VEHICLE

Nissan Skyline : ตำนาน "เส้นขอบฟ้า" กับคำถาม เมื่อยานแม่ตัดสินใจยุบสายพาน ? | Main Stand



กล่าวถึงโมเดลระดับตำนานของวงการรถซิ่ง ชื่อของ Nissan Skyline ย่อมเป็นเบอร์ต้น ๆ ของคนรักรถทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์, ผลงานในสนามแข่งขัน และความผูกพันที่อยู่คู่ท้องถนนมานานกว่า 64 ปี 


 

Nissan Skyline จึงเป็นรถยนต์จากแดนอาทิตย์อุทัยที่ผูกพันกับความทรงจำของใครหลายคน แม้จะมีการปรับรูปโฉมเป็นรถหรูหราในภายหลัง แต่มนต์ขลังของ Skyline ยังคงมีอยู่ไม่มากก็น้อย 

แต่ด้วยเหตุผลทางธุรกิจ ทำให้มีข่าวว่า Nissan ประกาศยกเลิกสายพานการผลิตรุ่น Skyline เมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา  ถือเป็นการปิดฉากการเดินทางอันยาวนานของโมเดลนี้ 

Main Stand ชวนคุณย้อนรำลึกเรื่องราวของ Nissan Skyline พร้อมกับตอบคำถามที่คุณอาจข้องใจ ถึงอนาคตของ Nissan Skyline ในวันที่อาจจะไม่มีรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอีกต่อไป 

 

ย้อนความยิ่งใหญ่ Skyline

Nissan Skyline ถือกำเนิดครั้งแรกในปี 1957 โดยบริษัทผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น Prince Motor Company โดยได้รับแรงบันดาลใจจากแบรนด์รถยนต์อเมริกัน ช่วงกลางยุค 1950s

กล่าวคือ Skyline กลายเป็นลูกผสมระหว่างดีไซน์รถยนต์ของ Ford และ Chevrolet โดยเฉพาะรูปทรงด้านหน้าที่เหมือน 1957 Chevrolet แบบแทบจะลอกกันมา ด้วยเหตุนี้ Skyline รุ่นแรก หรือ ALSI จึงวางขายในตลาดรถยนต์หรูหรา เพื่อเอาใจคนชอบรถตะวันตก


Photo : wheelsage.org

Skyline พัฒนาไปอีกก้าว จากการวางขายรถโมเดลใหม่ที่แตกต่างออกไปจากรุ่นแรก หรือที่คนเล่นรถเรียกว่า Skyline รุ่นสอง เริ่มต้นด้วย Prince Skyline S50 ที่ออกจำหน่ายในปี 1963 โดยรุ่นที่พลิกชะตา Skyline ให้โด่งดังไปทั่วโลก คือ Skyline S54 หรือตัวไมเนอร์เชนจ์ของ S50 ซึ่งวางจำหน่ายในปี 1964 จากผลงานในสนามแข่งขัน ซึ่งเปลี่ยนภาพของ Skyline ที่เป็นรถหรูหรา สู่พาหนะขวัญใจนักซิ่ง

ตำนานของ Skyline เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ปี 1964 ในการแข่งขัน Japanese Grand Touring II ที่ ซูซุกะ เซอร์กิต รถ Skyline 2000GT รหัสตัวถัง S54 จำนวน 5 คัน ถูกส่งลงแข่งขัน โดยไม่มีใครคาดหวังว่ามันจะทำผลงานได้ดี หากเทียบกับในวันนั้น Skyline เป็นเหมือนเด็กน้อยที่เพิ่งหัดเดิน

ไม่กี่อึดใจถัดมา คนรักรถทั่วญี่ปุ่นจึงเห็นด้วยตาตัวเองว่า เด็กหัดเดินคนนี้วิ่งเร็วแค่ไหน หากไม่นับ Porsche 904 Carrera GTS ที่ชนะการแข่งขัน Skyline 2000GT คือรถที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในการแข่งขัน ทั้ง 5 คันพาเหรดเข้าเส้นชัยในอันดับ 2-6 ไม่มีรถรุ่นอื่นเข้ามาแทรกอันดับตรงนี้ได้เลย


Photo : sportscardigest.com

ผลลัพธ์ที่ออกมายืนยันว่า ความสำเร็จของ Skyline ในการแข่งขัน มาจากสมรรถนะของรถล้วน ๆ ทางผู้ผลิตจึงมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ พวกเขานำโมเดลของ Skyline 2000GT มาวางขายในชื่อ Skyline 2000GT-A และ Skyline 2000GT-B โดยนำเครื่องยนต์ 2000 cc ที่ใช้ในตัวแข่งมาวางในรถเวอร์ชั่นถนน

ความสำเร็จของรถรุ่นสองที่ขายออกไปมากกว่าหนึ่งแสนคัน ส่งผลให้บริษัทยักษ์ใหญ่ Nissan กระโดดเข้ามาร่วมหุ้นในบริษัท ก่อนควบรวม Prince เข้ามาเป็นกิจการเดียวกัน ... Skyline รุ่นที่สาม รหัสตัวถัง C10 เริ่มวางขายในปี 1968 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ Nissan Skyline และเป็นหนึ่งในเจเนอเรชั่นที่โด่งดังที่สุดของ Skyline

สำหรับ Skyline ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคงหนีไม่พ้น Skyline GT-R รถยนต์รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวที่ออกแบบมาเพื่อทำการแข่งขันโดยเฉพาะ เจ้าของฉายา "ฮาโกสึกะ" (Hakosuka - Hako เป็นภาษาญี่ปุ่นของคำว่า กล่อง สื่อถึงรูปทรงของรถ ส่วน Suka ย่อมาจาก Skyline ชื่อรุ่น) ใช้เครื่องยนต์ 1998 cc กำลัง 160 แรงม้า เมื่อบวกกับความหรูหราที่ไม่ได้ลดน้อยลงไป อาจกล่าวได้ว่า Skyline GT-R คือรถที่สมบูรณ์แบบที่สุดในเวลานั้น


Photo : www.hemmings.com

Skyline GT-R กลายเป็นรถอันดับหนึ่งของชาวญี่ปุ่น จากการกวาดรางวัลมากมายในสนามแข่งขัน และเอาชนะคู่แข่งทั้ง Toyota 1600GT, Isuzu Bellett GTR, Mazda Familia (R100) กับ Capella (RX-2) หรือแม้กระทั่ง Porsche แบบไม่เห็นฝุ่น โดย Skyline GT-R ครองสถิติชนะรวดตรงนี้ ไปจนถึงปี 1971

ความสำเร็จตรงนี้ส่งผลให้ Skyline รุ่นสาม จำหน่ายออกไปมากกว่า 3 แสนคัน ส่วน Skyline GT-R กลายเป็นรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์ที่คนรักรถทั่วโลกรอคอย เพราะแทบทุกเจเนอเรชั่นหลังจากนั้น Nissan ต้องผลิตรุ่น GT-R มาขาย เพื่อสนองความต้องการของคอรถสายซิ่ง

ก่อน Nissan Skyline จะขึ้นสู่จุดสูงสุดในรุ่นสี่ หรือ Skyline C110 ที่เปิดตัวในปี 1972 ซึ่งมีชื่อเล่นว่า "เคนมาริ" จากโฆษณาที่ออกฉายในญี่ปุ่น ถึงคู่สามีภรรยารุ่นใหม่ เคน และ แมรี่ ที่เลือกรถ Skyline มาขับขี่ ซึ่งเป็นการเจาะตลาดลงไปแบบถูกจุดของ Nissan ท้ายที่สุด Nissan Skyline จึงมียอดขายในปี 1973 ทั้งหมด 157,598 คัน นำเป็นยอดขายสูงสุดที่โมเดลนี้ทำได้ภายในหนึ่งปี  

นับแต่นั้นมา ความโด่งดังของ Nissan Skyline ก็เข้าสู่สายตาคนทั่วไป มีการผลิตเจเนอเรชั่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่รุ่นห้า C210 "เจแปน" ที่มีการอ้างอิงในโฆษณาว่า ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างจากสภาพอากาศของประเทศญี่ปุ่น, รุ่น 6 รหัสตัวถัง R30 "นิวแมน" ที่ได้ พอล นิวแมน นักแข่งรถ-ดาราฮอลลีวูด มาเป็นพรีเซนเตอร์ ตลอดจนรุ่น 7 รหัสตัวถัง R31


Photo : www.facebook.com/JapaneseRacingCars

ชื่อของ Skyline ดังเป็นพลุแตกยิ่งกว่าเดิมกับ R32 เจเนอเรชั่นที่ 8 เมื่อ Nissan ตัดสินใจปัดฝุ่นนำชื่อ GT-R กลับมาใช้อีกครั้งในปี 1989 หลังวิกฤตการณ์น้ำมัน Oil Shock เมื่อปี 1973 ทำให้ต้องยุติสายพานการผลิตในรหัส C110 อย่างรวดเร็ว และไม่มีการผลิต GT-R ออกมาอีกใน 3 เจเนอเรชั่นต่อมา

สมรรถนะจากเครื่องยนต์ 6 สูบ เทอร์โบคู่ ทำให้ GT-R คว้าชัยในทุกสนามแข่ง ทั้งในญี่ปุ่น ที่ชนะการแข่งขัน Japanese Touring Car Championship 4 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 1990-1993 แบบชนะทุกสนาม และต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ประเทศออสเตรเลีย ที่ GT-R ไล่ตบรถแข่งเจ้าถิ่นยับเยิน จนได้รับฉายาจากสื่อออสซี่ว่า "ก็อดซิลล่า" 

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่แปลก ที่ความนิยมของ Skyline จะถูกส่งต่อไปยังเจเนอเรชั่นที่ 9 และ 10 อย่าง R33 และ R34 ที่ยังคงมีรหัสแรง GT-R ออกจำหน่ายด้วยเช่นกัน

 

ความนิยมเริ่มถดถอย

เหตุผลที่ Nissan Skyline กลายเป็นขวัญใจของคนทั่วโลก ไม่ใช่เพียงเพราะรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ (เช่น ไฟท้ายโดนัท) หรือ ความสำเร็จของมันในสนามแข่งขัน จนกลายเป็นภาพแทนเจ้าแห่งความเร็ว

แต่ Nissan Skyline ยังมีความผูกพันกับเจ้าของรถอย่างน่าประหลาด ทุกคนที่เคยขับขี่รถคันนี้จะรู้ว่า Skyline เป็นรถที่คุณสามารถสนุกหลังพวงมาลัยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ความทรงจำที่เจ้าของและตัวรถมีร่วมกัน ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญซึ่งทำให้ Nissan Skyline อยู่ในความทรงจำของคนรักรถ จากรุ่นสู่รุ่น

"ส่วนตัวผมเอง ผมชอบรถ Skyline เพราะเป็นรถที่ขับขี่ดี แข็งแรง มีความมั่นคงปลอดภัยเวลาวิ่งด้วยความเร็วสูง ทุกครั้งที่เดินทางไกล ครอบครัวผมจะใช้รถคันนี้ตลอด" อินทรภูมิ์ แสงดี บก. ฝ่ายเทคนิคและทดสอบ นิตยสาร XO Autosport แบ่งปันความทรงจำเกี่ยวกับ Nissan Skyline

"รถ Skyline R30 คันนี้ พ่อผมเป็นคนซื้อ สมัยที่พ่อยังขับรถได้ มันออนทัวร์เป็นประจำ เมื่อผมเอามาขับต่อ ก็ออกไปออนทัวร์เยอะมากเหมือนกัน มันขึ้นเหนือล่องใต้กับผมนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งมันเป็นรถที่ตอบโจทย์ครอบครัวผมได้จริง ๆ"

"เหมือนที่ผมบอกว่า รถคันนี้พ่อผมซื้อมา ผมเลยโตมากับมัน รถ Skyline ไม่ใช่ลูกของผม แต่เป็นเพื่อน ผมขับมันเมื่อไหร่ก็นึกถึงหน้าพ่อ มันเป็นรถที่สร้างความสุขให้กับครอบครัวเรา"

Nissan Skyline สร้างความสุขให้กับผู้คนทั่วโลกในฐานะรถคุณภาพดี ขับขี่สะดวก แต่เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ บวกกับการที่ไม่สามารถเจาะตลาดสหรัฐอเมริกาได้ในยุค 1990s เนื่องจากข้อจำกัดด้านมลพิษ และความต้องการของผู้ซื้อที่หันไปสนใจรถขนาดเล็กมากขึ้น เนื่องจากรถรุ่นใหญ่มีราคาแพงเกินไป

ทางผู้ผลิตจึงต้องเริ่มปรับตัวเพื่อให้ Skyline อยู่รอดในฐานะสินค้าตัวหนึ่ง รถรุ่นหลัง ๆ จึงเริ่มมีรูปลักษณ์คล้ายกับรถรุ่นอื่น ๆ ในไลน์อัพ เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุน ส่งผลให้เอกลักษณ์เดิม ๆ ที่คนรักรถเคยหลงใหลเริ่มหายไป

Nissan Skyline เดินทางมาถึงจุดเสื่อมถอยในเจเนอเรชั่น 11 หรือ V35 ซึ่งวางขายในเดือนมิถุนายน ปี 2001 จากการสลัดภาพลักษณ์รถสปอร์ตจนหมดสิ้น แล้วกลายเป็นรถยนต์หรูหรา 100 เปอร์เซ็นต์ แน่นอนว่า นี่คือความต้องการของผู้ผลิตที่ต้องการผลักดัน Skyline สู่ตลาดใหม่ แต่สำหรับคนรักรถที่ผูกพันกับรถรุ่นนี้อย่างยาวนาน นี่คือความตายของ Skyline อย่างแท้จริง


Photo : www.webcg.net

"มันจบเห่เลยนะ เมื่อคุณเห็นว่า Nissan Skyline V35 กลายเป็นรถหรูหราไปเสียแล้ว" อินทรภูมิ์ กล่าวถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ Nissan Skyline

"มันไม่มีเค้าโครงจาก R34 (รุ่นก่อนหน้า) เลย ไฟโดนัทหายไป รูปทรงก็แปลก จะเป็นรถยุโรปก็ไม่ใช่ รถญี่ปุ่นก็ไม่เชิง ที่สำคัญคือ รถมันไม่แรงเลย เหมือนขับรถ Coupe ไปเรื่อย ๆ ซึ่งมันก็ดีของมันนะ แต่มันไม่ใช่ นี่คือขาดเอกลักษณ์ของ Skyline อย่างแรง"

นับจากวันนั้น Nissan Skyline ยืนอยู่บนตลาดรถยนต์หรูหรามาโดยตลอด พวกเขาวางจำหน่ายเจเนอเรชั่นใหม่ออกมาอีก 2 รุ่น ได้แก่ Skyline V36 และ V37 ก่อนจะนำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุด ซึ่งอาจกลายเป็นจุดจบที่แท้จริงของ Nissan Skyline

 

วันที่การเดินทางยุติ ?

ความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของ Skyline ก่อตัวขึ้นในช่วงต้นปี 2020 หลังวิกฤติ COVID-19 โจมตีอุตสาหกรรมทั่วโลกจนพังยับเยิน กลุ่มสามพันธมิตร Renault-Nissan-Mitsubishi จึงมีการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจกันใหม่ โดย Nissan จะตั้งเป้าไปยังการเจาะตลาดสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก ร่วมกับตลาดในจีน และญี่ปุ่น


Photo : fortune.com

การตัดสินใจครั้งนี้นำมาสู่ความกังวลของคนรักรถ ถึงบางโมเดลของ Nissan อาจถูกยกเลิกการผลิตไป เนื่องจากไม่ตอบโจทย์ทางธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพุ่งเป้าไปยังตลาดสหรัฐอเมริกา และจีน ซึ่ง Nissan มีรุ่น Altima และ Maxima ทำการตลาดอยู่แล้ว นอกจากนี้ทาง Nissan ยังต้องให้ความสำคัญกับพลังงานทางเลือก ทั้งไฮบริด, e-Power (รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ใช้เครื่องยนต์ในการกำเนิดพลังงาน) และรถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีอีกเหตุผลที่เป็นผลสืบเนื่องจากอดีต เพราะทันทีที่ ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของยานพาหนะนำเข้า หรือ Imported Vehicle Safety Compliance Act ได้รับการปรับปรุงใหม่ในปี 1988 และมีผลบังคับใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา Nissan Skyline ได้กลายเป็นรถผิดกฎหมายที่ห้ามนำเข้ามาจำหน่ายในแดนลุงแซม เนื่องจากไม่สามารถผ่านมาตรฐานด้านมลพิษที่กำหนดไว้

Nissan Skyline จึงไม่มีทางที่จะเจาะตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ Nissan ในปัจจุบันได้เลย ซึ่งอันที่จริง Nissan ไม่คิดจะส่ง Skyline ลงสู่ตลาดตะวันตก ตั้งแต่ช่วง 1990s ที่บริษัทเริ่มประสบปัญหาทางการเงินแล้ว พวกเขาตัดปัญหาด้วยการทำ Skyline เจาะตลาดรถพวงมาลัยขวาเป็นหลัก กล่าวคือ ทำมาขายให้คนญี่ปุ่น (และอีกบางประเทศ) เพียงอย่างเดียว

หันกลับมามองสถานการณ์ในประเทศญี่ปุ่น ยอดขายของ Nissan Skyline ร่วงลงอย่างหนัก เพราะชาวญี่ปุ่นไม่นิยมรถหรู หรือ รถซีดาน อีกต่อไป ทั้งที่เคยเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่นช่วงยุค 90s แต่ปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น


Photo : carbuzz.com

Nissan Skyline ที่หันเข้ามาสู่ตลาดนี้ในช่วงต้นยุค 2000s เพื่อตามรอยความสำเร็จในอดีต จึงเหมือนหันหน้าเข้าสู่ทางตัน นำมาสู่ยอดขายที่น่าผิดหวังในปี 2021 เมื่อ Nissan Skyline ขายออกเพียงเดือนละ 400 คัน เมื่อเทียบกับยอดขายเฉลี่ยในปี 1973 ที่เคยจำหน่ายได้เดือนละ 13,000 คัน นี่คือยอดขายที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว

ปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมานี้ นำมาสู่ข่าวการตัดสินใจที่จะ "ยุติการพัฒนา​รถยนต์รุ่น Skyline" ของ Nissan ส่งผลให้โมเดลที่อยู่คู่กับวงการรถยนต์มายาวนานถึง 64 ปี อาจต้องสิ้นสุดการเดินทางเพียงเท่านี้ เนื่องจากไม่ตอบโจทย์ทางธุรกิจของผู้ผลิตอีกต่อไป

 

อนาคตของ Skyline ?

เมื่อมีข่าวว่า ยานแม่จะตัดสินใจยุบสายพาน Nissan Skyline คนรักรถจึงตั้งคำถามว่า แล้วอนาคตของรถยนต์รุ่นนี้ จะดำเนินในทิศทางใดต่อไป ?

สำหรับรถรุ่นเก่าระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็น S50, S54, C10 หรือ C110 การตัดสินใจครั้งนี้คงไม่ส่งผลอะไรมากนัก เพราะถือเป็นรุ่นขึ้นหิ้งไปแล้ว เช่นเดียวกับ GT-R สัญลักษณ์ของนักซิ่งทุกยุคทุกสมัย ที่มีแต่ราคาจะเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน ถึง Skylline จะมีการพัฒนาต่อหรือไม่ ก็ไม่ส่งผลต่อราคาของรถกลุ่มนี้สักเท่าไหร่ แถมราคาของ Skyline GT-R ได้พุ่งทะยานสูงตั้งแต่ตอนที่ Nissan แยกชื่อ GT-R ออกมาทำเป็นซูเปอร์คาร์ของพวกเขาเมื่อปี 2007 แล้ว


Photo : www.reddit.com

อย่างไรก็ดี การยุติการพัฒนา​รุ่น Skyline ย่อมส่งผลด้านราคากับ Skyline โฉมอื่น ๆ อย่าง C210, R30, R31, R32, R33, R34 แน่นอน โดยมีการคาดการณ์ว่า รถ 2 ประตู และรถ 5 ประตู จะราคาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะจะกลายเป็นของหายาก ส่วนรถ 4 ประตู อาจจะไม่เพิ่มสูงนักในช่วงแรก แต่จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ย้อนแย้งอย่างน่าประหลาด เพราะประเทศที่มองเกมขาดมากที่สุดตรงนี้ คือประเทศเดียวกับที่สั่งห้ามเอา Skyline เข้ามาขายในประเทศ นั่นคือ สหรัฐอเมริกา

ปัจจุบัน มีกลุ่มทุนในสหรัฐอเมริกากว้านซื้อรถ Nissan Skyline มาจอดทิ้งไว้จำนวนมาก ... ทำไมพวกเขาถึงทำแบบนั้น ? นั่นเป็นเพราะสหรัฐอเมริกามีกฎหมายที่กำหนดให้รถอายุเกิน 25 ปี กลายเป็นรถคลาสสิก และเมื่อไหร่ที่ Nissan Skyline กลายเป็นรถคลาสสิก จะสามารถจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

จากเดิมที่เคยมีสถานะเหมือนแรงงานผิดกฎหมาย ต้องลักลอบขนเข้าเมืองอย่างยากลำบาก ปี 2021 Skyline R32 และ R33 สามารถวางขายในสหรัฐอเมริกาอย่างถูกต้อง เนื่องจากผลิตก่อนปี 1996 ทั้งหมด ส่วน Skyline R34 เตรียมปลดล็อกในปี 2024 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง GT-R ที่ถูกกว้านซื้อมาสต็อกในญี่ปุ่น และเตรียมส่งมาขายในสหรัฐอเมริกา โดยมีคนรักรถฝั่งตะวันตกจำนวนมากต่อคิวรอเป็นเจ้าของ

แต่สำหรับรถรุ่นใหม่ หรือตั้งแต่ V35 ลงมา กลับไม่มีใครสนใจจะกว้านซื้อมาขายต่อเท่าไหร่นัก เพราะกลุ่มทุนทราบดีว่า นี่ไม่ใช่ Nissan Skyline ที่คนรักรถหลงรัก แต่เป็น Skyline ที่เอาไว้ใช้ขับขี่บนท้องถนนในฐานะรถผู้บริหาร ซึ่งเป็นคนละกลุ่มตลาดโดยสิ้นเชิง


Photo : buentaller.com

"คนที่ขับ Skyline จริง ๆ เขาไม่ได้ต้องการรถแบบนี้ สมมติคุณมีรถรุ่นเก่า เช่น R32 หรือ GT-R สักคันจอดไว้ในโรงรถ โอเค คุณอาจจะอยากได้รถรุ่นใหม่ คุณจะซื้อ Skyline รุ่นใหม่มาใช้งานก็ได้ แต่พวกเขาไม่ได้หลงไหลมัน" อินทรภูมิ์ กล่าวถึงการยกเลิกการผลิต Skyline กับผลกระทบที่เขามองเห็น

ท้ายที่สุด ข่าวการยุติการพัฒนา​รถยนต์รุ่น Skyline ในปี 2021 จึงไม่ได้ส่งผลอะไรกับคนรักรถยนต์รุ่นนี้จริง ๆ เพราะพวกเขาเชื่อว่า Skyline ได้ตายไปตั้งแต่รุ่น V35 แล้ว ถึงผู้บริหารของ Nissan ที่ประเทศญี่ปุ่น จะออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว โดยยืนยันว่า Skyline จะยังอยู่คู่ตลาดรถประเทศญี่ปุ่นต่อไป จึงไม่ได้ส่งผลหรือมีความสำคัญอะไรในสายตาคนรักรถ

Nissan Skyline คือรถยนต์ที่มีความคลาสสิกเหนือการเวลา ในวันที่เหตุผลทางธุรกิจพรากชีวิต และจิตวิญญาณของมันไป ผู้คนยังคงเรียกร้อง และค้นหา Nissan Skyline ในอดีต กลับมาขับขี่อีกครั้ง

อนาคตของ Nissan Skyline จะเป็นอย่างไรต่อไป ? จะยังผลิตอยู่หรือไม่ ? จึงอาจไม่ใช่คำถามสำคัญ เพราะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น Nissan Skyline จะนั่งอยู่ในหัวใจคนรักรถ เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เฟรด กิ๊บสัน : ชายออสซี่ผู้สร้างตำนาน "ก็อดซิลล่า" ให้รถญี่ปุ่นอย่าง GT-R

 

แหล่งอ้างอิง

https://global.nissannews.com/en/releases/release-01b5e32631943f3a659c6d9d6e00be8a-the-beginning-of-the-skyline-legend
https://www.motor1.com/news/446562/nissan-skyline-13-generations-evolution/
https://www.motor1.com/news/425526/renault-nissan-mitsubishi-alliance-details/
https://www.motor1.com/news/428818/infiniti-more-horsepower-keep-models/
https://www.motor1.com/news/426341/infiniti-product-overhaul-plan-rumor/
https://www.autocar.jp/post/693185
https://asia.nikkei.com/Business/Automobiles/Nissan-s-iconic-Skyline-sedan-reaches-the-end-of-the-road
https://fastandfuriousfacts.com/why-skylines-are-illegal-in-the-u-s-a-the-motorex-scandal/



AUTHOR

ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง

I'm a sad girl, in this big world ... It's a mad world.
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x