FEATURE

10 รถสายซิ่งต่างแดนน่าเสียดาย ที่คนไทยไม่ได้ขับ | Main Stand



รถยนต์ถือเป็นพาหนะคู่กายชาวไทยมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แม้ปัจจุบัน ระบบขนส่งสาธารณะจะครอบคลุมการเดินทางในเมืองขึ้นมาก แต่การไปไหนมาไหนด้วยรถยนต์ส่วนตัว ดูจะฝังรากลึกในวัฒนธรรมการเดินทางของคนไทยเสียแล้ว


 

ประเทศไทยจึงถือเป็นตลาดสำคัญของวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ เห็นได้จากฐานการผลิตที่มีมากมาย แต่ใช่ว่ารถทุกรุ่นจะเข้ามาทำตลาดในบ้านเรา โดยเฉพาะรถสายซิ่งที่สร้างความฮือฮาในโลกตะวันตก แต่คนไทยกลับไม่ได้โอกาสจับจองเป็นเจ้าของ

Main Stand รวบรวม 10 รถสายซิ่งจากต่างแดนที่น่าสนใจ ซึ่งมีทั้งรถแรงทะลุนรก, รถไฮบริด, รถไฟฟ้า ไปจนถึงรถ 2 ประตู ไม่ถึง 100 แรงม้า เพื่อครอบคลุมความต้องการของผู้อ่าน ที่มีรสนิยมแตกต่างกันไป

 

Nissan Skyline 400R [V37]

มรดกจากโมเดลระดับตำนานของค่ายดังจากประเทศญี่ปุ่น V37 คือเจเนเรชั่นที่ 13 ของรถ Nissan Skyline  ซึ่งเปิดตัวออกมาตั้งแต่ปี 2014 ก่อนจะมีการปรับโฉมใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา ได้เพิ่มรุ่นท็อปอย่าง 400R ที่ใช้เครื่องยนต์ 3,000 cc เทอร์โบคู่ 405 แรงม้า ไม่แน่ว่า นี่คือการตอบแทนแฟน ๆ ครั้งสุดท้ายก่อนปิดตำนาน "เส้นขอบฟ้า" ก็เป็นได้

 

Daihatsu/Toyota Copen GR Sport [LA400]

รถสายซิ่งไม่จำเป็นต้องแรงทะลุนรกเสมอไป Toyota Copen GR Sport หรือที่รู้จักในชื่อ Daihatsu Copen (ไม่ต้องแปลกใจ เพราะ Daihatsu คือแบรนด์ในเครือ Toyota) คือหลักฐานถึงคำกล่าวข้างต้นได้ดี รถเปิดประทุน 2 ประตู มีเครื่องยนต์ขนาดเพียง 660 cc และเทอร์โบ 64 แรงม้า แต่ได้รับความนิยมมากในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว และราคาไม่แพง

 

Honda Fit [GR]

เมื่อเห็นชื่อ Honda Fit คนไทยอาจนึกภาพกันไม่ออก แต่ถ้าเราบอกว่ามันคือรถรุ่นเดียวกับ Honda Jazz ทุกคนคงร้ออ๋อขึ้นมาทันที โดย GR คือเจเนอเรชั่นล่าสุดของ Honda Fit สร้างมาเจาะตลาดคนที่ชอบรถเล็ก อเนกประสงค์ แต่ก็แอบอยากซิ่ง ด้วยเครื่องยนต์ 1,500 cc 121 แรงม้า ที่สามารถต่อยอดได้ด้วยของแต่งจากสำนักต่าง ๆ

อันที่จริง เจเนอเรชั่นก่อนหน้าของ Honda Fit ถูกนำเข้ามาขายที่เมืองไทยในชื่อ Honda Jazz มาตลอด แต่ตอนนี้ ทาง Honda ประเทศไทย ตัดสินใจปิดตำนานของ Jazz ไว้ที่ตัว GK เจเนอเรชั่นที่สาม เพื่อเดินหน้ากับ City Hatchback เต็มตัว

 

Volkswagen Golf GTI Mk8

ตำนาน Hot Hatch รถเล็กขับสนุกจากประเทศเยอรมันอย่าง Volkswagen Golf GTI ดำเนินมาถึงเจเนอเรชั่นที่ 8 และยังคงยึดถือคติ "แรงพอเหมาะ ขับมัน" เช่นเคย เพราะถึงแม้จะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2,000 cc เทอร์โบ 245 แรงม้า แต่ก็เร็วถูกใจนักซิ่งไม่น้อย

 

Ford Focus RS Mk3

เอ่ยชื่อ Ford Focus แฟนกีฬาความเร็วยุค 2000s คงจำกันได้ดีกับการเป็นรถแข่งแรลลี่ WRC แม้ปัจจุบันพวกเขาไม่ได้ใช้โมเดลนี้ลงสนามอีกต่อไป แต่ตำนานนั้นยังคงส่งต่อถึงท้องถนน โดยเจเนอเรชั่นที่ 3 ใช้เครื่องยนต์ 2,300 cc เทอร์โบ 350 แรงม้า ที่แม้จะเปิดตัวตั้งแต่ปี 2016 แต่ยังคงถูกพูดถึงจนปัจจุบัน

 

Renault Megane IV R.S. Trophy

อีกหนึ่ง Hot Hatch จากประเทศฝรั่งเศสรุ่นนี้ เปิดตัวตั้งแต่ปี 2017 และยังดึงดูดใจคนรักรถถึงปัจจุบัน ด้วยรูปลักษณ์ที่มีความเป็นรถยุโรปเกินร้อย กับสมรรถนะของตัวเครื่องยนต์ 1,800 cc เทอร์โบ 300 แรงม้า Renault Megane IV R.S. Trophy คือรถที่ขาซิ่งควรได้ลองสัมผัสสักครั้ง

 

Dodge Challenger SRT Demon

ปิดท้ายส่วนของรถใช้น้ำมันกับเจ้าปีศาจ Dodge Challenger SRT Demon ที่มีความแรง เร็ว ทะลุนรกสมชื่อจริง ๆ ด้วยเครื่องยนต์ V8 Demon ขนาด 6.2 ลิตร ซูเปอร์ชาร์จ 819 แรงม้า ทำให้รถคันนี้สามารถเร่งความเร็วจาก 0 สู่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยเวลา 2.1 วินาที ถามว่าแรงขนาดไหน ? เอาเป็นว่าตอนออกตัวก็สามารถทำหน้ารถลอยได้เลย

แรง เร็ว ทะลุนรก ขนาดนี้ Dodge Challenger Demon ถูกผลิตขึ้นมาเพียง 3,300 คัน แบ่งเป็นจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา 3,000 คัน และแคนาดาอีก 300 คัน

 

BMW i4 M50

สามคันสุดท้ายในลิสต์นี้ถือเป็นรถไฟฟ้า เริ่มต้นกันที่ BMW i4 M50 รถไฟฟ้าสายสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุด ที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2021 และถือเป็นรถพลังงานไฟฟ้าคันแรกในตระกูล M Performance ของ BMW ซึ่งมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว แบตเตอรี่ 80.7 กิโลวัตต์/ชั่วโมง 544 แรงม้า ทำให้ผู้ขับขี่ร้อนแรงบนท้องถนน โดยไม่สร้างคาร์บอนไดออกไซด์ แม้แต่นิดเดียว

อันที่จริง ในประเทศไทย เพิ่งจะมีการเปิดตัว i4 ไปเช่นกัน แต่นั่นคือ i4 รุ่นปกติ ส่วน i4 M50 ตัวแรง ยังไม่มีการนำเข้ามาแต่อย่างใด

 

Polestar 1

รถยนต์สปอร์ตไฮบริดในเครือของ Volvo มีจุดขายที่เครื่องยนต์มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว แบตเตอรี่ 68 กิโลวัตต์/ชั่วโมง (34 กิโลวัตต์/ชั่วโมง 2 ตัว) ช่วยให้คุณทะยานบนท้องถนนแบบไม่ต้องใช้น้ำมันได้ไกลราว 150 กิโลเมตร แต่ถ้าอยากไปไกลกว่านั้น รถคันนี้มีเครื่องยนต์เบนซิน 2,000 cc เทอร์โบ+ซูเปอร์ชาร์จ รวมกำลังทั้งหมดสูงถึง 608 แรงม้าเลยทีเดียว

 

Ford Mustang Mach-E GT

ปิดท้ายกันด้วยโมเดลระดับตำนานของฝั่งสหรัฐอเมริกา อย่าง Ford Mustang ที่กระโจนลงมาสู่ตลาดรถไฟฟ้าเป็นที่เรียบร้อยในรูปลักษณ์ที่ไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่ โดยความแรงของตัวท็อป Ford Mustang Mach-E GT ถือว่าจัดจ้านเอามาก ๆ จาก มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว แบตเตอรี่ 98.7 กิโลวัตต์/ชั่วโมง สร้างพลัง 487 แรงม้า ถือเป็นรถไฟฟ้าที่ออกมาเขย่าวงการตั้งแต่ปี 2019 และจำหน่ายมาจนทุกวันนี้

 

 

แหล่งอ้างอิง

https://blog.dupontregistry.com/ecbg-2018/dodge-demon-price-specs-review/
https://www.magcarzine.com/ford-focus-rs-007/
https://www.autodeft.com/tuningcorner/toyota-copen-gr-sport
https://www.magcarzine.com/2021-nissan-skyline/
https://www.headlightmag.com/news-all-new-volkswagen-golf-gti-gte-gtd-mk8-launched/
https://car.kapook.com/view242210.html
https://www.headlightmag.com/polestar-1-official/
https://www.autodeft.com/deftreport/ford-mustang-mach-e-electric-car-revealed
https://en.wikipedia.org/wiki/Ford_Focus_(third_generation)#Asia
https://en.wikipedia.org/wiki/Renault_M%C3%A9gane_RS#Renault_Sport_M%C3%A9gane_275_Trophy_&_Trophy-R_(2014%E2%80%932017)



AUTHOR

ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง

I'm a sad girl, in this big world ... It's a mad world.
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x