VEHICLE

เตรียมเงินให้พร้อม : ตลาดรถ B-Segment ใกล้เดือด ผู้เล่นทั้งเก่า-ใหม่พร้อมส่งไม้เด็ดลงสังเวียน



แม้สภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยจะชวนให้ก่ายหน้าผากขนาดไหน แต่ "รถยนต์" ยังคงเปรียบเสมือนปัจจัยที่ 5 ที่ประชากรมากมายจำเป็นต้องซื้อหา เพื่อการใช้ชีวิตที่สะดวกขึ้นในดินแดนที่ "อะไรก็เกิดขึ้นได้" บนท้องถนนเช่นนี้


 

และกลุ่มรถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงตลอดมา คือรถกลุ่ม B-Segment หรือรถเล็ก ที่มีทั้งความคล่องตัว ราคาเข้าถึงง่าย ยิ่งมีมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐ เกิดเป็นกลุ่มรถ Eco Car ยอดขายก็ยิ่งดี จนค่ายรถต่าง ๆ เปิดตัวรถมาแข่งขันกันมากมาย

Main Stand ขอนำทุกท่านเข้าสูโลกแห่งยานยนต์ ยุคที่ตลาดรถกลุ่ม B-Segment มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด รถกลุ่มนี้ต้องมีทั้งความสดใหม่ สวยงาม และคุ้มค่า รถใหม่ค่ายไหนที่ตอบโจทย์นี้ได้ ก็มีโอกาสขึ้นบัลลังก์แชมป์ได้ไม่ยาก ! 

 

B-Segment เป็นรถแบบไหน ? 

ในวงการรถยนต์ จะมีการแบ่งออกเป็นคลาสต่าง ๆ ตามขนาดของรถ เริ่มตั้งแต่ A-Segment หรือ Minicompact ไล่ไปจนถึง F-Segment รถใหญ่สุดหรู แต่หนึ่งในตลาดรถที่ขายดีที่สุด ไม่ว่าประเทศไหน ๆ คงหนีไม่พ้น B-Segment หรือ Subcompact

เหตุผลที่รถ B-Segment ขายดี คงหนีไม่พ้นการที่มันเป็นรถขนาดเล็ก ใช้งานในเมืองได้อย่างคล่องตัว แต่ก็ยังกว้างขวางมากพอสำหรับครอบครัวเล็ก ๆ ที่สามารถไปไหนมาไหนด้วยกันได้สะดวก จะออกทริปไปต่างจังหวัดก็ไปได้สบายมาก

สำหรับในประเทศไทย รถ B-Segment เริ่มเป็นที่พูดถึงและได้รับการบัญญัติศัพท์อย่างเป็นทางการในช่วงปลายยุค 90s คาบเกี่ยวกับ "วิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง" ที่ทำคนไทยเจอกับฝันร้ายทางการเงินไปก็ไม่น้อย ถึงกระนั้น ความจำเป็นในการที่จะต้องมีรถสักคันเพื่อใช้สัญจรไปไหนมาไหน รวมถึงเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ก็ยังมีอยู่มาก และด้วยราคาที่ย่อมเยากว่ารถขนาดใหญ่กว่า เลยทำให้ตลาดรถ B-Segment ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ติดอันดับต้น ๆ ของกลุ่มรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย 

ไม่เพียงเท่านั้น ตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา ทางรัฐบาลไทย ได้ออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนให้กับบริษัทผู้ผลิตรถค่ายต่าง ๆ กับรถในกลุ่ม Eco Car รถที่มีราคาประหยัด กินน้ำมันน้อย และปล่อยมลพิษต่ำ โดยหากค่ายใดสร้างรถเข้าเกณฑ์เหล่านี้ได้ จะได้รับการสนับสนุน เสียภาษีน้อยลง ทำให้รถมีราคาถูกลง

แม้จะไม่มีการระบุขนาดรถว่าเล็กใหญ่ได้แค่ไหน แต่ทุกอย่าง มันก็เข้าทางของรถกลุ่ม B-Segment และนั่นทำให้ยิ่งมีการแข่งขันดุเดือดกว่าที่เคย กลายเป็นกลุ่มรถที่คนรักรถ คนใช้รถ เฝ้ารอ

 

ยอดขายโต แข่งขันแรง 

เมื่อมีคนรอ มันก็ย่อมเป็นตลาดที่ทุกแบรนด์ต้องการมาชิงพื้นที่นี้ให้ได้ โดยในปี 2020 ที่ผ่านมา ตลาดรถ B-Segment ในประเทศไทย มียอดขายรวมทุกแบรนด์ทุกรุ่นอยู่ที่ 102,574 คัน ซึ่ง 34.9% ของจำนวนดังกล่าว หรือ 35,807 คัน คือยอดขายของ Honda City ที่เปิดตัวโฉมล่าสุดไปเมื่อปี 2019 รองลงมาคือ Toyata Yaris กับ Yaris Ativ และ Nissan Almera ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีอีกหลายรุ่นหลายยี่ห้อ Mazda 2 Sedan กับ Hatchback, Suzuki Swift กับ Ciaz รวมถึง Mitsubishi Mirage และ Attrage ซึ่งทุกรุ่นที่กล่าวมา คือรถ B-Segment ที่อยู่ในข่ายของ Eco Car

อย่างไรก็ตามในปี 2021 ตลาดของ B-Segment ก็มีแววที่การแข่งขันจะเดือดขึ้นอีก เพราะนอกจากรถของค่ายที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีแบรนด์ที่น่าจับตามองอย่าง MG ที่คาดว่าน่าจะมีการเปิดตัวรถ Subcompact รุ่นใหม่เร็ว ๆ นี้ นั่นคือ ALL NEW MG 5 ถึงแม้เวลานี้จะยังไม่มีคำยืนยันจาก MG ประเทศไทย แต่จากข่าวการเปิดตัวในจีน ทำให้เป็นที่สนใจ และถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย สวยงาม รวมไปถึงความโดดเด่นทางด้านเทคโนโลยี ที่ MG มักใส่ให้แบบไม่กั๊ก 

หากมีการเปิดตัว ALL NEW MG 5 ในไทยจริง นี่จะไม่ใช่ครั้งแรก เพราะเมื่อปี 2015-2017 พวกเขาเคยส่ง MG 5 ลงทำตลาดในไทยมาแล้ว และสิ่งที่ได้เรียนรู้จากตลาดในครั้งนั้น นำมาซึ่งการพัฒนา MG 5 โฉมใหม่ ที่ทั้งโลกเห็นแล้วต้องเหลียวตาม

 

ตลาดจะเปลี่ยนหรือไม่ ? 

ช่วงเวลานี้ ALL NEW MG 5 ถือเป็นรถที่เรียกกระแสในตลาดได้มาก ด้วยการปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ จากรุ่นเดิม ซึ่งล่าสุดได้มีการเผยโฉมให้เห็น และวางขายในประเทศจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจุดเด่นเป็นเรื่องของรูปลักษณ์ที่สวยงาม เน้นเรื่องความสปอร์ตจากรูปทรงภายนอกที่โฉบเฉี่ยว กับเส้นสายที่ทำให้คุณอาจนึกถึงรถหรูราคาแพงเลยทีเดียว


ขณะที่ภายใน ก็มาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่เรียบหรู แฝงความสปอร์ต ไม่เพียงเท่านั้นยังเปี่ยมด้วยลูกเล่นทางเทคโนโลยี กับจอภาพขนาดใหญ่ 10.25 นิ้วที่คอนโซลกลาง พร้อมฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวก และความบันเทิงมากมาย

แต่ทีเด็ดที่ ALL NEW MG 5 พยายามทำให้แตกต่างจากเจ้าอื่น ๆ คือการเพิ่มสมรรถนะด้วยวิธีการที่แตกต่าง เพราะรถ B-Segment ในสมัยนี้ มักใช้วิธีการ Downsizing วางเครื่องยนต์ขนาดเล็กแล้วพ่วงเทอร์โบ เพื่อเรียกกำลังรถให้มากขึ้น แต่ถึงกระนั้น การเลือกใช้เครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อยก็มีข้อดี คือขับได้ง่ายกว่า ไม่ต้องเค้นกำลังเครื่องมากเกินไปนัก

ในขณะที่เจ้าอื่น ๆ เลือกใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร เทอร์โบ, เบนซิน 1.2 ลิตร หรือดีเซล 1.5 ลิตร เทอร์โบ เพราะต้องการรักษาผลประโยชน์ในเรื่องของการยกเว้นภาษีจากรัฐ เนื่องจากเครื่องยนต์ทั้ง 3 ขนาดที่กล่าวไป มีอัตราการกินน้ำมันต่ำและอัตราการปล่อยไอเสียน้อย แต่ ALL NEW MG 5 เลือกใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร

สำหรับที่ประเทศจีน ALL NEW MG 5 มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที มาพร้อมเกียร์ CVT 8 สปีด รวมถึงยังมีเกียร์ธรรมดา 5 สปีดให้เลือก นอกจากนี้ ยังมีเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 275 นิวตันเมตร ที่ 1,750-4,000 รอบต่อนาที มาพร้อมเกียร์คลัทช์คู่ 7 สปีด

สำหรับที่ประเทศไทย คาดว่า ALL NEW MG 5 จะมาพร้อม เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 120 แรงม้า จากหน้าตา เครื่องยนต์ และเทคโนโลยีที่ให้มาน่าจะทำตลาดได้ไม่ยาก คงต้องลุ้น และจับตาดูกันต่อไป ว่า MG ประเทศไทยจะเปิดตัวเจ้า ALL NEW MG 5 นี้ เมื่อไหร่ สเปก และราคาจะเป็นยังไง เชื่อว่าคงไม่นานเกินรอแน่นอน !


แค่ข่าวการมาของ ALL NEW MG 5 ก็ทำให้เกิดกระแส และความสนใจมากมายบนโลกโซเชียล ค่ายรถอื่นๆ ก็คงเตรียมไม้เด็ดไว้ด้วยเหมือนกัน การแข่งขันของตลาดรถ B-Segment ในปีนี้คงมีความดุเดือดมากกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งนั่นก็ส่งผลดีต่อผู้บริโภค เพราะน่าจะได้เห็นรถที่ถูกพัฒนาทั้งด้านดีไซน์ และเทคโนโลยีมากขึ้น ในขณะที่ราคาก็จะมีความสมเหตุสมผลมากขึ้นด้วย



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x