FEATURE

เปิดค่าเฉลี่ย เกมรุก-รับ "ทีมชาติไทย" ในรอบแบ่งกลุ่ม เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ครั้งไหนดีที่สุด ?



“เกมรับที่เหนียวแน่นำมาซึ่งเกมรุกที่ดี” กลายเป็นนิยามใหม่ที่ มิโลวาน ราเยวัช นำมาติดตั้งให้กับ ทีมชาติไทย พร้อมกับสร้างความประหลาดใจ ให้แก่แฟนบอลทั่วอาเซียน ด้วยการพา ช้างศึก ทะยานเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ เอเอฟเฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ไปพบกับ มาเลเซีย ในฐานะแชมป์กลุ่ม ได้อย่างไร้ปัญหา


 

แต่ยังมีหลายๆเสียง พูดถึงเกมรุกของ ราเยวัช ว่าเทรนเนอร์เลือดเซิร์บฯ ทำฟุตบอลเกมบุกไม่สนุก ไม่เอ็นเตอร์เทน และเลือกที่ตั้งรับรอสวนกลับ มากกว่าจะเปิดเกมรุกใส่คู่เซียนย่านอาเซียน เหมือนอย่างที่เคยเห็นจนชินตาตลอด 11 ครั้งก่อนหน้านั้น

หากนำเอาสถิติการทำประตู-เสียประตูของ ช้างศึกยุคมิโล ในรอบแบ่งกลุ่มมาเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของ ทีมชาติไทย ในแต่ละชุด พบว่า ทีมชาติไทย ชุดเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 กลายเป็นชุดที่ทำประตูได้มากสุด และมีค่าเฉลี่ยการยิงประตูต่อนัดดีที่สุด นับตั้งแต่ ไทย มีเข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้เมื่อปี 1996 (ปีก่อตั้ง)

โดยยิงไปได้ถึง 15 ประตู มีค่าเฉลี่ยทำประตู 3.75 ประตูต่อนัด ทุบสถิติเดิมในรอบแบ่งกลุ่ม ของทีมชาติไทย ชุดปี 1996 และ 2004-05 ที่ทำไป 13 ประตูจาก 4 นัด (ค่าเฉลี่ยยิง 3.25 ลูกต่อนัด) รวมถึง อดิศักดิ์ ไกรษร กองหน้าตัวเลือกอันดับ 1 ของ มิโลวาน ราเยวัช ยังจำรึกชื่อเป็นแข้งไทยที่ประตูในรอบแบ่งกลุ่มได้มากสุดในประวัติศาสตร์ ด้วยการตะบันไปถึง 8 ประตูจาก 4 เกม เฉลี่ยยิงนัดละ 2 ลูก

ส่วนในปีที่ ไทย ยิงประตูในรอบแบ่งกลุ่มได้น้อยสุด เกิดขึ้นในการแข่งขัน ซูซูกิ คัพ 2010 โดยครั้งนั้น ช้างศึกในยุคของ ไบรอัน ร็อบสัน ยิงประตูได้เพียง 3 ลูก (เฉลี่ยยิงนัดละ 0.75 ประตู) เสีย 4 ประตู จาก 4 แมตช์ตกรอบแบ่งกลุ่ม นอกจากนั้น ผลงานในปีดังกล่าว ยังเป็นครั้งเดียวด้วยที่ ไทย ทำประตูในรอบแบ่งกลุ่มได้น้อยกว่าจำนวนประตูที่เสีย

ขณะที่ สุถิติเกมรับที่ดีสุดของไทย ในการเล่นรอบแบ่งกลุ่ม กลับไม่ใช่ในยุคของ ราเยวัช แต่เกิดขึ้นในปี 2008 ที่ครั้งนั้น ยังใช้ รูปแบบ การแข่งขันแบบมีเจ้าภาพรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่ง พลพรรรคช้างศึก ภายใต้การคุมทัพของ ปีเตอร์ รีด  ไม่เสียประตูเลยตลอด 4 เกมแรก ที่สนามสุระกุล จ.ภูเก็ต ยิงคู่แข่งไปได้ 11 ประตู แม้ท้ายที่สุดจะอกหักได้เพียงรองแชมป์ก็ตาม แต่ยังถือเป็นชุดที่ครองสถิติเกมรับดีที่สุด ในรอบแบ่งกลุ่ม จนถึงปัจจุบัน จากการไม่เสียประตูให้คู่แข่งแม้แต่ลูกเดียว

ส่วนสถิติที่เสียประตูมากสุดในรอบแบ่งกลุ่ม เกิดขึ้นในปี 2002 ครั้งนั้น ไทย เสียไป 5 ประตูจาก 3 นัด เฉลี่ยเสียนัดละ 1.66 ลูก แต่ครั้งนั้น ไทย กลับจบทัวร์นาเมนต์ด้วยตำแหน่งแชมป์ ส่วนราเยวัช ในหนนี้ มีสถิติเสียประตูรอบกลุ่มอยู่ที่ 0.75 ประตูต่อนัด

อย่างไรก็ดี สถิติไม่ใช่ตัวแปรทั้งหมดว่า ทีมชาติไทย จะไปถึงตำแหน่งแชมป์หรือไม่? หากย้อนกลับไปในปี 2004-05 คราวนั้น ช้างศึก เดินหน้าถล่มคู่แข่งกระจุยถึง 13 ประตูจาก 4 นัด และเสียไปเพียง 4 ประตู แต่กลับจบด้วยอันดับ 3 ของกลุ่ม ตกรอบแบ่งกลุ่มรายการนี้เป็นหนแรก

หรือในยุคของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่พาไทยคว้าแชมป์ซูซูกิ คัพ 2 สมัยติดต่อกัน ก็ไม่ได้มีตัวเลขสถิติที่หรูมากนักในรอบแบ่งกลุ่ม อย่างในปี 2014 ทีมชาติไทย ยิงได้ 7 ประตูจาก 3 นัด เสียไป 3 ลูก เฉลี่ยยิงได้ 2.33 ประตูต่อนัด เสียนัดละ 1 ลูก หรือในปีต่อมา ช้างศึกยุคยอดโค้ชขวัญใจมหาชัย ก็ยิงคู่แข่งลดลงเล็กน้อยเหลือแค่ 6 ลูกจาก 2 นัด เสียไป 2 ลูก

หากเอาจำนวนประตูที่ ทีมชาติไทยยุคซิโก้ ทำได้ตลอด 6 เกมรอบแบ่งกลุ่มทั้งสอง 2 ครั้งรวมกัน ก็ยังเป็นตัวเลขที่น้อยกว่า ราเยวัช ทำทีม 4 นัด อยู่ถึง 2 ประตู แต่ถึงกระนั้น ซิโก ก็สามารถฝ่าด่านไปถึงตำแหน่งแชมป์อาเซียนได้ถึง 2 สมัย ดังนั้นสไตล์การคุมทีม สถิติ อาจไม่มีความหมายนัก หากสุดท้ายความสำเร็จไม่เกิดขึ้นในการแข่งขันระดับอาซียน  นี่จึงเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการเดินทางเท่านั้นของ ช้างศึก ชุดปี 2018

ผลงานและค่าเฉลี่ย ทีมชาติไทย ในรอบแบ่งกลุ่ม เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ (AFF Championship)

ปี 1996
แข่ง 4 นัด ยิง 13 (เฉลี่ยนัดละ 3.25 ลูก) เสีย 1 (เฉลี่ยนัดละ 0.25 ลูก)
ผลงาน แชมป์

ปี 1998
แข่ง 3 นัด ยิง 7 (เฉลี่ยนัดละ 2.33 ลูก) เสีย 4 (เฉลี่ยนัดละ 1.33 ลูก)
ผลงาน อันดับ 4

ปี 2000
แข่ง 3 นัด ยิง 9 (เฉลี่ยนัดละ 3 ลูก) เสีย 2 (เฉลี่ยนัดละ 0.66 ลูก)
ผลงาน แชมป์

ปี 2002
แข่ง 3 นัด ยิง 7 (เฉลี่ยนัดละ 2.33 ลูก) เสีย 5 (เฉลี่ยนัดละ 1.66 ลูก)
ผลงาน แชมป์

ปี 2004-05
แข่ง 4 นัด ยิง 13 (เฉลี่ยนัดละ 3.25 ลูก) เสีย 4 (เฉลี่ยนัดละ 1 ลูก)
ผลงานตกรอบแรก

ปี 2007
แข่ง 3 นัด ยิง 6 (เฉลี่ยนัดละ 2 ลูก) เสีย 1 (เฉลี่ยนัดละ 0.33 ลูก)
ผลงานรองแชมป์

ปี 2008
แข่ง 4 นัด ยิง 11 (เฉลี่ยนัดละ 2.75 ลูก) เสีย 0 (เฉลี่ยนัดละ 0 ลูก)
ผลงานรองแชมป์

ปี 2010
แข่ง 4 นัด ยิง 3 (เฉลี่ยนัดละ 0.75 ลูก) เสีย 4 (เฉลี่ยนัดละ 1 ลูก)
ผลงานตกรอบแรก

ปี 2012
แข่ง 3 นัด ยิง 9 (เฉลี่ยนัดละ 3 ลูก) เสีย 2 (เฉลี่ยนัดละ 0.66 ลูก)
ผลงานรองแชมป์

ปี 2014
แข่ง 3 นัด ยิง 7 (เฉลี่ยนัดละ 2.33 ลูก) เสีย 3 (เฉลี่ยนัดละ 1 ลูก)
ผลงานแชมป์

ปี 2016
แข่ง 3 นัด ยิง 6 (เฉลี่ยนัดละ 2 ลูก) เสีย 2 (เฉลี่ยนัดละ 0.33 ลูก)
ผลงานแชมป์

ปี 2018
แข่ง 4 นัด ยิง 15 (เฉลี่ยนัดละ 3.75 ลูก) เสีย 3 (เฉลี่ยนัดละ 0.75 ลูก)  

ค่าเฉลี่ยเกมรุกดีที่สุด : ทีมชาติไทย ชุดปี 2018
ค่าเฉลี่ยเกมรับดีที่สุด : ทีมชาติไทย ชุดปี 2008
ผู้ทำประตูมากสุดรอบแบ่งกลุ่ม : อดิศักดิ์ ไกรษร 8 ประตู (2018)



AUTHOR

อลงกต เดือนคล้อย

Fake Writer
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x