FEATURE

 สรุปประเด็น “กรีซมันน์-เดมเบเล” สตอรี่หลุดที่อาจสั่นคลอนความสัมพันธ์ระดับชาติ  | Main Stand



“พี่ชาย (กรีซมันน์) นายไม่ละอายใจบ้างหรือไง ? ที่ให้พวกคนหน้าตาอัปลักษณ์พวกนี้มาช่วยทำให้นายสามารถเล่นเกม PES ได้” 
“มันพูดภาษาอะไรของพวกมันวะ ? เฮ้ย ประเทศพวกนายมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจริง ๆ เหรอ ? (หัวเราะ)”

 


นี่คือประโยคคำพูดของ อุสมาน เดมเบเล ที่ถูกแปลออกมาโดย TRT World Now ซึ่งเป็นบทสนทนาระหว่างเขากับ อองตวน กรีซมันน์ นักฟุตบอลเพื่อนร่วมชาติ ที่พูดถึง พนักงานโรงแรมในญี่ปุ่น ซึ่งกำลังขะมักเขม้นซ่อมโทรทัศน์ในห้องพักของเขา 2 คน เมื่อครั้งที่สโมสร บาร์เซโลนา ยกพลไปปรีซีซั่น ตอนปี 2019 ที่ประเทศญี่ปุ่น 

คลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์เก่าที่ผ่านมานานกว่า 2 ปีแล้ว แต่ตอนนี้มันได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ระดับนานาชาติเลยทีเดียว เพราะมีการนำเอาคลิปหลุดลักษณะคล้ายกับ สตอรี่อินสตาแกรมลับ มาเผยสู่สาธารณชน 

น้ำผึ้งหยดเดียวนี้ส่งผลให้ อองตวน กรีซมันน์ ผู้อยู่ในวิดีโอฉาวถูก  Konami ค่ายเกมยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น สั่งปลดฟ้าผ่าออกจากการเป็น แบรนด์แอมบาสเดอร์  "Yu-Gi-Oh"  


Photo : twitter.com/konami_es

แม้สตาร์หมายเลข 7 ทีมชาติฝรั่งเศส จะไม่ได้พูดอะไรเลยสักประโยคเดียวในคลิป แต่สีหน้าท่าทางรอยยิ้มที่ดูชอบใจกับคำพูดของ เดมเบเล ก็ทำให้ Konami เลิกจ้างทันที 

ขณะเดียวกันเรื่องนี้ อาจส่งผลกระทบจัง ๆ ไปถึงต้นสังกัดของ 2 แข้งฉาวอย่าง บาร์เซโลนา ทีมดังจากลีกสเปน เนื่องจากสปอนเซอร์หลักของพวกเขาคือ Rakuten แบรนด์ธุรกิจจากญี่ปุ่น ทำไมเรื่องดังกล่าวถึงเป็นประเด็นที่อ่อนไหวในญี่ปุ่น ติดตามได้ในบทความนี้ 

 

ดาบโซเชียลมีเดีย

แน่นอนว่าเรื่องราวทั้งหมดจะไม่ถูกนำมาเสนอเป็นข่าวคราวใหญ่โตเลย หากภาพและเสียงดังกล่าวไม่ถูกบันทึกลงในโซเชียลมีเดีย เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า นักกีฬาคนนั้น กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ? ยกเว้นเสียแต่ว่า เราจะเห็นหลักฐานเหล่านั้นจากในอินเตอร์เน็ต 


Photo : barcablaugranes

ยุคปัจจุบันการสื่อสารบนโลกออนไลน์ กลายเป็นช่องทางที่ให้ นักฟุตบอล สามารถแสดงตัวตน ติดต่อสื่อสารได้โดยตรงกับผู้ติดตามได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว 
อีกทั้งยังเป็นช่องทางในการเพิ่มมูลค่าและทำให้ชื่อเสียงของ นักกีฬา ดังมากขึ้นกว่าเดิม จากการอัพสตอรี่, รูปถ่าย, ข้อความ และหรือวิดีโอ ลงบนบัญชีโซเชียลมีเดีย 

แต่ โซเชียลมีเดีย ก็เป็นเหมือนดาบสองคม เพราะในความสะดวกสบายที่เทคโนโลยีออกแบบมาเพื่อให้ ผู้ใช้งาน อยู่กับแอปพลิเคชั่นให้นานที่สุด และมีความกระตือรือร้น อยากอัปเดตทุกอย่างในชีวิตลงไปในโลกออนไลน์ 

บางครั้งมันอาจทำให้เราไม่ทันระมัดระวัง เผลอตัว กดบันทึกหรือเผยแพร่ข้อความบางอย่างโดยไม่ได้ไตร่ตรองถึงผลที่จะตามมา ซึ่งอาจกระทบกับความรู้สึกกับผู้ติดตาม ยิ่งเป็นบุคคลสาธารณะด้วยแล้ว ยิ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน 

นักกีฬาระดับโลกชื่อดังหลายคน จึงเลือกที่จะจ้างทีมแอดมินเข้ามาช่วยดูแลบัญชี โซเชียลมีเดียของตัวเอง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ และเป็นด่านสกรีนก่อนโพสต์ แต่สุดท้ายกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ และตัวนักกีฬาคนดังเอง ก็ยังสามารถเข้าไปเล่นโซเชียลมีเดียอยู่ดี 

ในเคสของ เดมเบเล - กรีซมันน์ ไม่แน่ชัดว่าเป็นสตอรี่วิดีโอที่อัปมาจากช่องทางไหน ? ที่แน่ ๆ คงไม่ใช่บัญชีอย่างเป็นทางการของทั้งคู่ เพราะไม่อย่างนั้นเรื่องนี้ คงเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึง ตั้งแต่เมื่อสองปีก่อนแล้ว 

แต่สิ่งที่พวกเขาทำพลาดอย่างแรง นั่นคือ การบันทึกมันลงในโซเชียลมีเดีย เพราะต่อให้สตอรี่จะหมดอายุ, ลบโพสต์ไป หรือแค่บันทึกเก็บไว้ เพื่อส่งต่อให้เฉพาะคนสนิทดู 
อย่างที่เราเห็นต้วอย่างมากมาย หลายกรณีเกิดขึ้นจากนักกีฬาโพสต์ข้อความไม่เหมาะสมและลบไป แต่ก็ไม่วายโดนแคปได้ทัน และถูกมือดีส่งต่อให้สื่อนำไปขยายเป็นข่าว 

เพราะทุกอย่างที่คุณโพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย สุดท้ายมันจะกลายเป็นหลักฐานชั้นดี ที่พร้อมจะย้อนกลับมาเล่นงานคุณได้เสมอ ถ้าเนื้อหาในนั้น มีประเด็นที่อ่อนไหว และกระทบกับความรู้สึกผู้รับสาร

ไม่ว่า เดมเบเล กับ กรีซมันน์ จะพูดแบบนั้นด้วยเจตนาที่ตั้งใจเหยียดคนเอเชีย หรือแค่พูดเพื่อ make joke กับคนสนิท แต่เมื่อมันมีหลักฐานเป็นคลิปปรากฏสู่สาธารณะ ก็เป็นเรื่องยากที่ กรีซมันน์ และ เดมเบเล่ จะเลี่ยงรับผลกระทบที่ตามมา 

ซึ่งต้นเหตุมันก็มาจาการใช้ โซเชียลมีเดียที่ไม่ระมัดระวัง ใช้ด้วยความเคยตัว จนลืมคิดหน้าคิดหลังว่าถ้าสมมติคลิปหลุดออกไป จะเกิดอิมแพกต์อะไรบ้างต่อสังคม  

 

ค่านิยมสังคมที่เปลี่ยนไป

คลิปดังกล่าวสร้างความไม่พอใจ ไม่ใช่แค่เฉพาะกับชาวญี่ปุ่นที่รู้สึกเหมือนถูก เดมเบเล่ กับ กรีซมันน์ ใช้กริยาและวาจาเหยียดรูปลักษณ์ภายนอก แต่คนเอเชียจำนวนไม่น้อย ต่างรู้สึกโกรธแค้น และผิดหวังกับการกระทำของ 2 นักฟุตบอลทีมชาติฝรั่งเศส

พวกเขารู้สึกว่าสิ่งที่ เดมเบเล กับ กรีซมันน์ ทำเป็นการแสดงความไม่ให้เกียรติ ไม่ให้ความเคารพ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ สังคมโลกให้ความสำคัญกับการเรียกสิทธิความเท่าเทียมด้านมนุษยชน และไม่ยอมรับการเหยียดเชื้อชาติ 

นักกีฬา ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสาขาอาชีพที่เริ่มเข้ามีบทบาท ต่อการแสดงออกเพื่อเรียกร้องความเสมอภาพ และการต่อต้าน การแบ่งแยกคน เพียงเพราะความแตกต่างด้าน ชาติพันธุ์, สีผิว, ศาสนา, ชนชั้นฐานะ เพราะเสียงของนักกีฬาคนดัง สามารถสร้างอิมแพกต์ต่อสังคมได้มหาศาล 

ดังเช่นช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่มีการผลักดันแฮชแท็ก Black Lives Matter เพื่อให้คนทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญ และเรียกร้องให้มีการปฏิบัติต่อคนผิวดำอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ก็ได้มีนักกีฬาระดับโลกมากมายออกมา Call Out จนในที่สุดประเด็นดังกล่าวก็ถูกนำพูดถึงอย่างเปิดเผย และสามารถการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการแข่งขันกีฬารายการสำคัญด้วย 

นักกีฬาระดับโลกยุคใหม่ จึงไม่ใช่แค่เล่นกีฬาเก่งอย่างเดียว แต่พวกเขาต่างถูกสังคมตั้งความหวังด้วยว่า พวกเขาจะต้องเป็นปากเป็นเสียงแก่ประชาชน และเป็นแบบอย่างที่ดีในการแสดงถึงเรื่องที่ถูก ที่ควร 

ดังนั้นพอมีคลิปหลุด กรีซมันน์ กับ เดมเบเล พูดเชิงเหยียดหยามคนญี่ปุ่น แม้จะเป็นภาพเหตุการณ์เก่า แต่ด้วยค่านิยมและมุมมองของสังคมโลกที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน ก็เลยทำให้ประเด็นดังกล่าวประทุขึ้นมาหมู่ในประชาคมคนเอเชีย 

ภายหลังจากมีการนำเสนอข่าวนี้ออกไป ปรากฏว่ามีคนจากภูมิภาคเอเชียจำนวนมากเข้าไปแสดงความเห็นใน อินสตาแกรมอย่างเป็นทางการของ เดมเบเล และ กรีซมันน์ เป็นจำนวนมาก 
หลายคนเข้าไปคอมเมนท์พร้อมกับติดแฮชแท็กข้อความ #StopAsianHate ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่ถูกเคลื่อนไหวในสังคมออนไลน์ตอนนี้ หลังจากที่ผ่านมา ชาวเอเชียเป็นเหยื่อของความรุนแรงอันเป็นผลจากความเกลียดชัง และอคติที่มีต่อชาวเอเชีย

 

เสียหายหนักสะเทือนอนาคตสโมสร

เรื่องนี้ส่งผลกระทบค่อนข้างรุนแรง และอาจสั่นคลอนถึงความสัมพันธ์อันดี ระหว่างภาคธุรกิจจากญี่ปุ่น ต่อตัวนักเตะทั้ง 2 คน และสโมสรที่ทั้งคู่สังกัดอยู่ 

เพราะต้องยอมรับว่า ยุคสมัยปัจจุบัน เม็ดเงินสปอนเซอร์จากแบรนด์สินค้าบริการที่มีต้นกำเนิดจาก เอเชีย กลายเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนสโมสรชั้นนำจากยุโรป ดังเห็นได้จาก สปอนเซอร์คาดหน้าอก และเจ้าของสโมสรหลายทีม เป็นแบรนด์และกลุ่มทุนจากฝั่งเอเชีย

อุสมานเน เดมเบเล และ อองตวน กรีซมันน์ จึงไม่อาจอยู่เฉยได้ เขาสองคนจึงรีบออกโรงแสดงความขอโทษไปยังชาวญี่ปุ่น, ผู้สนับสนุน เพราะพวกเขารู้ดีว่าประเด็นนี้มันลุกลามใหญ่โต และสร้างความไม่พอใจอย่างมากต่อผู้คน ซึ่งมันอาจย้อนกลับส่งผลถึงอนาคตของพวกเขา 

อย่าลืมว่า บาร์เซโลนา ณ ปัจจุบันกำลังประสบปัญหาด้านการเงินที่หนักหนาสาหัส จนมีนโยบายเตรียมขอลดเพดานค่าเหนื่อยผู้เล่นในทีม และที่สำคัญสโมสรมีสปอนเซอร์หลัก คือ  Rakuten ซึ่งเป็นแบรนด์จากญี่ปุ่น 

การที่นักเตะในการดูแล 2 คนอย่าง เดมเบเล กับ กรีซมันน์ แสดงพฤติกรรมที่ไม่ให้เกียรติคนบ้านเดียวกันกับสปอนเซอร์หลักเช่นนี้ ย่อมทำให้ Rakuten ไม่มีทางแฮปปี้อย่างแน่นอน จนอาจส่งผลต่อการตัดสินใจในอนาคตว่าจะร่วมงานกันต่อไป 

“ในฐานะสปอนเซอร์ของสโมสร ผมรู้สึกเสียใจมาก ๆ ที่นักเตะบาร์เซโลนาใช้คำพูดแบบนั้น นับตั้งแต่ Rakuten เซ็นสัญญาเป็นสปอนเซอร์ของบาร์ซา ฯ คำพูดแบบนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และเราจะท้วงติงไปถึงสโมสรเพื่อขอความเห็นจากพวกเขา" ฮิโรชิ มิคิตานิ ประธานผู้ก่อตั้ง Rakuten โพสต์ความรู้สึกของตัวเองลงบน Twitter 

มีรายงานว่า กรีซมันน์ ถึงกับต้องโทรสายตรงไปเคลียร์ใจกับ ซีอีโอของ Rakuten เพราะการออกมาเทค แอคชั่นผ่านโซเชียลมีเดียของ มิคิตานิ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า Rakuten ไม่พอใจอย่างมากกับการกระทำเช่นนี้  

ดังนั้นอนาคตของ อุสมานเน เดมเบเล, อองตวน กรีซมันน์ ในสีเสื้อบาร์เซโลน่าที่มี Rakuten อาจสั่นคลอนได้  เช่นเดียวกับอนาคตของสโมสรที่กำลังเผชิญหน้ากับช่วงเวลาที่ ผู้สนับสนุนหลักแสดงความไม่เชื่อมั่น และแสดงออกอย่างชัดเจนว่า ไม่โอเคอย่างมากต่อการกระทำของผู้เล่น 

ขณะที่ Konami ค่ายเกมชื่อดังจากญี่ปุ่น ก็แสดงปฏิกริยาตอบรับกับข่าวนี้ทันควัน ด้วยการปลด อองตวน กรีซมันน์ ออกจากการเป็น แบรนด์แอมบาสเดอร์ Yu-Gi-Oh รวมถึงเตรียมที่จะพิจารณาเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์สโมสรบาร์เซโลนา ที่ทาง Konami เซ็นสัญญาลิขสิทธิ์มาใส่ในเกม eFootball หรือ PES 


Photo : pes.social

และในอนาคตสองนักเตะ อุสมานเน เดมเบเล กับ อองตวน กรีซมันน์ อาจหมดโอกาสที่เป็น พรีเซนเตอร์สินค้าบริการจากฝั่งญี่ปุ่น เลยก็เป็นไปได้ เพราะคำพูดและกริยาท่าทางที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นรู้สึกไม่สบายใจ และยากจะเข้าใจได้จริง ๆ ว่าเขาสองคนไม่มีเจตนาเหยียดเชื้อชาติ 

ส่วนทาง บาร์เซโลนา แน่นอนว่าได้รับผลกระทบเต็ม ๆ จากเรื่องนี้ แม้ไม่ได้มีส่วนสนับสนุนและรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำของนักเตะ

แต่หาก Rakuten ไม่ต่อสัญญาหรือถอนตัวออกกลางทางเพราะเรื่องนี้ มันก็จะยิ่งส่งผลกระทบ มากกว่าแค่เรื่องเงิน ก็คือ กระทบกระเทือนต่อภาพลักษณ์สโมสรมากพอสมควร ในช่วงเวลาที่สโมสรกำลังประสบปัญหารุมเร้า ด้านการเงินอยู่อย่างตอนนี้ 

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.goal.com/.../griez.../1ohcr7bdwnm211w0l5p9bofkvm
https://www.dailymail.co.uk/.../Rakuten-launch-official...
https://youtu.be/JzYtNz8o7S4
https://the-japan-news.com/news/article/0007563730
https://www.scmp.com/.../barcelonas-ousmane-dembele...



AUTHOR

อลงกต เดือนคล้อย

Fake Writer
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x