FEATURE

รณชัย จูงวงษ์สุข : ในวันที่ก้าวออกจากร่มเงาความเป็น “ศุภวุฒิ 2” | Main Stand



“ผมอยากให้คนจดจำฝีเท้าผม มากกว่าจำได้ เพียงเพราะผมหน้าคล้ายใคร ?” ประโยคสั้น ๆ ที่ แม็ก-รณชัย จูงวงษ์สุข นักฟุตซอลทีมชาติไทยจากสโมสร พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี บอกกับเราน่าจะพูดแทนความรู้สึกของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี


 

รณชัย เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่แฟนโต๊ะเล็ก หลังแจ้งเกิดกับทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ชุดเดียวกับ มูฮัมหมัด อุสมานมูซา, ปาณัสม์ กิตติภาณุวงศ์ 

แต่สิ่งที่คนให้สนใจเกี่ยวกับเขา กลับเป็นรูปลักษณ์ภายนอกของ รณชัย ที่ดูคล้ายกับ ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ยอดดาวยิงฟุตซอลทีมชาติไทย จนถูกตั้งฉายาให้เป็น “ศุภวุฒิ 2” แม้จะเล่นกันคนละตำแหน่งอย่างสิ้นเชิงก็ตาม 

แม็ก รณชัย ใช้เวลาถึง 4 ฤดูกาลในสีเสื้อ “ฉลามพลังเพลิง” พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี กว่าที่เขาจะพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนได้เห็นถึงความสามารถ และตัวตนที่แท้จริงของเขา 

 

เงินก้อนแรก 

“ผมเริ่มฝึกเตะบอลครั้งแรกตอนอายุ 7 ขวบ ตอนนั้นผมศึกษาอยู่ที่โรงเรียนคลองทวีวัฒนา ทุกช่วงพักกลางวันก็จะเอาลูกฟุตบอลพลาสติกมาเตะเล่นกันสนุก ๆ กับเพื่อน จนอาจารย์มาเห็นก็เลยชวนผมไปเล่นฟุตบอลและฟุตซอลเป็นตัวแทนโรงเรียนตั้งแต่นั้น”

“หลังจบ ป.6 มีรุ่นพี่แถวบ้านผม เขาได้ไปเป็นเด็กในอคาเดมีของ มหาวิทยาลัยธนบุรี แม่ของเขาก็มาถามแม่ผมว่า ผมสนใจไหม ? เพราะเห็นผมก็เตะบอลเหมือนกัน ช่วงมัธยมต้น ผมจึงไปอยู่ที่นั่นทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ไปกินนอนอยู่ที่บ้านอาจารย์โย่ง เจนณรงค์ มากกำเนิด”

รณชัย เล่นฟุตบอลและฟุตซอล ควบคู่กันมาตลอด กระทั่งอายุ 16 ปี เขาตัดสินใจเลือกกีฬาโต๊ะเล็ก 5 คน เป็นใบเบิกทางในชีวิตต่อจากนี้ โดยย้ายไปศึกษาต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่ โรงเรียนกีฬานครนนท์วิทยา 6 ภายใต้การดูแลของ “โค้ชหำ” สุพล เสนาเพ็ง อีกหนึ่งผู้มีพระคุณของดาวเตะทีมชาติไทย 

“ช่วงใกล้จบชั้น ม.6 ผมมีโอกาสได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตซอลอาชีพเป็นครั้งแรกกับสโมสร กรมทางหลวง ในลีกดิวิชั่น 1 เนื่องจากโค้ชสุพล ได้เข้าไปรับงานคุมทีมที่นั่น ผมจึงติดสอยห้อยตามไปด้วย”

“ผมจำได้เลยว่าตอนที่ได้เงินเดือนก้อนแรก 15,000 บาท ผมรู้สึกภูมิใจอย่างมาก เพราะมันเป็นเงินที่เยอะมากสำหรับเด็กอายุแค่ 18 ปี อีกอย่างครอบครัวผมฐานะไม่ค่อยดีนัก เงินจำนวนนี้ก็เพียงพอที่ผมจะดูแลค่าใช้จ่ายของตัวเอง ไม่ต้องขอทางบ้านอีกต่อไป”

“มันเป็นสิ่งที่จุดประกายให้ผมอยากพัฒนาตัวเองให้เก่งกว่านี้ เพื่อที่จะมีรายได้มากขึ้น ผมจะได้ส่งเงินไปให้ทางบ้านได้ใช้ด้วย ตั้งแต่วันนั้นผมก็พยายามฝึกซ้อม ตั้งใจให้มากยิ่งกว่าเดิม”

 

ชีวิตพลิกผัน 

กรมทางหลวง ต้นสังกัดของ รณชัย สามารถจบฤดูกาล 2015 ด้วยตำแหน่งแชมป์ลีกดิวิชั่น 1 เลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ  เป็นเวลาเดียวกับที่ รณชัย ต้องเข้าไปศึกษาที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในชั้นปี 1 

เจ้าตัวจึงไม่ได้ร่วมทัพกับสโมสร กรมทางหลวง ในไทยลีก ปี 2016 เนื่องจากต้องเรียน และทำกิจกรรมกับทางสถานศึกษาค่อนข้างเยอะ ในฐานะน้องใหม่เฟรชชี่ 

ก่อนที่สโมสร เวียงพิงค์-เชียงใหม่ ทีมในลีกรอง จะติดต่อมายังโค้ชสุพล เสนาเพ็ง เพื่อขอเด็กในคาถาสัก 4-5 คนไปร่วมทีม ซึ่ง รณชัย กับพ้องเพื่อนก็ทำผลงานได้น่าประทับใจ ช่วยให้ทีมเวียงพิงค์ฯ จบซีซั่น 2016 ด้วยอันดับ 3 ของตาราง 

กลายเป็นใบเบิกทางสู่การย้ายไปเล่น ฟุตซอลไทยแลนด์ลีก ครั้งแรกในฤดูกาลต่อมากับทีม บางกอก ซิตี้ ควบคู่กับการเล่นฟุตซอลให้สถานศึกษา ในกีฬาระดับมหาวิทยาลัย 

“บางกอก ซิตี้ ติดต่อมาทางโค้ชสุพลว่าอยากได้ผมไปร่วมทีม ผมก็เห็นว่า สโมสรซ้อมช่วงเย็น อยู่ในกรุงเทพฯ ด้วย ไม่กระทบเรื่องเรียนจึงตอบตกลงไป แต่ยังไม่ทันเล่นกับทีมแบบเต็ม ๆ ผมก็มีชื่อติดทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ชุดชิงแชมป์เอเชีย ปี 2017 ก่อน เนื่องจากโค้ชหมี (รักษ์พล สายเนตรงาม) ผู้ช่วยโค้ชตอนนั้นเขาเห็นผมจากฟุตซอลมหาวิทยาลัย”

ทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว “โต๊ะเล็กช้างศึก U-20” ทำผลงานได้แบบสะใจกองเชียร์ชาวไทย คว้าอันดับ 3 ของเอเชียมาครองได้สำเร็จ และเป็นรายการแจ้งเกิดนักฟุตซอลสายเลือดใหม่ อาทิ มูฮัมหมัด อุสมานมูซา, สราวุท ผลาพฤกษ์, วีระศักดิ์ ศรีไชย, ปาณัสม์ กิตติภาณุวงศ์, จิรสิน กิ้มเส้ง

รวมถึง รณชัย จูงวงษ์สุข ดาวเตะตัวหลักของทีมชุดนั้น ที่แฟน ๆ หลายคนทายทักว่าเขามีใบหน้า และรูปร่างคล้ายกับ ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง 

หลังจบการแข่งขัน รณชัย กลับมาเล่นให้ บางกอก ซิตี้ ได้เพียงแค่ 4-5 เกม เขาก็ถูก พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี ซื้อตัวไปร่วมทีมในช่วงเลกสอง ฤดูกาล 2017 

 

อดทนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง 

“ตอนแรกที่ย้ายไป ชลบุรีฯ ก็แทบไม่ได้ลงสนามเลยครับ เพราะเราเป็นเด็กที่เพิ่งขึ้นมาใหม่ ยังไม่เข้าใจระบบการเล่นสักเท่าไหร่ ต้องปรับตัวค่อนข้างเยอะ ที่ผ่านมาไม่เคยเจอการซ้อมที่เข้มข้นขนาดนี้มาก่อน เคลื่อนที่ไม่ถูกเลย” 

“ตอนนั้น ชลบุรีฯ มีแต่รุ่นพี่ที่เป็นนักเตะตัวท็อปของประเทศเต็มทีม ผมก็รู้ตัวเองครับว่าคงยากที่เบียดลงตัวจริง แต่ก็พยายามอดทน คิดเสมอว่าทุกวันที่ได้อยู่กับทีมคือการเรียนรู้ เพราะมีคนอีกมากที่อยากมาอยู่ที่นี่ แต่เขาไม่มีโอกาส ในเมื่อเรามีโอกาสแล้วก็ไม่อยากปล่อยมันหลุดมือ อาจมีท้อบ้าง แต่ไม่เคยถอดใจครับ”

พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี ถือเป็นสโมสรฟุตซอลเบอร์ 1 ของเมืองไทย การันตีด้วยตำแหน่งแชมป์ ไทยลีก 9 สมัย และแชมป์สโมสรเอเชียอีก 2 สมัย อัดแน่นไปด้วยซูเปอร์สตาร์ดีกรีทีมชาติไทย อาทิ ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง, กฤษดา วงษ์แก้ว, จิรวัฒน์ สอนวิเชียร, คฑาวุธ หาญคำภา, ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน 

ในช่วง 2 ฤดูกาลแรกกับ พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี “รณชัย จูงวงษ์สุข” เป็นได้เพียงแค่ตัวสำรอง ที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามสักเท่าไหร่ 

เขาทำได้แค่เพียงก้มหน้าก้มตาฝึกซ้อม พยายามพัฒนาฝีเท้าขึ้นมา เพื่อเอาชนะใจโค้ช รวมถึงลบคำสบประมาทและเสียงวิจารณ์ที่ใครบางคนตั้งข้อสงสัยในตัวเขา

“ช่วงที่ย้ายมาใหม่ ๆ พวกพี่ ๆ ในทีมก็จะชอบแซวกันขำ ๆ ครับว่าผมหน้าคล้ายพี่อาร์ม (ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง) อย่างเวลาผมมาสนามซ้อม เขาก็จะพูดกันว่า ‘อาร์ม น้องชายมึงมาแล้ว’ ซึ่งพี่ ๆ ทุกคนในทีมก็น่ารักครับ เป็นกันเอง ให้คำแนะนำและสอนหลายอย่าง ๆ แก่ผม บรรยากาศในทีมอบอุ่นดีครับ แต่ถึงเวลาซ้อมก็จริงจังครับ ปะทะกันหนัก ๆ ไม่มีใครยอมใคร”

“ส่วนคนภายนอก ตอนนั้นมันเคยมีกระแสดราม่า ประมาณว่า ฝีเท้าของผมยังไม่ถึงหรอก ? ได้เซ็นสัญญากับ ชลบุรีฯ เพราะหน้าคล้ายพี่อาร์มหรือเปล่า ? ตอนแรกที่อ่านคอมเมนต์ผมก็รู้สึกไม่ดีนะครับ” 

“แต่พวกพี่ ๆ ในทีม เขาเคยผ่านจุดที่โดนวิจารณ์มาก่อน เขาก็บอกผมว่า ‘เอ็งไม่ต้องไปสนใจหรอก ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด’  ใช้ผลงานพิสูจน์ตัวเราดีกว่าไปพิมพ์ตอบโต้ เดี๋ยวสักวันหนึ่ง คนพวกนั้นก็จะเงียบไปเอง ผมก็เลยไม่คิดอะไรครับ”

 

ออกจากร่มเงา ศุภวุฒิ 2 

รณชัย จูงวงษ์สุข ยังคงอดทนฝึกซ้อมเพื่อรอโอกาสจาก พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี ต่อไป จนมาถึงช่วงปลายซีซั่น 2019 ทางสโมสรได้มีการเปลี่ยนแปลงเฮดโค้ชมาเป็น คาร์ลอส เซซาร์ นูเนส กาโก กุนซือมากประสบการณ์ชาวสเปน 

คาร์ลอส เข้ามาทำทีมในช่วงที่ “ฉลามพลังเพลิง” มีนโยบายเตรียมผ่องถ่ายผู้เล่นเก่า และผลักดันนักเตะสายเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทนเหล่ารุ่นพี่ดาวดัง ในฤดูกาล 2020 

หลังจาก 2 ซีซั่นที่ผ่านมา พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี พลาดท่าเสียแชมป์ฟุตซอลไทยแลนด์ลีก ให้แก่ สโมสรการท่าเรือ โดยในฤดูกาลล่าสุด รณชัย ได้รับความไว้วางใจจากโค้ชคาร์ลอส ส่งเขาลงสนามอย่างต่อเนื่องในตำแหน่ง ตัวรับ 

“ผมพยายามแอ็กทิฟและพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพราะฤดูกาล 2020 สโมสรเรามีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นค่อนข้างเยอะ ดันผู้เล่นอายุน้อยหลายคนขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ ผมเริ่มกลายเป็นตัวหลัก เป็นผู้เล่นซีเนียร์ เพราะอยู่กับทีมมา 3-4 ปีแล้ว” 

“เราเคยพลาดแชมป์ลีกไปสองปี นั่นจึงทำให้ทุกคนในทีม พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี มีความกระหายอยากทวงคืนแชมป์กลับมาให้ได้ ซึ่งผมก็ดีใจที่สุดท้ายเราสามารถทำได้สำเร็จ และอีกอย่างคือ ผมมีเป้าหมายอยากติดทีมชาติไทยไปเล่นฟุตซอลโลกให้ได้สักครั้งในชีวิต”

ฉลามพลังเพลิง คว้าแชมป์ฟุตซอลไทยแลนด์ ลีก สมัยที่ 10 ได้สำเร็จ โดยมี รณชัย จูงวงษ์สุข เป็นหนึ่งในคีย์แมนคนสำคัญ และจากฟอร์มอันโดดเด่นนี่เอง ทำให้ รณชัย ถูกเรียกติดทีมชาติไทย ชุดลุยรอบเพลย์ออฟ โซนเอเชีย เพื่อชิงตั๋วไปฟุตซอลโลก 2021 

รณชัย และบรรดาแข้งช้างศึกโต๊ะเล็กชุดนั้น ก็ไม่ทำให้แฟน ๆ ผิดหวัง เมื่อสามารถซิวโควต้าไปเล่น ฟุตซอล เวิลด์ คัพ ที่ประเทศลิทัวเนียได้สำเร็จ โดยถือเป็นการเข้ารอบสุดท้าย ฟุตซอลชิงแชมป์โลก สมัยที่ 6 ของทีมชาติไทย อีกด้วย 

แน่นอนว่า รณชัย จูงวงษ์สุข นักฟุตซอลอาชีพ และนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีดิจิตัลมัลติมีเดีย มหาวิทยาลัยธนบุรี ก็เป็นหนึ่งในแข้งโต๊ะเล็กที่มีโอกาสสูง ที่จะได้ร่วมทีมชาติไทย ไปลุยฟุตซอลโลก 2021 

หลังจากที่เขาสามารถพิสูจน์คุณค่า และฝีเท้าของตัวเองให้แฟน ๆ ได้เห็นแล้วว่า เขามาถึงจุดนี้ไม่ใช่เพียงเพราะคล้ายใคร แต่มาได้ด้วยหงาดเหงื่อและความพยายามของเจ้าตัวที่อยากให้แฟน ๆ ได้จดจำในชื่อ “รณชัย จูงวงษ์สุข” ไม่ใช่เพียงแค่นักเตะที่มีฉายาว่า “ศุภวุฒิ 2” 



AUTHOR

อลงกต เดือนคล้อย

สิ่งเดียวที่มีก็คือรักที่เธอไม่เข้าใจ จบแล้วก็อยากเปิด ปิดแล้วก็ไม่อยากไป
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x