FEATURE

ชุติกาญจน์ กิจวานิชเสถียร : นักจักรยานสาวที่ก้าวสู่โอลิมปิกด้วยความสนุกในกีฬา BMX | Main Stand



พื้นฐานของการเล่นกีฬาคือความสนุก ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาสมัครเล่น หรือ มือโปรระดับโอลิมปิก ความสนุกที่เป็นเหตุผลที่ทำให้ใครสักคนใช้ชีวิตอยู่กับการแข่งขันอย่างยาวนาน

 


ชุติกาญจน์ กิจวานิชเสถียร คือนักกีฬาจักรยาน BMX ที่เริ่มต้นลงแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย ตั้งแต่อายุ 11 ขวบ ก่อนคว้าตั๋วลุยโอลิมปิก เกมส์ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้สำเร็จ

กว่าจะมาถึงตรงนี้ เธอต้องตั้งคำถามต่ออนาคตของตัวเอง และผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนัก แต่ความสุกจากการเล่นกีฬา BMX ทำให้เธอยึดมั่นในเส้นทางนี้ และเดินสู่มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

 

เริ่มต้นจากความสนุก

การแข่งขันจักรยาน BMX ถือเป็นกีฬาผาดโผนประเภทหนึ่ง ซึ่งมีความอันตรายอยู่ไม่น้อย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากคนทั่วไปจะจดจำว่า การปั่นจักรยานวิบาก ควรเป็นกิจกรรมสำหรับผู้ชาย

ชุติกาญจน์ เด็กสาวจากอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ถือเป็นคนหนึ่งที่คุ้นเคยกับภาพจำดังกล่าวเกี่ยวกับจักรยาน BMX เพราะคุณพ่อ และพี่ชายทั้งสามของเธอ ต่างเป็นอดีตนักกีฬาจักรยาน BMX ด้วยกันทั้งหมด

แทนจะนั่งให้กำลังใจสมาชิกในครอบครัวอยู่ข้างสนาม ชุติกาญจน์ เลือกทำในสิ่งที่แตกต่างออกไปจากนั้น นั่นคือการขับขี่เจ้าสองล้อด้วยตัวเอง และเริ่มซึบซับความสนุกจากการกระโลดโผนบนเนินดิน ตั้งแต่วัยเยาว์


Photo : facebook.com/ชุติกาญจน์-กิจวานิชเสถียร

“พ่อกับพี่ชายเคยขี่มาก่อน พ่อเขาเคยแข่งด้วยค่ะ ตั้งแต่สมัยเขาหนุ่มๆ หนูเห็นมาตั้งแต่เด็กก็เลยไปขี่ด้วย หลังจากนั้นคือขี่มายาวเลยค่ะ พี่ชายสองคนเขาก็เคยแข่งชิงแชมป์ระดับประเทศไทย หนูเห็นคนขี่ BMX มาตลอด เวลาแข่งก็ไปกับพ่อไปกับพี่ ซึมซับมาเรื่อย ๆ”

“ความจริงหนูมีแต่เพื่อนผู้ชาย แล้วก็มีพี่ชายอีก เวลาเขาเล่นอะไรหนูก็เข้าไปเล่นด้วย เวลาตามพ่อตามพี่ไปสนาม หนูก็อยากขี่เล่นกับเขา ตอนเด็กเป็นคนชอบอะไรที่หวาดเสียวอยู่แล้ว ชอบทำอะไรที่มันผาดโผน”

“หนูเริ่มขี่เล่นตั้งแต่อายุ 8-9 ขวบ พออายุ 10 ขวบ พ่อก็เริ่มลองพาไปแข่ง เป็นแข่งเล่น ๆ ไม่ได้จริงจัง พออายุ 11 ขวบก็เริ่มลงแข่งรายการชิงแชมป์ประเทศไทย พ่อเป็นคนสอนหนูมาตลอด เป็นโค้ชมาตั้งแต่เด็ก เมื่อก่อนพ่อจะทำสนามเล็ก ๆ แล้วก็ทำเป็นเนินให้โดดอยู่หน้าบ้าน ประมาณเนิน สองเนิน”

การขับขี่จักรยาน BMX จึงถือเป็นกิจกรรมยามว่างที่สร้างความสุข แก่สมาชิกครอบครัวกิจวานิชเสถียร โดยเฉพาะลูกสาวคนสุดท้อง ชุติกาญจน์ ที่คุณพ่อเอาจริงเอาจัง อยากให้ลงแข่งขันเก็บประสบการณ์ตั้งแต่เด็ก

“ครั้งแรกที่โดนจับลงแข่งคืออายุประมาณ 10 ขวบ พ่อเขาไปแข่งรายการเล็ก ๆ หนูก็นั่งรถไปด้วย ตลอดทางหนูก็หลับอยู่ พอถึงสนาม พ่อก็อุ้มหนูลงจากรถไปแต่งตัว แล้วขี่เลยค่ะ (หัวเราะ) พ่อให้แข่งก็แข่งค่ะ”

การแข่งขันครั้งนั้นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชุติกาญจน์ ฝึกฝนการขี่จักรยาน BMX อย่างจริงจังมากขึ้น จนประสบความสำเร็จจากการคว้าแชมป์ประเทศไทย รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ด้วยวัย 11 ขวบ ถือเป็นความสำเร็จสำคัญที่ปูทางสู่ทีมชาติไทย ในเวลาต่อมา

แต่สำหรับชุติกาญจน์ สิ่งสำคัญที่ช่วยให้เธอยืนหยัดบนเส้นทางนักกีฬาทุกวันนี้ ไม่ใช่เหรียญรางวัลใด แต่เป็นความสนุกในทุกวินาทีที่เธอได้สัมผัสจักรยาน BMX ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปเสียแล้ว

“ช่วงแรกคือเล่นเพื่อสนุกตามประสาเด็ก เหมือนเวลาไปแข่งก็เจอเพื่อน เวลาไปซ้อมก็เจอเพื่อน ตอนนั้นยังซ้อมไม่ถึงกับหนักมาก พ่อยังให้ขี่แบบสนุก ๆ อยู่ค่ะ”

“สำหรับตัวหนูเอง คิดว่า ความสนุกสำคัญมากกว่า ยังไม่ต้องเคร่งเครียด ไม่ต้องบังคับว่าต้องชนะ ต้องซ้อมทุกวัน เน้นการไปเจอเพื่อนที่สนามแล้วขี่สนุกมากกว่า เพราะว่าถ้าสนุก เดี๋ยวเด็กเขาก็ชอบก็ขี่เอง”

 

ซ้อมหนักเพื่อความสำเร็จ

เมื่อเติบใหญ่มากขึ้น ชุติกาญจน์ เริ่มมองเห็นแล้วว่าความสนุก ไม่ใช่สิ่งเดียวที่เธอต้องการในฐานะนักกีฬา BMX การติดทีมชาติกลายเป็นความฝันใหม่ที่ช่วยให้เธอฝึกซ้อมอย่างจริงจังมากขึ้น

ชุติกาญจน์จึงตระเวนแข่งขันตามรายการต่าง ๆ ในระดับเยาวชน เพื่อเก็บประสบการณ์ และสร้างผลงานให้มากที่สุด เพื่อจะถูกเรียกตัวเข้าสู่แคมป์ทีมชาติ ตั้งแต่เกณฑ์อายุขั้นต่ำ นั่นคือ 17 ปี

“ตอนนั้นก็รู้สึกว่า ตัวเองได้เหรียญรางวัลหลายรอบ ได้เหรียญติดต่อกันหลายปี ก็เริ่มมองเป้าหมายต่อไปว่า เราจะขี่ถึงอายุเท่าไหร่ คิดว่าเป้าหมายของเราอยู่ตรงไหน ? อันดับแรกที่ตั้งไว้คือ ติดทีมชาติ ตอนอายุ 14-15 ก็เริ่มซ้อมจริงจังมากขึ้น จะไม่เหมือนแต่ก่อนที่เน้นสนุก เพราะว่าอยากติดทีมชาติแล้ว”

“หนูชนะมาตลอด รุ่น 14 ปี หรือ รุ่น 16 ปี หนูก็เป็นแชมป์มาตลอด และคว้าที่หนึ่งมาเรื่อย ๆ พอหนูอายุได้ 17 ปี ปีนั้นมีแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศเมียนมา สมาคมฯเขาก็เรียกตัวนักกีฬาไปแข่ง ซึ่งมันเรียงตามลำดับคะแนนอยู่แล้วค่ะ แล้วหนูอันดับดีที่สุด ปีนั้นก็เลยได้ลงแข่งในนามทีมชาติเป็นครั้งแรก”

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่นักกีฬาสักคนจะประสบความสำเร็จตั้งแต่เวทีแรก แต่ชุติกาญจน์สร้างความประหลาดใจแก่ใครหลายคน ด้วยการคว้าเหรียญเงินจาก รายการจักรยาน BMX รุ่นเยาวชนชิงแชมป์เอเชียที่ประเทศเมียนมา ถือเป็นเวทีสำคัญที่ส่งผลให้เธอกลายเป็นความหวังของกีฬาจักรยาน ทีมชาติไทย

“ตอนนั้นหนูรู้สึกประหลาดใจค่ะ คือเราแข่งในไทยก็เจอแต่คนไทย ไม่เคยออกไปเจอบรรยากาศนานาชาติ ก็แปลกหูแปลกตาไปหมด ตื่นเต้นมากค่ะ เพราะเราแข่งกับต่างชาติทั้งหมด ไม่มีคนไทยเลย คู่แข่งก็จะเก่งกว่าด้วย มันก็เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราโตไปอีกระดับหนึ่งเหมือนกัน”

ความสำเร็จตั้งแต่การแข่งขันรายการแรกในนามนักกีฬาจักรยานทีมชาติไทย คือการเดินทางที่เหมือนฝันของชุติกาญจน์ แต่ดั่งที่ใครหลายคนทราบดีว่า คนเราจะพบเจอกับความจริงเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ชุติกาญจน์จึงทราบว่า ชัยชนะ ต้องแลกมาจากการฝึกซ้อมด้วยความลำบาก จนมีหลายครั้งที่เธอรู้สึกว่า “หนักเกินไป ไม่ไหวแล้ว”


Photo : facebook.com/ชุติกาญจน์-กิจวานิชเสถียร

“บางวันพาไปขี่ไกล ๆ กลับมากินข้าวไม่ลงก็มี” ชุติกาญจน์พูดท่ามกลางเสียงหัวเราะ ถึงประสบการณ์ปั่นจักรยาน 50 กิโลเมตร

“หนูเคยเล่นเวทหนักจนปวดตัวเป็นอาทิตย์เลยค่ะ เพราะว่าเวลาเล่นคือใช้น้ำหนักเยอะมาก เพราะว่า BMX ต้องใช้ทุกส่วนของร่างกาย ตั้งแต่ออกสตาร์ท มันก็ไม่เหมือนวิ่งที่ออกตัวไปได้เลย มันใช้ความแข็งแกร่งตั้งแต่ไหล่ไปจนถึงกล้ามท้อง หนูถึงต้องเล่นยิมเพื่อสร้างแรงระเบิด”

“ที่เคยหนักสุดนี่คือ ตอนนั้นเป็นโค้ชจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เขาก็จะมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ มา แล้วเขาจะมีเครื่องบีบขา (คล้ายเครื่องวัดความดัน) แล้วให้ปั่นจักรยานไปด้วย อันนี้คือบางคนเป็นลมเลยก็มี เพราะมันปวดมากค่ะ”

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ชุติกาญจน์ ยังโฟกัสอยู่บนเส้นทางของตัวเอง คือความรู้สึกพื้นฐานที่อยู่คู่กับเธอมาเสมอ นั่นคือ “ความสนุก” ที่เธอได้ใช้ชีวิตอยู่ในแคมป์ทีมชาติ แบ่งปันช่วงเวลาดี ๆ กับเพื่อนนักกีฬา ช่วยให้ชุติกาญจน์ไม่เปลี่ยวเหงา และจมอยู่กับความเหนื่อยล้าจากการฝึกซ้อมเพียงลำพัง

 

เอเชียนเกมส์ สู่ โอลิมปิก

การฝึกซ้อมอย่างหนักตอบแทนชุติกาญจน์อย่างคุ้มค่า หลังเดินทางสู่กรุงจากาตาร์ ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อลงแข่งขันมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2018 และสามารถคว้าเหรียญเงินกลับมาได้สำเร็จ

“ตอนแรกไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องคว้าเหรียญรางวัลเลยค่ะ เพราะว่าคู่แข่งคนอื่นเขาก็เก่งเหมือนกัน ก่อนไปแข่งก็มีไปเก็บตัวที่ประเทศออสเตรเลีย ตอนนั้นถือว่าฝึกหนัก ทุกคนก็เต็มที่มาก ทั้งตัวหนู ตัวโค้ช หลังจากผลที่ออกมาคือ ดีใจมากค่ะ”


Photo : facebook.com/ชุติกาญจน์-กิจวานิชเสถียร

ความสำเร็จที่เกิดคาดจากเอเชียนเกมส์ของชุติกาญจน์ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ใครหลายคน จะมองถึงโอกาสการเข้าร่วมมหกรรมกีฬายิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โตเกียว เกมส์ 2020 สำหรับนักกีฬาสาวจากสระบุรี

แต่ชุติกาญจน์เอง กลับเป็นคนที่ไม่เคยฝันถึงโอลิมปิก เกมส์ ที่รออยู่เบื้องหน้า เนื่องจากย่อมรับความจริงว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เธอจะก้าวไปอยู่ตรงนั้น แม้จะคว้าเหรียญรางวัลจากรายการระดับทวีปแล้วก็ตาม

“ความจริงหนูไม่คิดว่าจะได้ไปโอลิมปิกนะคะ เพราะมันก็ยากอยู่ค่ะ ถ้าพูดตามตรง แต่ว่าทางสมาคมฯ ก็ส่งไปเก็บคะแนนในรายการคัดโอลิมปิกตลอด ซึ่งหนูก็ทำเต็มที่นะคะ แต่แค่มองว่า ทุกอย่างมันสามารถเกิดได้ทั้งหมด เรายังไม่มั่นใจตัวเอง ว่าจะได้ไปหรือเปล่า”

ท่ามกลางการลุ้นโควต้าโอลิมปิก เกมส์ อันเข้มข้น ไวรัสโควิด-19 เข้าโจมตีมวลมนุษยชาติทั่วโลก ส่งผลให้กิจกรรมกีฬาทั้งหมดหยุดชะงัก แต่สำหรับชุติกาญจน์ เธอกลับฝึกซ้อมหนักด้วยตัวเอง ราบกับใช้ชีวิตในแคมป์เก็บตัวในสถานการณ์ปกติ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอ คว้ารางวัลที่ไม่เคยคาดฝันมาครอง

“หนูคว้าตั๋วจากสนามที่โคลอมเบียค่ะ ตอนนั้นกลับมาประเทศไทยได้อาทิตย์นึงถึงรู้ผล เพราะว่าคะแนนก็ไม่ห่างกันมาก ตั้งแต่กลับมาก็คอยลุ้นตลอดว่า คะแนนคนอื่นเป็นอย่างไร ลุ้นตลอดอาทิตย์เลยค่ะ มันก่ำกึ่งมาก”

ท้ายที่สุด ชุติกาญจน์ กิจวานิชเสถียร กลายเป็นนักกีฬาคนที่ 27 ของไทย และเป็นคนที่ 2 ของสมาคมกีฬาจักรยาน ต่อจาก จุฑาธิป มณีพันธุ์ ซึ่งสามารถคว้าตั๋วโตเกียว เกมส์ 2020 ที่จะเริ่มต้นในอีกไม่ถึงเดือนข้างหน้า


Photo : facebook.com/ชุติกาญจน์-กิจวานิชเสถียร

เวลาเตรียมตัวที่เหลือไม่มากก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้น ชุติกาญจน์ ยอมรับว่าเธอกำลังฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อทำผลงานให้ดีที่สุดในโอลิมปิก แม้จะไม่ได้หวังเหรียญรางวัลติดมือกลับบ้านก็ตาม

“ซ้อมหนักมากค่ะ เพิ่งหายปวดหลังจากอาทิตย์ที่แล้วเองค่ะ (หัวเราะ) ส่วนสภาพจิตใจตอนนี้ก็ตื่นเต้นนะคะ แต่ไม่ได้วิตกกังวลเรื่องการแข่งขันมากค่ะ ความจริงวิตกกังวลเรื่องโควิดมากกว่า”

“เป้าหมายส่วนตัวตอนนี้คือ อยากเข้ารอบให้ลึกที่สุดค่ะ เพราะอย่างที่บอกไป อะไรมันก็ไม่แน่นอนค่ะ อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ คือกีฬา BMX เราคาดเดาไม่ได้เลยค่ะว่าใครจะเข้าที่หนึ่ง ใครจะเข้าที่สอง อันดับมันเปลี่ยนได้ตลอดเวลา”

“สิ่งที่หนูบอกตัวเองได้วันนี้ก็คือ เราต้องขี่ให้ดีที่สุด ผิดพลาดให้น้อยที่สุด ประมาณนี้ค่ะ”

ประโยคสุดท้ายที่ชุติกาญจน์บอกกับเรา ยืนยันว่านักกีฬาจักรยาน BMX ทีมชาติไทยรายนี้ จะทุ่มเทเต็มที่สำหรับการแข่งขันโอลิมปิก เกมส์ ครั้งแรกของเธอ ถึงเจ้าตัวจะไม่กล้าคาดเดาผลงานของตัวเอง ซึ่งแสดงให้เห็นโอกาสของความสำเร็จ และความล้มเหลว มีใกล้เคียงกันมากแค่ไหน

แต่บางครั้ง เหรียญรางวัลอาจไม่สำคัญเท่ากับคำถามที่ว่า คุณทำเต็มที่ และสนุกไปกับการแข่งขันหรือยัง ? จากเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมา เชื่อเหลือเกินว่า ชุติกาญจน์จะโลดแล่นในโตเกียว เกมส์ ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม และพร้อมจะสร้างเซอร์ไพร์สในโอลิมปิกครั้งนี้แน่นอน
 

 



AUTHOR

ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง

I'm a sad girl, in this big world ... It's a mad world.
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x