NEWS

 ซาอุดิอาระเบีย และอิตาลี อาจจับมือชิงสิทธิ์เจ้าภาพฟุตบอลโลก 2030



ฟุตบอลโลกคือหนึ่งในอีเวนต์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก ต่อให้ไม่ได้เป็นคอกีฬา หรือแฟนฟุตบอล ก็สามารถสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของมหกรรมนี้ ที่สร้างอิมแพ็คไปสู่ชีวิตประจำวันของคนทั้งโลก

 


ดังนั้น การได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก จึงถือเป็นจุดหมุดหมายสำคัญของหลายประเทศ ที่หวังใช้ฟุตบอลโลกเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเผยแพร่ออกไปในวงกว้าง
สำหรับฟุตบอลโลกครั้งต่อไป ที่อยู่ในระหว่างการหาเจ้าภาพคือ ฟุตบอลโลก 2030 ที่จะมารับช่วงต่อจากฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ และฟุตบอลโลก 2026 ที่มี สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก ร่วมกันจัดในฐานะฟุตบอลโลกครั้งแรกที่มี 3 เจ้าภาพ

สำหรับฟุตบอลโลก 2030 มีหลายประเทศชั้นนำที่เตรียมแผนยื่นเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ไม่ว่าจะเป็น 4 ประเทศจากสหราชอาณาจักร บวกไอร์แลนด์, การจับมือระหว่าง 4 ประเทศในคาบสมุทรบอลข่าน, โคลัมเบีย จับมือกับ เอกวาดอร์ และเปรู รวมถึงการร่วมมือของ 3 ชาติอำนาจในเอเชียตะวันออก ทั้ง จีน, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

แต่คงไม่มีการรวมตัวไหนที่ดูจะแปลกหลุดโลก ไปมากกว่า ซาอุดิอาระเบีย และอิตาลี สองชาติที่ตั้งอยู่คนละทวีป และมีระยะทางห่างกันมากกว่า 4,800 กิโลเมตร

ไอเดียสุดแหวกแนวครั้งนี้ เกิดขึ้นมาจากความต้องการจัดฟุตบอลโลกของซาอุดิอาระเบีย ภาพใต้นโยบาย Saudi Vision 2030 ที่ต้องการปรับโฉมของดินแดนนี้ให้ดูทันสมัย และหนึ่งในวิธีที่นำมาใช้ คือการดึงมหกรรมกีฬาระดับโลกต่าง ๆ มาแข่งขันที่ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งช่วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการดึงอีเวนต์ เช่น มวยสากล, รายการกอล์ฟยูโรเปี้ยน ทัวร์, ฟอร์มูล่า อี, ดาการ์ แรลลี หรือ มวยปล้ำ WWE

ฟุตบอลโลก 2030 จึงกลายเป็นเป้าหมายสูงสุด ที่จะทำให้นโยบาย Saudi Vision 2030 ลุล่วงอย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม ลำพังเพียงซาอุฯ ไม่สามารถดึงดูดความน่าสนใจได้ จึงจำเป็นต้องหาชาติใกล้เคียงเข้ามาช่วยเหลือ

แต่เดิมซาอุดิอาระเบีย มีแผนจะไปจับมือกับอียิปต์ และโมร็อคโก เพื่อเสนอฟุตบอลโลกที่มีเจ้าภาพเป็นตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นไอเดียที่น่าสนใจอย่างมาก สำหรับทาง FIFA แต่ติดปัญหาที่ว่า อียิปต์ และโมร็อคโก ไม่มีความพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก จึงอาจเป็นการเสี่ยงเกินไป หากเลือกแพ็คเกจนี้ โดยเมินตัวเลือกน่าสนใจอื่น

ด้วยเหตุนี้ ซาอุดิอาระเบีย จึงหันไปเลือกตัวเลือกที่ใครก็คาดไม่ถึง นั่นคือ อิตาลี เนื่องจากทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีอย่างมาก จนเคยไปจัดฟุตบอลซูเปอร์คัพของประเทศอิตาลี ถึงประเทศซาอุดิอาระเบียมาแล้ว ในฤดูกาล 2018 และ 2019

ข่าวได้เผยว่า ซาอุดิอาระเบียพร้อมเป็นแบ็คอัพด้านเงินทุน สร้างความพร้อมให้อิตาลีในการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกครั้งนี้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อซื้อใจทางอิตาลีด้วย เพราะชาติในยุโรปไม่ได้อยากเป็นเจ้าภาพการแข่งขันเท่าใดนัก 

ถึงจะดูเป็นความคิดที่แปลก และไม่เข้าท่ากับการจัดเจ้าภาพร่วมของสองประเทศ ที่อยู่คนละทวีป และห่างไกลกันเกือบ 5,000 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม แนวคิดกับเป็นที่ชื่นชอบไม่น้อยสำหรับผู้มีอำนาจในวงการลูกหนัง

นั่นเป็นเพราะว่า การมีอิตาลีเป็นเจ้าภาพร่วมคืออะไรที่ปลอดภัยกว่า กับการไปจัดในประเทศแปลก ๆ ที่ไม่มีความพร้อม ขณะเดียวกันการมีเงินทุนก้อนโตจากซาอุดิอาระเบียหนุนหลัง ก็ทำให้ FIFA มั่นใจได้ว่า การเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกร่วมของสองชาติจะไร้ปัญหา ต่อให้ห่างไกลกันมากก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ปัญหาระหว่างประเทศของซาอุดิอาระเบีย กับชาติตะวันตก ยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่อาจทำให้ซาอุฯ ชวดการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก เพราะยังมีคนจำนวนมากที่ไม่เชื่อใจซาอุฯ ว่าจะสามารถทำฟุตบอลโลกได้อย่างปลอดภัย และโปร่งใส

นอกจากนี้ จากข่าวล่าสุดเผยว่า UEFA อีกหนึ่งองค์กรฟุตบอลของยุโรป จะผลักดันการเป็นเจ้าภาพร่วมของ สเปน และโปรตุเกส อย่างเต็มที่ ดังนั้นซาอุดิอาระเบีย คงต้องทำงานอย่างหนักเพื่อซื้อใจ หากหวังจะเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในปี 2030

 

ที่มา :

https://theathletic.com/.../exclusive-saudi-italy.../...
 



AUTHOR

วิรวิชญ์ เจริญเชื้อ

หนุ่มผู้หลงรักในเสน่ห์ของตัวเลขและตรรกศาสตร์ เล่นกีฬาไม่เก่ง แต่ชะตานำทาง สู่แวดวงกีฬาจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x