งผลถึง มาเซปิน ที่ต้องมาลงแข่งภายใต้ธงของ สหพันธ์ยานยนต์รัสเซีย หรือ RAF แทนเช่นกัน)

มาเซปินผู้พ่อพยายามผลักดันลูกชายของตนเองให้ได้ที่นั่งในการแข่ง F1 มาหลายปีแล้ว ด้วยวิธีที่เหล่าเศรษฐีพันล้านมักใช้กัน นั่นคือการเจรจาซื้อทีมต่าง ๆ เช่น ฟอร์ซ อินเดีย และ วิลเลียมส์ ก่อนจะมาจบที่การเป็นผู้สนับสนุนให้ ฮาส แทน

แม้จะเป็นลูกคนรวยที่ดูเหมือนเข้ามาแข่งได้เพราะมีเงิน แต่ มาเซปิน ก็ไม่ได้เป็นเด็กใหม่ที่อ่อนด้อยประสบการณ์ขนาดนั้น เพราะเจ้าตัวเคยได้โอกาสเป็นนักแข่งทดสอบให้กับทีม ฟอร์ซ อินเดีย ในปี 2016, 2017 และ 2018 รวมทั้งมีโอกาสได้ลองขับรถของแชมป์โลกอย่าง เมอร์เซเดส ในปี 2019 พร้อมกับได้ใช้งานตัวซิมูเลเตอร์ของพวกเขาอีกด้วย

นอกจากนั้นเจ้าตัวยังมีความคุ้นชินกับการวิเคราะห์ข้อมูล หรือเข้าประชุมร่วมกับเหล่าวิศวกรของทีม ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่ามาก ๆ และไม่ใช่นักแข่งระดับ F2 ทุกคนจะเคยผ่านมา จึงไม่แปลกที่การเลือก มาเซปิน เข้ามาร่วมทีมจึงดูเป็นตัวเลือกที่ไม่ได้แย่นักในตอนแรก

แต่แล้วคุณก็รู้ว่าเรื่องราวหลังจากนี้มันเป็นเช่นไร...

 

ก้าวกระโดดที่ยาวไป

แค่ไม่กี่วันหลังจากเซ็นสัญญาร่วมทีม มาเซปิน วัย 21 ปี ก็ได้สร้างวีรกรรมอื้อฉาวแรกบนโลกออนไลน์ หลังปรากฏวิดีโอที่นักแข่งรายนี้ได้ลวนลามสตรีคนหนึ่งบนรถส่วนตัว ที่แม้เจ้าตัวจะรีบลบคลิปดังกล่าวออกไป แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว

แน่นอนว่านี่คือเรื่องเสียหายอย่างหนัก และทั้ง ฮาส และ มาเซปิน เองก็ได้ออกมาแถลงขอโทษออกสื่อ ก่อนที่จะมีการจัดการกับประเด็นดังกล่าวเป็นการภายใน

เอาล่ะ ตัดเรื่องพฤติกรรมไม่ดีนอกสนามออกไป ก็คงถึงเวลาที่เราต้องมาโฟกัสกับผลงานในสนามของนักแข่งรุกกี้รายนี้กันแล้ว โดยสนามที่ ซาเคียร์ ประเทศบาห์เรน อันถือเป็นการเปิดฉากฤดูกาล 2021 อย่างเป็นทางการนั้น แม้ประสิทธิภาพของรถอาจไม่ได้ดิบดีเทียบเท่าผู้ผลิตรายอื่น แต่ผลงานของนักแข่งหน้าใหม่ทั้งสองนี้ย่อมได้รับความสนใจกันอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตามเรซแรกของเจ้าตัวนั้นจบลงเพียงแค่ 3 โค้งเท่านั้น หลังสูญเสียการควบคุมรถ ก่อนจะชนเข้ากับกำแพงไปในที่สุด

"ผมคงไม่พูดหรอกว่ารถคันนี้มันขับยาก เพราะผมมีช่วงเวลาที่ดีกับรถในช่วงการทดสอบ แต่เพราะผมใส่ความพยายามเข้าไป 101% ระหว่างที่ลมเปลี่ยนทิศอยู่ตลอดเวลา นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมเตรียมตัวมารับมือเลย" มาเซปิน กล่าวในงานแถลงข่าวก่อนเรซสองที่ อิโมลา ประเทศอิตาลี

"ผมได้ผ่านเส้นโค้งแห่งการเรียนรู้อันโหดหิน และมันจะไม่เกิดขึ้นอีก (การที่รถหมุนหรือชนเข้ากับกำแพง)"

น่าเสียดายที่เจ้าตัวไม่อาจทำตามที่สัญญาไว้ได้ เพราะหลังจากนั้นตลอดฤดูกาล 2021 มาเซปิน ก็ได้ทำรถหมุนไปอีก 21 ครั้ง จนกลายเป็นฉายาว่า "Mazspin" ที่ล้อจากชื่อของเขารวมกับคำว่า Spin หรือ หมุน นั่นเอง

สถิติการหมุนรถของนักแข่งชาวรัสเซียรายนี้ (22 ครั้ง) มีมากกว่าจำนวนเรซที่เจ้าตัวได้ลงแข่งเสียอีก (21 สนาม - พลาดลงแข่งสนามสุดท้ายที่อาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เนื่องจากผลตรวจ COVID-19 เป็นบวก) และมากเพียงพอที่มีบัญชีทวิตเตอร์ @DidMazepinSpin (https://twitter.com/DidMazepinSpin) เข้ามาคอยติดตามนับจำนวนรอบที่รถของเขาหมุนเลยทีเดียว

ผลงานในสนามของ มาเซปิน มี 0 คะแนน จบอันดับที่ 21 จากนักแข่งตัวจริง 20 คน ซึ่งต่ำกว่า โรเบิร์ต คูบิซ่า นักแข่งสำรองของทีม อัลฟ่า โรเมโอ ผู้ลงขับแทน คิมี่ ไรโคเน่น อยู่สองเรซ (เนื่องจากผลงานในการแข่งขันแย่กว่า) ยังแย่ไม่พอสำหรับนักขับรายนี้ เพราะเจ้าตัวยังไม่ลงรอยกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง มิค ชูมัคเกอร์ อีกด้วย

มาเซปิน เปิดเผยกับสื่อ Motorsport.com ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นไม่ได้ถึงขั้นเป็นเพื่อนกันเสียทีเดียว และทั้งสองคนต่างเคยเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในการปรับตัวเข้าหากันมาแล้ว

เจ้าตัวเคยเปรียบเทียบว่ารถของตนเองนั้นถูกปรับให้ช้ากว่าของ ชูมัคเกอร์ หรือได้อุปกรณ์ที่มีความเร็วไม่ทัดเทียมกัน จนถึงขั้นที่นักแข่งชาวเยอรมันต้องออกมาโต้กลับว่า "ผมว่าเขาดราม่าแบบไม่อิงหลักเหตุและผล เพราะต่อให้คุณจะเปลี่ยนรถแต่ถ้านักแข่งควบคุมรถไม่ได้ ยังไงคุณก็ขับเร็วไม่ได้หรอก"

ขณะที่ กุนเธอร์ สไตเนอร์ นายใหญ่ของทีมฮาส กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า "เราให้ทุกคนได้อุปกรณ์แบบเดียวกัน ทุกคนเท่าเทียมโดยสัญญา นี่คือทีมของเรา"

แม้จะผ่านช่วงขึ้นและลงจนถึงขั้นที่ มาเซปิน ผู้พ่อเคยขู่จะถอนการให้เงินออกจากทีมฮาส หากยังไม่ยอมทำให้รถของลูกชายของเขาเร็วขึ้นมาแล้ว แต่ นิกิต้า ก็ยอมรับในภายหลังว่า "ในตอนนี้ความสัมพันธ์ของเรานั้นค่อนข้างเป็นกลาง คือไม่ได้ดีหรือร้าย มันเป็นวิธีเดียวที่จะทำผลงานให้ดีได้ในการแข่งขันกีฬา"

แน่นอนว่าทั้งสองคนถือเป็นอนาคตของ ฮาส ในการปลุกปั้นกับรถแข่งปี 2022 โดยทั้งคู่ได้โอกาสลงซ้อมแบบปิดที่ บาร์เซโลน่า เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์มาแล้ว จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครหวังอยากให้มีขึ้น...

 

ความสัมพันธ์อันซับซ้อน

นานาประเทศตัดสินใจคว่ำบาตร รัสเซีย ทันที ในวินาทีที่พวกเขาตัดสินใจบุกเข้าในพื้นที่อธิปไตยของ ยูเครน เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2022 ซึ่งนั่นรวมถึงในวงการกีฬา ที่สหพันธ์กีฬาและชาติต่าง ๆ ร่วมวงกันลงดาบทั้งนักกีฬา สโมสร หรือทีมชาติจากแดนหมีขาวแห่งนี้

แน่นอนว่าวงการฟอร์มูล่า 1 ก็ต้องเผชิญกับประเด็นดังกล่าวโดยตรง เพราะนอกจาก Uralkali และ นิกิต้า มาเซปิน ของทีม ฮาส แล้ว ยังมีตารางการแข่งขันที่ โซชิ ออโต้โดรม เมืองโซชิ ประเทศรัสเซีย อยู่ทุกปีอีกด้วย ซึ่งทำให้ต่างฝ่ายต่างต้องมีมาตรการออกมาตามที่เห็นสมควร

ในกรณีของ มาเซปิน ความสัมพันธ์ของพ่อเขาอย่าง ดิมิทรี กับ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย ได้ทำให้สถานการณ์ค่อนข้างซับซ้อนขึ้นไปอีกระดับ เนื่องจาก มาเซปินผู้พ่อ ถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในคนวงในใกล้ชิดกับท่านประธานาธิบดีเลยทีเดียว

ย้อนกลับไปในปี 2002 มาเซปิน ผู้พ่อได้เข้าดำรงตำแหน่งประธานของ Sibur บริษัทปิโตรเคมีรายย่อยของ Gazprom ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าบริษัทดังกล่าวถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลรัสเซีย หลังจากที่ ปูติน ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

แม้ไม่มีรายงานถึงความสัมพันธ์อย่างซับซ้อนแบบเดียวกับที่เหล่า Oligarch รายอื่นมี แต่ ดิมิทรี ก็ถูกท่านประธานาธิบดีเชิญไปเข้าร่วมประชุมพร้อมกับนักธุรกิจรายอื่นอีกราว 36 คน เพื่อร่วมหาทางออกจากการโดนคว่ำบาตรโดยนานาประเทศในขณะนั้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเจ้าตัว และอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาลของรัสเซีย และตัวของ ปูติน เองไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ส่วนลูกชายที่เป็นนักแข่งฟอร์มูล่า 1 แม้จะมีภาพว่าเจ้าตัวได้เคยเข้าพบกับประธานาธิบดีรัสเซียพร้อมกับพ่อมาแล้ว แต่การด่วนสรุปว่า นิกิต้า มีส่วนรู้เห็นหรือมีสัมพันธ์ส่วนตัวกับ ปูติน ก็อาจเป็นอะไรที่รุนแรงต่อนักขับรายนี้มากเกินไป อย่างน้อยก็ด้วยหลักฐานที่ปรากฏอยู่ ณ ขณะนี้

อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ฮาส ได้ตัดสินใจถอด Uralkali ออกจากการเป็นสปอนเซอร์ของทีมโดยทันทีระหว่างกำลังฝึกซ้อมอยู่ที่บาร์เซโลน่า ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวส่งผลต่ออนาคตของ มาเซปิน แบบโดยตรง เพราะเจ้าตัวได้โอกาสเข้ามาแข่งในฟอร์มูล่า 1 ก็เนื่องจากเงินทุนของคุณพ่อเขาเองนี่แหละ

แม้ทาง สหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ หรือ FIA จะอนุญาตให้นักแข่งชาว รัสเซีย และ เบลารุส ลงแข่งได้โดยห้ามใช้ธงชาติของตนเองและอนุญาตให้ใช้ธงของ FIA แทน แบบเดียวกับที่ ดานิล เมดเวเดฟ นักเทนนิสมือวางอันดับ 1 ของโลกเพื่อนร่วมชาติของนิกิต้าสามารถลงแข่งต่อไปได้ 

ทว่า ฮาส ก็ได้ตัดสินใจแยกทางกับ Uralkali และ มาเซปิน อย่างเป็นทางการในวันที่ 5 มีนาคม โดยระบุถึงสถานการณ์การบุกรุกยูเครน ว่าเป็นหนึ่งในเหตุผลประกอบการตัดสินใจครั้งนี้

แน่นอนว่าทาง Uralkali ย่อมไม่พึงพอใจต่อการตัดสินเช่นนี้ และต้องการให้มีการคืนเงินค่าสนับสนุนกลับมาในทันที หลังจากสัญญาของทั้งนักขับและผู้สนับสนุนจากรัสเซียถูกยกเลิกก่อนการแข่งขันอย่างเป็นทางการจะเริ่มต้นขึ้น

ด้าน นิกิต้า ผู้เหมือนถูกฟ้าผ่าลงมาเต็ม ๆ ก็ได้ออกมาโต้ตอบด้วยการทำโครงการ "We Compete as One" เพื่อนสนับสนุนนักกีฬาที่ไม่อาจลงแข่งขันได้จากเหตุผลด้านการเมืองหรือสงครามต่าง ๆ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่าจะออกมาในรูปแบบไหนหรือใครบ้างที่ผ่านเกณฑ์สำหรับโครงการนี้

เจ้าตัวยังคงไม่ยอมแพ้ต่อโอกาสในการแข่งขันฟอร์มูล่า 1 อีกครั้ง โดยระบุว่าเขาจะทำตัวเองให้พร้อมลงแข่งอยู่เสมอ เพื่อรอรับโอกาสที่อาจเข้ามาในอนาคตอันใกล้ โดยยังไม่ตัดสินใจขอใบอนุญาตลงแข่งจากชาติอื่นอยู่ในตอนนี้

นิกิต้า มาเซปิน ยังระบุเพิ่มเติมด้วยว่าเขายังไม่ได้รับการติดต่อใด ๆ เพิ่มเติมจากนายเก่าอย่าง สไตเนอร์ หรือนักแข่งร่วมทีมอย่าง มิค ชูมัคเกอร์ พร้อมกับยังถูกรวมในลิสต์คว่ำบาตรจากสหภาพยุโรปร่วมกันกับคุณพ่อและเหล่า Oligach ชาวรัสเซียอีกหลายราย

"ในสถานการณ์เช่นนี้ คุณจะได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของผู้คนรอบตัว" เจ้าตัวกล่าวทิ้งท้าย ในสถานการณ์ที่ตัวเองก็ยังไม่รู้ถึงอนาคตบนเส้นทางสายความเร็วเช่นกัน

 

แหล่งอ้างอิง :

https://www.formula1.com/en/latest/article.it-wont-happen-again-mazepin-insists-hes-already-moved-on-from-lap-1-crash.2IwWz4mhK7BAyCqqUhRRE.html
https://www.formula1.com/en/latest/article.analysis-why-haas-picked-nikita-mazepin-the-key-questions-answered.rIPwDsaZWClcZu1itDTO6.html
https://www.motorsport.com/f1/news/mazepin-neutral-with-haas-f1-team-mate-schumacher-after-difficult-times/7219258/



AUTHOR

กรทอง วิริยะเศวตกุล

Astronomy, Liverpool, You.
     


PHOTO

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ
     


x