NEWS

 "แกรนด์สปอร์ต" น้อมรับข้อผิดพลาดและทุกคำวิจารณ์ พร้อมแก้ไขทุกปัญหาเพื่อชัยชนะนักกีฬาไทย



ศึกโอลิมปิกเกมส์ 2020 ในครั้งนี้ นอกจากผลงานของนักกีฬาไทยแล้ว แฟน ๆ กีฬายังให้ความสนใจในเรื่องชุดแข่งขันของนักกีฬาด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะชุดแข่งของนักกีฬาแบดมินตันและเทเบิลเทนนิส ที่ดูมีขนาดใหญ่เกินตัว จนเกิดความเป็นห่วงว่านักกีฬาจะเคลื่อนไหวไม่ถนัด

 


นำมาสู่กรณีของ “เมย์” รัชนก อินทนน์ นักหวดลูกขนไก่สาวมือ 1 ของไทย ที่เปลี่ยนชุดจากเดิมที่ต้องสวมเสื้อแบรนด์ “แกรนด์สปอร์ต” มาเป็นเสื้อแขนกุด ไม่ปักโลโก้แบรนด์ โดยมีเพียงธงชาติไทยประดับที่อกด้านซ้ายเท่านั้น ในการลงเล่นรอบสอง เมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ประเด็นนี้ได้มีการพูดถึงกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะเสียงชื่นชมใน “แกรนด์สปอร์ต” ที่แสดงสปิริตยอมให้นักกีฬาไทย สวมเสื้อแบรนด์อื่นลงแข่งขัน แม้ว่าตัวเองจะต้องเสียประโยชน์จากการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ผลิตชุดกีฬาให้กับนักกีฬาทีมชาติในทัวร์นาเมนท์นี้ก็ตาม

ธารา พฤกษ์ชะอุ่ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด ได้เผยกับ Main Stand ถึงเรื่องนี้ พร้อมยอมรับว่าทางบริษัทมีข้อผิดพลาดแต่ก็พร้อมจะหาทางออกเพื่อให้นักกีฬาได้รับชัยชนะ

“ต้องขอยอมรับว่าในปีนี้มีความผิดพลาดในกระบวนการบางอย่างภายในบริษัท เราเช็คกับตัวเราเองก็รู้ว่างานนี้บริษัทเรามีบางอย่างที่ผิดพลาด และพยายามปรับปรุงแก้ไขมาโดยตลอด พอมีกระแสพูดถึงจากแฟนกีฬาที่เป็นห่วงนักกีฬา เราก็น้อมรับฟังทุกข้อคิดเห็นและเปิดให้แฟน ๆ ได้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น เมื่อได้ทราบ สิ่งแรกที่เราทำคือประสานไปที่โค้ชและนักกีฬาว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ ซึ่งนักกีฬาก็บอกว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร”

“กรณีของรัชนกนั้น สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับเราได้ประสานเข้ามาว่าต้องการเปลี่ยนชุดแข่งขัน เราพยามที่จะผลิตและส่งกลับไปให้ แต่ช่วงสถานการณ์โควิดทำให้การทำงานและการจัดส่งไม่สะดวก จนนำมาสู่ทางเลือกเพื่อที่จะแก้ไขให้กับนักกีฬาของชาติอย่างที่ได้เห็น”

“เรายอมทำทุกอย่างเพื่อให้นักกีฬาของเราชนะไว้ก่อน แม้ว่านักกีฬาจะไม่ได้ใส่เสื้อเราลงแข่งขันก็ตาม ซึ่งจริง ๆ หากมองในแง่ธุรกิจเรื่องนี้ต้องคุยกันยาว มันมีเรื่องสิทธิประโยชน์หลายอย่างที่เกี่ยวข้องทั้งเราและคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย แต่เราเลือกที่จะแก้ปัญหาให้ตามที่สมาคมฯ ต้องการ”

“แกรนด์สปอร์ตอยู่ในวงการกีฬาไทยมายาวนาน เรามีสปิริตในดีเอ็นเออยู่แล้ว ตามจุดยืนของเราคือ ‘มีสปิริตมีแกรนด์สปอร์ต’ เราก็เหมือนนักกีฬาที่ออกไปแข่งขันในระดับนานาชาติ เราเองก็ต้องออกไปแข่งเพื่อพิสูจน์ตัวเองเหมือนกัน เราอยากที่จะทำผลงานให้ออกมาดีอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ดีหรือมีข้อผิดพลาด เราก็ต้องนำมาปรับปรุง มาฝึกซ้อม เพื่อแก้ไขพัฒนาตัวเอง ซึ่งหลังจากนี้เราก็ต้องใส่ใจในรายละเอียดให้เยอะมากขึ้น ขอบคุณแฟนกีฬาและแฟนแกรนด์สปอร์ตที่มีความคาดหวังและเป็นห่วงพวกเรามาโดยตลอด” ธารา กล่าว

สำหรับ “แกรนด์สปอร์ต” ได้สิทธิ์จากคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ให้เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายชุดแข่งขัน ชุดซ้อม และชุดยูนิฟอร์ม ให้กับทัพนักกีฬาไทย ในโอลิมปิกเกมส์มาแล้ว 4 สมัย นับตั้งแต่ศึก “ปักกิ่ง เกมส์ 2008” นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึง เอเชียนเกมส์ และซีเกมส์ ด้วยเช่นกัน โดยใน “โตเกียวเกมส์” ครั้งนี้ได้ออกแบบภายใต้แนวคิด “The New Wave” หรือพลังแห่งคลื่นลูกใหม่
 



AUTHOR

ชมณัฐ รัตตะสุข

Chommanat
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x