VEHICLE

MG HS PHEV : ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่ให้คุณขับรถไปทำงานได้แบบไม่ง้อน้ำมัน คุ้มสุดในเวลานี้



"รถใหญ่" คือความต้องการของใครหลายคน เพราะเป็นรถที่ใช้ได้ทั้งในชีวิตประจำวัน ใช้ไปทำงาน ใช้เดินทางท่องเที่ยว หรือใช้สำหรับครอบครัว 
 

 

สิ่งหนึ่งที่แลกมากับความใหญ่ คือราคาที่แพงกว่ารถยนต์นั่งทั่วไป อีกทั้งในเรื่องของการ "ซดน้ำมัน" ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้คนขับรถเล็กลังเลที่จะตัดสินใจข้ามมาขับรถใหญ่ 

และนี่คือ MG HS PHEV รถยนต์ SUV ที่มาพร้อมเทคโนโลยีปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่ตอบโจทย์ทั้งความใหญ่ ความประหยัด และราคาที่จับต้องได้ ซึ่งน่าจะทำให้ใครก็ตามที่ยังลังเลอยู่ พร้อมจะก้าวข้ามเพื่อสัมผัสความคุ้มค่านี้อย่างแน่นอน 

 

โลกยุคไฮบริด

รถยนต์ระบบไฮบริด คือรถยนต์ที่ผสมผสานการทำงานของ 2 แหล่งพลังขับเคลื่อน ได้แก่ เครื่องยนต์สันดาปภายใน และ มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่คอยเสริมกำลังอีกแรง 

กระแสของรถไฮบริด หรือรถที่สามารถใช้ "พลังงานไฟฟ้า" ได้ด้วยนั้น เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ใน 4-5 ปีหลังมานี้ โดยในประเทศไทยมีหลายแบรนด์พยายามจะพัฒนารถของตัวเองเพื่อตีตลาดของรถพลังงานไฟฟ้าให้ได้ และนั่นทำให้เกิดการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น เริ่มมีผู้สนใจถึงจุดเด่นที่พิเศษกว่ารถที่ใช้แค่พลังงานจากนํ้ามันเพียงอย่างเดียว

จุดเด่นของรถที่ผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปกับมอเตอร์ไฟฟ้าคือ การขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพ, นิ่ง และเงียบยามขับขี่ ส่วนที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของความประหยัด ที่เป็นจุดขาย เพราะรถประเภทนี้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำกว่ารถยนต์ปกติ เพราะมีมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาช่วยขับเคลื่อนในช่วงต้น หรือช่วงความเร็วต่ำ แต่ด้วยเบตเตอรี่ขนาดเล็กทำให้ยังมีข้อจำกัดในการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า

 

เหนือกว่าอีกขั้นด้วย ปลั๊ก-อิน ไฮบริด

ปลั๊ก-อิน ไฮบริด นั้นถือว่าเป็นพัฒนาการอีกขั้นจาก ไฮบริด โดยแท้จริง อย่างที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นว่า ไฮบริด สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าได้บางช่วงก็จริง แต่ข้อจำกัดของรถไฮบริดทั่วไปจะมีมอเตอร์ไฟฟ้ากับแบตเตอรี่ที่แปลงกำลังทั้งหมดส่งต่อมาจากพลังงานของเครื่องยนต์เบนซิน/ดีเซล ซึ่งหมายความว่าหากไม่มีเชื้อเพลิงหลักอย่างน้ำมัน ก็ไม่สามารถปั่นไฟฟ้าเพิ่มได้

ส่วน ปลั๊ก-อิน ไฮบริด หรือ PHEV นั้น ได้ใช้เทคโนโลยีที่ต่อยอดขึ้นมาจากรถยนต์ไฮบริด นั่นคือรถยนต์ PHEV จะขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ และสามารถเติมพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งภายนอก (PLUG-IN) ได้ด้วย ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ให้ได้ระยะทางที่ไกลกว่าเดิม เพราะแบตเตอรี่ ก็จะมีขนาดใหญ่กว่ารถไฮบริดธรรมดาเช่นกัน และเมื่อพลังงานไฟฟ้าหมด ก็สามารถเติมได้ ทั้งจากการให้เครื่องยนต์สันดาปปั่นไฟ รวมถึงการเสียบปลั๊กชาร์จ จะที่บ้าน หรือระหว่างทางก็ได้ ที่สำคัญรถยนต์ PHEV สามารถเลือกขับแบบใช้ไฟฟ้า 100% หรือ EV Mode ได้ โดยสามารถใช้ความเร็วได้สูงสุดถึง 155 กม./ชม. 

รถยนต์ระบบ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด เคยถูกทดสอบโดย กระทรวงพลังงานของประเทศสหรัฐอเมริกา (DOE) แล้วว่าเป็นรถยนต์ที่ตอบโจทย์เรื่องการลดการสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญที่สุดคือ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ช่วยลดการใช้น้ำมันให้น้อยลงกว่ารถทั่วไปถึง 30-60% และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมรถยนต์ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด นั้นได้รับการลดหย่อนอัตราภาษีจากกระทรวงการคลังลงครึ่งหนึ่ง จนถึง พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนหันมาใช้ยานพาหนะที่ประหยัดพลังงาน และลดการทำลายสิ่งแวดล้อม 

 

MG HS PHEV ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ราคาเบา ๆ 

MG HS PHEV นั้นป็นรถใน Segment ประเภท Sport Utility Vehicle หรือ SUV ที่ตัวรถถูกยกให้สูงขึ้น ทำให้สามารถใช้งานได้ครอบคลุมไม่ว่าในเมือง ถนนเรียบ หรือแม้แต่ถนนที่ขรุขระ รวมถึงดีไซน์ที่ถือเป็นหัวใจหลัก ที่ทาง MG ใส่ใจ พวกเขาจึงให้ความสำคัญกับรุ่น HS PHEV จนออกมาดูหรูหราสมราคาเหมือนเช่นเคย 

สำหรับราคา 1.3 ล้านกว่า ๆ นั้น ถือว่าเป็นราคาที่เป็นมิตรสำหรับรถที่สามารถเลือกใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลักได้ MG HS PHEV คันนี้จะพาคุณยกระดับไปสู่อีกขั้นของความประหยัด เนื่องจากมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 16.6 kWh ที่สามารถจุไฟฟ้าได้มากขึ้น โดยทุกการชาร์จไฟฟ้าแบบเต็มความจุของแบตเตอรี่นั้น คุณสามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ได้ไกลสูงสุดถึง 67 กิโลเมตร

จากจุดเด่นเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก การออกแบบภายใน และระยะทางต่อการชาร์จไฟฟ้าเต็ม 1 ครั้งแล้ว จะพบว่านี่คือรถยนต์ที่ตอบโจทย์คนเมืองแบบสุด ๆ เพราะหากไม่ได้ใช้รถเกิน 67 กิโลเมตรต่อวัน (หากใช้รถทุกวันตลอดทั้งปีก็จะอยู่ที่ 24,455 กิโลเมตร) แปลว่าคุณจะไม่เสียน้ำมันเลยแม้แต่หยดเดียว ส่วนค่าไฟบ้านที่ใช้ชาร์จ จะตกอยู่ที่แค่วันละประมาณ 32 บาทเท่านั้น* เรียกได้ว่าชนะขาดรถ SUV ที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมัน (134 บาท ต่อ 67 กิโลเมตร), และ SUV ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริด (80 บาท ต่อ 67 กิโลเมตร) อย่างชัดเจน 


ที่สำคัญยังไม่ต้องห่วงว่าระบบแบตเตอรี่ขับเคลื่อนอาจเกิดความเสียหายและทำให้ค่าซ่อมบานปลายในอนาคต เพราะ MG รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนถึง 8 ปี โดยไม่จำกัดระยะทางการใช้งานอีกด้วย คุณจึงสามารถขับได้ยาว ๆ อย่างสบายใจ อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีการเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบแยกส่วนเฉพาะ Module ได้ ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าซ่อมบำรุงในระยะยาวได้

และแน่นอนว่าความประหยัดไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะทำให้ใครคนหนึ่งควักเงินหลักล้านเพื่อซื้อรถยนต์สักคัน MG เข้าใจถึงจุดนั้นเป็นอย่างดี เพราะ MG HS PHEV ยังเหนือชั้นกว่ารถไฮบริดทั่วไป โดยเฉพาะการทำงานผสมผสานของ 2 พลังจากเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้านั้น สามารถทำแรงม้าได้สูงถึง 284 แรงม้า เรียกได้ว่าเหยียบแล้วเป็นมาแน่นอน นอกจากนี้ยังมีระบบเกียร์แบบ EDU II - 10 Speeds ที่คอยเสริมกำลังเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้ผู้ขับขี่ รวมถึงผู้โดยสารสามารถสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลอีกด้วย


เช่นเดียวกันกับเรื่องของความปลอดภัย ที่ใช้ระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System กว่า 25 ระบบ โดยแบ่งออกเป็น ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ ที่ช่วยทั้งเรื่องระบบเบรก และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance System (ADAS) หรือระบบช่วยควบคุมการขับขี่ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุถึง11 ระบบ 

จะเห็นได้ว่า MG HS PHEV นั้น โดดเด่นในทุกด้าน และอัดแน่นด้วยเทคโนยี ให้ความประหยัด และความคุ้มค่าในราคาที่เป็นมิตร ด้วยราคาจำหน่ายเพียง 1.3 ล้านกว่าบาทเท่านั้น 

โลกของเทคโนโลยีหมุนเปลี่ยนไปทุกวัน จึงเป็นธรรมดาที่ของใหม่กว่าอย่างรถ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด จะมีข้อแตกต่างที่เหนือกว่ารถไฮบริดทั่วๆ ไป ทั้งในด้านสมรรถนะที่ดีเยี่ยม เร่งแรงทันใจ อีกทั้งยังมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่า ทำให้วิ่งได้ไกลกว่า เลือกขับแบบใช้ไฟฟ้า 100% ได้ และเสียบปลั๊กชาร์จแบตได้ ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดค่าน้ำมันไปได้เยอะ

เปิดโลกใหม่ของเทคโนโลยีที่สร้างมาเพื่อคุณ ... ลองเปิดใจให้กับ MG HS PHEV แล้วคุณจะได้รับรู้ถึงความแตกต่างที่เหนือชั้นไปอีกระดับสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x