FEATURE

จับไก่ใส่เหรียญทอง : ขุดความบาดหมางสุดดุดัน โฮย่า-ฟลอยด์



เมื่อเข้าสู่การเปลี่ยนจากยุคมวยเฮฟวี่เวตครองโลกสู่มวยรุ่นกลาง ทุกอย่างในวงการมวยสากลก็เปลี่ยนไป นอกจากศึกบนสังเวียนแล้วสิ่งที่นักชกทั้งหลายต้องฝึกปรือให้เก่งกาจไปพร้อม ๆ กันคือการสร้างชื่อให้ตัวเองขายได้ด้วย เพราะหากพวกเขายิ่งเป็นข่าวมากเท่าไหร่ มันก็หมายความว่าคนดูจะซื้อบัตรเข้ามาชมไฟต์ของเขามากเท่านั้น


 

และนี่คือเรื่องราวของ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ในวันที่เขายังไม่ดังและยังไม่รวย นั่นจึงทำให้เขาต้องสร้างจุดเด่นด้วยการปั่นประสาทคู่ชกและสร้างความหมั่นไส้ไปทั่วปฐพี ... และจะมีใครเหมาะไปกว่าวีรบุรุษของชาวอเมริกันอย่าง ออสการ์ เดอ ลา โฮย่า

ว่าแต่ "ไก่" มาเกี่ยวข้องกับความบาดหมางของทั้งคู่ได้อย่างไรกัน ?

 

ความเหมือนที่แตกต่าง

จะว่าไป หากเทียบเส้นทางของ ออสการ์ เดอ ลา โฮย่า กับ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ คุณ ๆ อาจรู้สึกถึงความเหมือนกันอย่างประหลาด เพราะทั้งคู่เริ่มแจ้งเกิดจากการชกมวยสากลสมัครเล่น แถมยังมีโอกาสเป็นตัวแทนของสหรัฐอเมริกาไปล่าเหรียญทองในศึกโอลิมปิก มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติทั้งคู่


Photo : www.theadvocate.com

ซึ่งหากจะหาสิ่งที่แตกต่างกันในตอนนั้น นอกจากเรื่องปีที่ขึ้นชก (เดอ ลา โฮย่า 1992 - ฟลอยด์ 1996) กับพิกัดน้ำหนัก (โฮย่า ไลท์เวต 60 กิโลกรัม - ฟลอยด์ เฟเธอร์เวต 57 กิโลกรัม) ก็เห็นจะเป็นบทสรุปสุดท้าย เพราะ เดอ ลา โฮย่า สามารถคว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จจากชัยชนะเหนือ มาร์โก รูดอล์ฟ ของเยอรมนี ทว่า ฟลอยด์ กลับได้เพียงเหรียญทองแดงแบบช้ำใจ กับความพ่ายแพ้แบบค้านสายตาต่อนักชกบัลแกเรีย เซราฟิม โทโดรอฟ ในรอบรองชนะเลิศ

การเป็นยอดมวยเสื้อกล้ามอาจจะช่วยให้มีชื่อเสียงและเครดิตมากขึ้น แต่หากถอดเสื้อกับเฮดการ์ดเข้ามาลุยในเส้นทางนักชกอาชีพ สิ่งสำคัญกว่าคือผลงานบนเวทีต่างหาก ซึ่งทั้งโฮย่าและฟลอยด์ก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้อย่างไร้ข้อสงสัย เมื่อพวกเขาสามารถคว้าเข็มขัดแชมป์โลกมาประดับบนบ่าได้ทั้งคู่

แต่ท่ามกลางความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ทั้งสองกลับเลือกที่จะเดินบนเส้นทางอันแตกต่าง เพราะในขณะที่ เดอ ลา โฮย่า เลือกเส้นทางสายธรรมะ ไม่สร้างศัตรูกับใคร ให้สมกับฉายา "Golden Boy" ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก ทว่าฟลอยด์เลือกที่จะมาสายอธรรมเต็มสูบ โดยเฉพาะกับฝีปากอันจัดจ้าน ด่ากราดคู่ชกทุกคนตรงหน้า ซึ่งแม้จะเป็นตัวร้ายแต่ก็หาได้แคร์ไม่ เพราะสิ่งที่ยิ่งกว่าฝีปากคือฝีมือ ถึงคู่ชกอยากจะตั๊นหน้าให้หงายหลังสักแค่ไหน สุดท้ายชื่อที่ถูกประกาศว่าเป็นผู้ชนะก็ยังเป็น ฟลอยด์ เมยเวทเธอร์ จูเนียร์ อยู่ดี

 

ปัญหาครอบครัว

แม้คนสองคนจะแตกต่างกันแค่ไหน แต่หากอยู่บนเส้นทางอาชีพเดียวกันแล้ว การเผชิญหน้ากันย่อมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เหลือแค่ว่าจะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง


Photo : www.towleroad.com

ด้วยพิกัดน้ำหนักที่ใกล้เคียงกัน การปะทะกันระหว่าง เดอ ลา โฮย่า กับ เมย์เวทเธอร์ คือสิ่งที่หลายฝ่ายคาดว่าจะต้องเกิดขึ้น และหลังจากที่คาดเดากันมานาน ในที่สุดก็ได้มีการประกาศว่า การเจรจาทุกอย่างลุล่วง ออสการ์ เดอ ลา โฮย่า กับ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จะขึ้นฟาดปากกันในวันที่ 5 พฤษภาคม 2007 ที่ ลาส เวกัส เมกกะแห่งวงการมวยยุคใหม่ของสหรัฐอเมริกา

แม้ศักดิ์ศรีบนสังเวียนอาชีพของโฮย่าจะเหนือกว่า กับการเป็นแชมป์โลกถึง 6 รุ่น และในวันที่ประกาศไฟต์ เขายังมีศักดิ์ศรีเป็นแชมป์โลก WBC รุ่นไลท์มิดเดิ้ลเวต 154 ปอนด์ ซึ่งเป็นเส้นที่ฟลอยด์ต้องทำน้ำหนักขึ้นไปท้าชิง แต่หลายคนก็มองว่า รูปเกมน่าจะออกมาสูสี เพราะแม้โกลเดนบอยจะเป็นฝ่ายเหนือกว่าตามหน้าเสื่อ แต่ฟอร์มการชกในระยะหลัง นับตั้งแต่เสียสถิติพ่ายครั้งแรกให้กับ เฟลิกซ์ ตรินิแดด โคตรมวยแห่งเปอร์โตริโกเมื่อปี 1999 ก็แพ้ยอดมวยอเมริกันอย่าง เชน มอสลีย์ ถึง 2 ครั้ง 2 ครา และ เบอร์นาร์ด ฮอปกินส์ อีกครั้ง อีกทั้งอายุในวันกำหนดชกยังปาเข้าไปถึง 34 ปี ต่างจากฟลอยด์ที่กำลังเป็นมวยฟอร์มแรง เป็นแชมป์โลกมาแล้วถึง 4 รุ่น และที่สำคัญที่สุดคือ สถิติการชกของเขาอ่านได้ว่า "ชนะรวด ไม่เคยแพ้"


Photo : hot97svg.com

ขณะเดียวกัน ก็ยังมีเรื่องราวภายในครอบครัวเมย์เวทเธอร์ให้เป็นประเด็นอีก เมื่อเทรนเนอร์คู่บุญมาตั้งแต่ปี 2001 ของโฮย่าดันมีชื่อว่า ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ ซีเนียร์ หลายคนจึงเริ่มตั้งคำถามว่า ฟลอยด์ ซีเนียร์ จะยอมรับงานสอนคู่ชกที่ทำให้ลูกชายของตัวเองต้องพบกับความพ่ายแพ้ครั้งแรกหรือไม่

ซึ่งเรื่องราวก็จบแบบดับเบิลไคลแมกซ์ เพราะ ฟลอยด์ ซีเนียร์ พร้อมที่จะเป็นเทรนเนอร์ให้โฮย่า ทว่าการเจรจาก็พังครืนในเวลาอันรวดเร็ว ก่อนที่โกลเดนบอยจะเลือก เฟรดดี้ โรช มารับหน้าที่แทน โดย แดน ราฟาเอล นักข่าวของ ESPN ยืนยันว่า สาเหตุที่ดีลล่มไม่ได้มาจากปัญหาครอบครัว แต่ขึ้นกับ "เงิน" ล้วน ๆ

 

การตลาดหรือล้ำเส้น ?

การพบกันของยอดมวยเหลื่อมยุค บวกกับดราม่าเล็ก ๆ ในครอบครัว เท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ไฟต์ขายได้ บัตรเข้าชมการชกในสนามหมดเกลี้ยงในเวลาเพียง 3 ชั่วโมงของวันแรกที่เปิดขาย ทั้งๆ ที่ยังเหลือเวลาเกือบ 5 เดือนก่อนขึ้นฟาดปาก สมกับคำโปรยของไฟต์นี้ที่ว่า "The World Awaits" อย่างแท้จริง


Photo : kofightposters.com

เท่านั้นไม่พอ HBO สถานีโทรทัศน์ที่ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ยังได้ถ่ายทำสารคดีกึ่งเรียลลิตี้ "De La Hoya-Mayweather 24/7" เพื่อตามติดการเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นชกของทั้งคู่เป็นการเรียกน้ำย่อย ซึ่งถือได้ว่าเป็นออเดิร์ฟสุดแซ่บอย่างแท้จริง

เพราะนอกจากเรื่องราวดราม่าในครอบครัวเมย์เวทเธอร์จะถูกบรรจุเป็นส่วนหนึ่งแล้ว ตัวของฟลอยด์เองก็ยังเป็นอีกสิ่งสำคัญที่ทำให้เรื่องราวตลอดทั้ง 4 ตอนครบรสชาติ ซึ่งสาเหตุนั้นก็มาจากฝีปากของเจ้าตัวเองนั่นแหละ

"มึงอ่ะหน้า ... ส่วนกูน่ะตัวท็อป จำใส่กะโหลกไว้ กูจะทุบมึงจนต้องกราบ และกูจะอัดมึงให้ยับแบบต้องร้องขอให้หยุดเลยล่ะเว้ย"


Photo : bloodyelbowcom

นี่คือหนึ่งในโควตคำพูดเด็ดของฟลอยด์ที่เหยียดหยามคู่ชกที่มีอายุมากกว่า 4 ปีแบบไม่มีเม้ม มิเพียงเท่านั้น สารพัดคำหยามทั้งแก่, อ่อนฝีมือ และอีกหลายสิ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากปากแบบไม่มียั้ง แต่ทั้งหมดที่กล่าวมาคงไม่แสบสันเท่ากับวีรกรรมบนเวทีแถลงข่าวครั้งสุดท้ายก่อนขึ้นชกอีกแล้ว

เพราะในวันนั้น หลังจากที่มีการแนะนำคู่ชกทั้งสองเสร็จสิ้น ฟลอยด์ก็ถือคติ "ใส่ก่อนได้เปรียบ" ทันที ด้วยการสั่งลูกน้องให้ "พาออสการ์ขึ้นมานี่หน่อย"

สิ่งที่ปรากฎต่อสายตาทุกคน คือไก่เป็น ๆ ตัวหนึ่งในกรงที่ติดข้อความว่า "Golden Girl" ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นี่คือการล้อเลียนโกลเดนบอยอย่างโฮย่าแบบเต็ม ๆ ไม่เพียงเท่านั้น เจ้าตัวยังหยามให้ถึงที่สุด ด้วยการเปิดกรงออกมา ก่อนที่จะค่อย ๆ คล้องเหรียญทองให้แล้วแนะนำไก่ตัวดังกล่าวกับทุกคนว่า "นี่แหละครับ ออสการ์"


Photo : Pound4Pound.com

หลังจากนั้นก็ได้เวลาที่ฟลอยด์จะจัดทอล์คโชว์ยำด่ากราดคู่ชกชุดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการอวยตัวเองอย่างสุดลิ่มอย่าง "กูเก่งที่สุด", "กูเก่งเกินไปสำหรับมึง" เช่นเดียวกับการตอกย้ำถึงความแก่และฟอร์มที่ไม่ดีเหมือนเดิมของอีกฝ่าย เรียกเสียงเฮจากแฟนมวยที่เข้ามาชมการแถลงข่าวอย่างกึกก้อง ทว่าโฮย่ายังคงรักษาความเยือกเย็นไว้ได้อย่างดี เมื่อตัวเขาตอบเพียงสั้นๆ แต่ชัดเจนและตรง ๆ ว่า

"มันมีเวลาที่พวกขี้โม้จะได้ในสิ่งที่พวกเขาสมควรได้ และนั่นคือสิ่งที่รอเมย์เวทเธอร์อยู่ในวันที่ 5 พฤษภาคม"

 

ชัยชนะที่กังขา ?

และในที่สุด วันที่ทั้งโลกรอคอยก็มาถึง ... วันที่ ออสการ์ เดอ ลา โฮย่า ขึ้นชกกับ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์


Photo : zimbio.com

รูปเกมเป็นฝ่าย เดอ ลา โฮย่า ที่เก็บความแค้นจากการถูกเหยียดหยามมาตลอดก่อนหน้า เดินเข้าหาด้วยความดุดันเต็มพิกัด ทว่าฟลอยด์ใช้เกมป้องกันทั้งการ์ดและฟุตเวิร์กระดับเทพต้านทานไว้ได้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังสามารถดักสวนจังหวะสองได้อย่างเข้าเป้า

ข้อมูลจาก CompuBox ระบุว่า แม้จำนวนหมัดที่ปล่อยออกมาของฟลอยด์จะน้อยกว่า ทั้งจำนวนหมัดทั้งหมด (481-587) และหมัดที่ออกแรงจากไหล่โดยตรงหรือ Power Punch (241-341) แต่หมัดที่เข้าเป้าไม่ติดการ์ดของฟลอยด์กลับมีมากกว่าทั้ง 2 ประเภท (207-122, 138-82) หรือพูดให้ชัดก็คือ หมัดฟลอยด์เข้าเป้ากว่าทั้งจำนวนทั้งหมด (43%-21%) และหมัดจากไหล่ (57%-24%)

ดูจากสถิติตรงนี้ หลายคนคงคิดว่าฟลอยด์น่าจะเอาชนะไปแบบสบายๆ ทว่ากรรมการทั้ง 3 คนที่อยู่ด้านล่างก็ไม่ถึงกับเห็นพ้องเสียทีเดียว เมื่อคะแนนสุดท้ายออกมาว่า ฟลอยด์ชนะไปแบบไม่เป็นเอกฉันท์ 113-115, 116-112, 115-113


Photo : bleacherreport.com

ที่สำคัญที่สุดก็คือ หนึ่งในคนที่เห็นว่าฟลอยด์ไม่สมควรชนะก็คือ ฟลอยด์ ซีเนียร์ คุณพ่อบังเกิดเกล้านั่นเอง

"ผมคิดว่าออสการ์ชนะคะแนนในไฟต์นี้นะ เขาปล่อยหมัดมากกว่า ดุดันกว่า ลูกผมถึงจะมีเกมป้องกันที่ดี แต่ออสการ์เขากดดันอีกฝ่ายมากพอที่จะชนะนะ"

ทว่ามันก็ยังมีคำถามถึงสิ่งที่ ฟลอยด์ ซีเนียร์ พูดอยู่ดีว่า พูดจริงหรือหวังเอาใจ ? เมื่อมีการเปิดเผยว่า ที่นั่งชั้นริงไซด์มูลค่า 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เมย์เวทเธอร์ผู้พ่อได้นั่งในไฟต์ดังกล่าว ไม่ได้มาจากลูกชายหัวแก้วหัวแหวน แต่กลับได้จากอดีตลูกศิษย์อย่าง เดอ ลา โฮย่า เสียอย่างนั้น

 

กำเนิด "The Money"

ไม่ว่าผลการชกจะออกมาชวนกังขาแบบใด แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือ ไฟต์ดังกล่าวถือเป็นการเปิดตัว ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ สู่การเป็น "มวยแม่เหล็ก" อย่างแท้จริง


Photo : zimbio.com

เพราะถึงฟลอยด์จะได้ค่าตัวจากการชกเพียง 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ น้อยกว่า เดอ ลา โฮย่า ที่ได้ถึง 52 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กว่าเท่าตัว แต่ก็ช่างปะไร เพราะนี่คือไฟต์ที่คู่ชกได้เงินค่าตัวสูงสุด ณ เวลานั้น ไม่เพียงเท่านั้น ยังทำลายสถิติอีกมากมาย ทั้งเป็นไฟต์ที่เก็บเงินค่าบัตรได้มากที่สุด มากกว่า 19 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ, ยอดซื้อ เพย์-เพอร์-วิว สูงสุด 24 ล้านวิว กวาดรายได้ไปอีกมากกว่า 136 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งกว่าที่จะมีไฟต์ที่ทำลายสถิติ เพย์-เพอร์-วิว ได้ ก็ต้องรอจนถึงปี 2015 ที่ฟลอยด์ตกลงทำ "ไฟต์แห่งศตวรรษ" กับ แมนนี่ ปาเกียว

ทั้งหมดที่กล่าวมา คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ฟลอยด์สามารถทิ้งฉายา "Pretty Boy" นักชกหน้าสวยผู้ไม่เคยถูกใครต่อยให้ต้องเสียโฉม สู่ "The Money" หรือตัวทำเงินทำทองอย่างแท้จริง เมื่อนับแต่นั้นมา ฟลอยด์ก็โกยทรัพย์จากการชกมากมายมหาศาลชนิดที่ใช้ทั้งชาติก็ยังไม่หมด


Photo : www.rox.co.uk

และแม้แผนการที่จะจัดไฟต์รีแมตช์ระหว่างฟลอยด์และโฮย่าในปี 2008 จะไม่เกิดขึ้น เมื่อฟลอยด์ตัดสินใจแขวนนวมหนแรกหลังจากไฟต์ที่ชนะมาเมื่อปี 2007 ขณะที่โฮย่าเลิกชกมวยอาชีพถาวรในช่วงปลายปีดังกล่าวหลังความพ่ายแพ้ต่อ แมนนี่ ปาเกียว ทว่าความบาดหมางระหว่างทั้งคู่ก็ยังคงรุนแรงมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อต่างฝ่ายที่ต่างก็เปิดเส้นทางใหม่ในการเป็นโปรโมเตอร์ เปิดสงครามน้ำลายอย่างต่อเนื่อง จน ริชาร์ด เชเฟอร์ ซีอีโอของ โกลเดนบอย โปรโมชั่นส์ ของโฮย่าเองยังเหนื่อยใจ

"ผมนี่ต้องคอยเล่นบทคนกลางให้ทั้งคู่อยู่เสมอ เพราะความสัมพันธ์ที่มีระหว่างกันนั้นแย่เอามาก ๆ เวลาเจอกันทีไรก็ได้แต่หวังว่ามันจะไม่ยากเกินควบคุม ซึ่งผมคิดว่าคงต้องเอาหมวกกันน็อกมาใส่กันแรงกระแทกจากทั้งคู่ละ"


Photo : bleacherreport.com

แต่ความสัมพันธ์ของคู่นี้ก็ยากแท้หยั่งถึงอยู่ไม่น้อย เพราะเมื่อเราสืบสาวราวเรื่องไปอีกก็พบว่า เมย์เวทเธอร์ โปรโมชั่นส์ ที่ฟลอยด์เปิดขึ้นหลังจากชัยชนะเหนือโฮย่าเพื่อดูแลการชกของตัวเองในเวลาต่อมารวมถึงปั้นนักชกเลือดใหม่ กลับมีพันธมิตรสำคัญรายหนึ่งที่ยังคงร่วมมือกันในการจัดไฟต์ชกต่าง ๆ ถึงทุกวันนี้ และชื่อนั้นคือ ... โกลเดนบอย โปรโมชั่นส์ ของ ออสการ์ เดอ ลา โฮย่า นั่นเอง

บางที ความบาดหมางระหว่างกันนี่แหละ ที่ทำให้การเป็นโปรโมเตอร์มวยของทั้งคู่นั้นประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้

 

>> อัล เฮย์มอน : ก็อดฟาเธอร์ ผู้ใช้งาน ฟลอยด์ และ ปาเกียว ดั่งแขนขาของตัวเอง

>> ทำไมต้องรอหลายปี? : เบื้องหลัง 1 ไฟต์ 400 ล้านเหรียญของ ฟลอยด์ vs ปาเกียว

 

แหล่งอ้างอิง 

https://bleacherreport.com/articles/1768049-timeline-of-floyd-mayweathers-feud-with-oscar-de-la-hoya
https://bleacherreport.com/articles/2438355-remembering-de-la-hoya-vs-mayweather-the-fight-that-made-floyd-a-superstar
http://www.pound4pound.com/FightReport/2007/DeLaHoyaMayweatherLA.htm
https://www.si.com/extra-mustard/2013/02/19/floyd-mayweathers-10-most-memorable-moments-on-hbos-247



AUTHOR

เจษฎา บุญประสม

Content Creator ผู้ชื่นชอบการกิน, ท่องเที่ยว และดูกีฬาแทบทุกประเภท โดยเฉพาะฟุตบอล, อเมริกันเกมส์, มอเตอร์สปอร์ต, อีสปอร์ต
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x