FEATURE

แกรี & เจมี : สองคู่ซี้ที่เริ่มต้นด้วยความเกลียดชัง แต่ผูกพันกัน เพราะความเป็นมืออาชีพ



พูดถึงคู่หูคู่ฮาในโลกฟุตบอลปัจจุบัน คงไม่มีใครเกินหน้าเกินตาไปกว่า "แกรี เนวิลล์" และ "เจมี คาร์ราเกอร์" อดีตสองปราการหลังจากทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล ที่ทำงานเป็นนักวิจารณ์ร่วมกันในช่องโทรทัศน์ของอังกฤษ


 

ก่อนจะมองตาก็รู้ใจ ย้อนกลับไปวันที่ทั้งคู่อยู่คู่ตรงข้ามในสนามฟุตบอล ต่างฝ่ายต่างต่อสู้สุดกำลัง เพื่อคว้าชัยชนะแก่ต้นสังกัด ความทุ่มเทของพวกเขาก่อเกิดความเกลียดชังระหว่างกัน จนไม่มีใครคิดว่าทั้งคู่ จะกลายเป็นเพื่อนกันอย่างทุกวันนี้

Main Stand พาคุณย้อนดูเรื่องราวของ แกรี และ เจมี สองคู่ซี้ที่เปลี่ยนแปลงความเกลียดชัง กลายเป็นความผูกพัน ตั้งแต่ความสัมพันธ์ของพวกเขา จนพัฒนาถึงทุกวันนี้

 

One Club Man

สำหรับ แกรี เนวิลล์ เขาเริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลของตัวเอง ตั้งแต่ปี 1991 จากการเข้าเป็นสมาชิกของทีมเยาวชน สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนใช้เวลาเพียงหนึ่งปี ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ และประเดิมลงสนามภายใต้สีเสื้อปีศาจแดง ในการพบกับ ตอร์ปิโด มอสโก (Torpedo Moscow) ศึกยูฟ่า คัพ วันที่ 17 กันยายน ปี 1992

ร่วมกับเยาวชนฝีมือดีรายอื่น แกรี คือหนึ่งในสมาชิกกลุ่ม ลูกนกหัดบินของเฟอร์กี (Fergie's Fledglings) หรือที่รู้จักกันนาม "Class of '92" นักเตะรุ่นเยาว์ฝีมือดีจากอคาเดมีสโมสร เฉกเช่นกับ บัสบีเบบส์ (Busby Babes) วัยรุ่นเหล่านี้กลายเป็นรากฐานความยิ่งใหญ่ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด สร้างความสำเร็จมากมายแก่ทีมที่สร้างพวกเขาขึ้นมา

แกรี และ ฟิล เนวิลล์, ไรอัน กิกส์, พอล สโคลส์, นิกกี บัตต์ และ เดวิด เบ็คแฮม คือชื่อสมาชิกกลุ่ม Class of '92 ทั้งหมดมีคาแรกเตอร์แตกต่างกันไป กิกส์ และ เบ็คแฮม คือสุดยอดแข้งเปี่ยมทักษะ, สโคลส์ และ ฟิล เป็นพวกพูดน้อยต่อยหนัก และ นิกกี บัตต์ คือ ไอ้ตัวแสบ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความเป็นผู้นำ ไม่มีใครในแก๊งโดดเด่นมากกว่า แกรี เนวิลล์

Photo : 90Min

"แพสชัน กลายเป็นคำที่ใช้บ่อย และถูกตีค่ามากเกินไปในโลกฟุตบอล แต่สำหรับ แกรี เนวิลล์ มันคือความสามารถพิเศษของเขาอย่างแท้จริง" 

"เขาไม่เคยหยุดแสดงความคิดเห็นในห้องแต่งตัว และต่อสู้กับความไม่ถูกต้องเสมอ จะเป็นเพียงเรื่องจริงหรือจินตนาการ เขาคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตลอดไป" ริชาร์ด วิลเลียมส์ (Richard Williams) นักข่าวจาก The Guardian กล่าวยกย่องแกรี

ความทุ่มเทของแกรีที่มีให้ทัพปีศาจแดง ไม่ใช่เรื่องที่ใครควรตั้งคำถาม เขาไม่ได้เริ่มต้นในฐานะนักเตะมากพรสวรรค์ แต่จากการฝึกฝนอย่างหนัก แกรีก้าวขึ้นมายึดตำแหน่งแบ็คขวาตัวจริง ไม่ใช่แค่ในทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ยังรวมไปถึงทีมชาติอังกฤษ เป็นจำนวน 85 นัด มากกว่าที่แบ็คขวาชาวอังกฤษคนใดเคยทำได้

"แกรีคือแบ็คขวาชาวอังกฤษที่ดีที่สุดในยุคสมัย ฟอร์มการเล่นและความทุ่มเทของเขาไม่เคยเปลี่ยนไป มันยิ่งกว่าชัดเจนที่แกรีไม่มีพรสวรรค์เหมือนกิกส์หรือสโคลส์ แต่เขามีความมุ่งมั่นที่ทำให้ผมมั่นใจว่าเขาจะอยู่ในทีมของผมเสมอ"

Photo : Manchester Evening News

คำชมข้างต้นจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แสดงความไว้ใจที่เขามีให้นักเตะในสังกัดรายนี้ เจ้าของเสื้อหมายเลข 2 ลงเล่นเป็นตัวจริงให้ยูไนเต็ด ตั้งแต่ฤดูกาล 1994-95 แม้จะมีความสูงเพียง 5 ฟุต 11 นิ้ว หรือราว 180 เซนติเมตร แกรีถูกโยกไปเล่นในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็คบ่อยครั้ง แต่ไม่ว่าจะลงเล่นตำแหน่งใด แกรีคงสไตล์การเล่นแบบ อังกฤษโบราณ (Old-fashioned English way) ไว้กับเขา

ภาพที่แฟนบอลจำได้ดี คือ แกรีชี้มือตะโกนสั่ง (ด่า) เพื่อนร่วมทีม ก่อนเข้าทำฟาวล์อย่างหนักหน่วง ไม่มีแฟนยูไนเต็ดคนใดมีปัญหากับท่าทีอันก้าวร้าวของเขา ตราบใดที่ทุกใบเหลืองและแดงของแกรี เป็นไปเพื่อประโยชน์ของสโมสร 

ความทุ่มเทของแกรีได้รับค่าตอบแทน ด้วยการรับตำแหน่งกัปตันทีมในปี 2005 เขาสวมปลอกแขนกระทั่งฤดูกาลสุดท้ายของตัวเองกับสโมสร ก่อนแขวนสตั๊ดกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2011 โดยเล่นให้แก่สโมสรแห่งนี้เพียงทีมเดียว

"ยูไนเต็ดคือสโมสรฟุตบอลแห่งเดียวที่ผมอยากค้าแข้งด้วย" แกรี กล่าวแสดงความจงรักภักดีต่อสโมสร

Photo : Liverpool FC

ส่วน เจมี คาร์ราเกอร์ เส้นทางฟุตบอลของเขาเริ่มต้นจากความจงรักภักดี ที่สวนทางกับสโมสรลิเวอร์พูล เมื่อเขาเป็นแฟนคลับสโมสรเอฟเวอร์ตัน คู่ปรับร่วมเขตแดนเมอร์ซีย์ไซด์ เจมีเป็นแฟนคลับทีมท็อฟฟีสีน้ำเงินตามรอยคุณพ่อ และมีความคลั่งไคล้ถึงขนาดตามไปดูทีมรักลงเล่นในเวมบลีย์ ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ

ไม่ว่า เจมี จะรักเอฟเวอร์ตันมากแค่ไหน เขาเลือกเป็นนักเตะเยาวชนของลิเวอร์พูล เมื่อปี 1988 ก่อนเซ็นสัญญาขึ้นทีมชุดใหญ่ในปี 1996 และประเดิมสนามนัดแรกกับทัพหงส์แดง เมื่อวันที่ 8 มกราคม 1997 ในการพบกับมิดเดิลสโบรช์ ศึกโคคา-โคลา ลีก คัพ

แตกต่างจาก แกรี ที่อยู่ใน Class of '92 การก้าวขึ้นสู่ชุดใหญ่ของ เจมี คือหนึ่งในขั้นตอนการทำลายแก๊ง "สไปซ์ บอยส์" (Spice Boys) กลุ่มนักเตะสุดหล่อจากแอนฟิลด์ ที่สนใจชื่อเสียงนอกสนามมากกว่าผลงานการเล่น จนถูกเด็กในคาถาของเฟอร์กี้ ที่เปี่ยมด้วยทีมเวิร์คและความดุดัน ไล่ถลุงแบบไม่มีชิ้นดี

เจมี จึงกลายเป็นเด็กปั้นยุคใหม่ของลิเวอร์พูล ที่เต็มไปด้วยแพสชั่น ความดุดัน และความกระหาย ทันทีที่ยึดตำแหน่งตัวจริงในฤดูกาล 1997–98 คาร์ราเกอร์ลงเล่นเป็นกำลังหลักในแผงหลักทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็น แบ็คขวา-ซ้าย, เซนเตอร์แบ็ค หรือ กองกลางตัวรับ

Photo : The Guardian

โชคร้ายที่ความทุ่มเทของเจมี ถูกบดบังด้วยความผิดพลาดที่ไม่อาจให้อภัย เขาคือเจ้าของสถิตินักเตะที่ทำเข้าประตูตัวเองเป็นอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีก ที่ 7 ประตู (อันดับ 1 ริชาร์ด ดันน์ 10 ประตู) และยังเฟอะฟะจนทำทีมเสียประตูอีกนับไม่ถ้วน จึงไม่น่าแปลกใจที่รุ่นน้องอย่าง สตีเวน เจอร์ราร์ด จะก้าวขึ้นมาคว้าปลอกแขน เขี่ย เจมี ครองตำแหน่งรองกัปตันทีม ตลอดอาชีพค้าแข้งของเขา

ความเร็วและเทคนิคคือสิ่งที่ขาด เจมี ทดแทนจุดอ่อนด้วยหัวใจที่ใหญ่กว่านักเตะคนใดในสนาม เขาถูกกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูกยกย่องต่ำกว่าความเป็นจริงคนหนึ่ง หากลบภาพความผิดพลาดออกไป เจมี คือกองหลังสไตล์โบราณไม่ต่างจากแกรี ที่มีจุดเด่นในเรื่องของการเข้าปะทะอันดุดัน, ความขยัน และทักษะการอ่านเกม รวมถึง ความจงรักภักดี และความทุ่มเท ที่ทำให้เขาเอาชนะใจแฟนหงส์แดง ในที่สุด

"เจมีไม่ใช่คนโง่ แต่เขาคือนักเตะที่ทุ่มเทให้แก่การแข่งขัน และอาจเป็นนักเตะที่เปี่ยมแรงผลักดันมากที่สุดเท่าที่ผมเคยพบ" เจมี เรดแนปป์ กล่าวชื่นชมรุ่นน้องร่วมทีม

Photo : Liverpool Echo

เจมี คาร์ราเกอร์ ลงเล่นให้แก่ลิเวอร์พูล 737 นัด ก่อนแขวนสตั๊ดกับสโมสรโดยไม่เคยย้ายออกไปเล่นให้ทีมใด ในปี 2013 เขายอมรับในภายหลังว่า ลิเวอร์พูล คือสโมสรในดวงใจของเขา ไม่ใช่ เอฟเวอร์ตัน อีกต่อไป

"สิ่งที่ลิเวอร์พูลมอบให้กับผม ครอบครัว และเพื่อนของผม ผมคงต้องยอมรับว่า ผมกลับไปเชียร์เอฟเวอร์ตันไม่ได้อีกแล้ว" เจมี คาร์ราเกอร์ กล่าวกับ Liverpool Echo

แกรี คือ สัญลักษณ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เช่นเดียวกับ เจมี ที่ได้รับการยกย่องในฐานะ "มิสเตอร์ลิเวอร์พูล" ทั้งสองสู้ถวายหัวเพื่อต้นสังกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกมแดงเดือดเวียนมาบรรจบ ความแค้นในฐานะคู่แข่งของ แกรี และ เจมี จึงบาดหมางลึก จนไม่มีใครติดว่าทั้งสองจะกลายเป็นคู่ซี้อย่างทุกวันนี้

 

ขิงก็รา ข่าก็แรง

ความเกลียดชังในฐานะขั้วตรงข้ามของ แกรี และ เจมี ไม่จำกัดแค่ในฐานะนักฟุตบอล แต่ยังรวมไปถึงการเป็นชาวเมืองแมนเชสเตอร์ และลิเวอร์พูล ที่มีความขัดแย้งฝังลึกลงไปในประวัติศาสตร์ จนไม่สามารถลบเลือนออกจากใจผู้คน 2 ฝั่งได้ง่ายๆ

แกรี เติบโตในเมืองบิวรี ที่อยู่ในเขตเกรทเตอร์ แมนเชสเตอร์ (Greater Manchester) ส่วนเจมีเกิดที่เมืองบูเทิล เขตเมอร์ซีย์ไซด์ การลงเล่นให้แก่สโมสรของตัวเองยามปะทะฝ่ายตรงข้ามในศึกแดงเดือด จึงไม่ต่างจากการเป็นอัศวินยุคโบราณ ลงสนามรบต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของบ้านเกิด และหากเราจะย้อนวีรกรรมของทั้งคู่ในเกมแดงเดือด คงต้องบอกว่า ไม่มีใครน้อยหน้าใคร

Photo : Planet Football

เริ่มต้นเหตุการณ์แรก ในเดือนกันยายน ปี 1999 เจมี คาร์ราเกอร์ ซัด 2 ประตูในเกมที่ลิเวอร์พูล แพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-3 ฟังดูเหมือนเกมแจ้งเกิดของเจมีใช่ไหม? แต่เปล่าเลย มันคือฝันร้ายที่ยากจะลืมเลือนของเขา 2 ประตูที่เจมียิงได้ในวันนั้น คือการทำเข้าประตูตัวเอง และแน่นอนว่ามันคือการมอบ 3 แต้ม ให้แก่ทีมฟุตบอลที่เขาเกลียดชัง ตั้งแต่ตอนเชียร์เอฟเวอร์ตัน

ความทุ่มเทที่มากเกินไป ย้อนกลับมาทำร้ายฝั่งยูไนเต็ด ในเดือนธันวาคม ปี 2000 แกรี เนวิลล์ หวดนักเตะลิเวอร์พูลล้มลงหน้าเขตโทษ นำมาซึ่งประตูที่ทำให้ทัพหงส์แดงบุกมาชนะใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ด้วยสกอร์ 1-0

Photo : Liverpool FC

การที่ต้องเห็นนักเตะลิเวอร์พูลดีใจออกนอกหน้า ด้วยความผิดพลาดของตัวเอง กลายเป็นความแค้นที่ฝังอยู่ในใจแกรี ที่รอวันระเบิดเป็นพายุลูกใหญ่ในอีกไม่กี่ปีถัดมา

เดือนมกราคม ปี 2006 สถานการณ์ใกล้เคียงกับเกมเมื่อ 6 ปีก่อน ผลสกอร์อยู่ที่ 0-0 กระทั่งจังหวะท้ายเกมที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ยิงประตูชัยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ ลิเวอร์พูล 1-0 นักเตะปีศาจแดงเกือบทั้งหมดรวมตัวดีใจอยู่บริเวณหน้าประตู ยกเว้นผู้ชายคนหนึ่ง

แกรี เนวิลล์ วิ่งตรงปรี่มายังอีกฟากของสนาม เขาดีใจสุดเหวี่ยงเพียงลำพัง ต่อหน้าแฟนทีมเยือนที่กำลังโกรธสุดขีด แกรีราดน้ำมันเข้ากองไฟด้วยการจูบตราสโมสรของตัวเอง แสดงให้เห็นถึงความรักที่เขามีต่อยูไนเต็ด และแน่นอน ความเกลียดชังต่อลิเวอร์พูล

Photo : Mirror

การกระทำดังกล่าวของแกรี คือการแสดงความไม่มีน้ำใจนักกีฬาอย่างชัดแจ้ง เขาถูกปรับเป็นเงิน 10,000 ปอนด์ แต่นอกจากแกรีจะไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของเอฟเอแล้ว เขายังยืนยันว่าพร้อมจะชดใช้มากกว่านี้ หากจะได้เยาะเย้ยคู่แข่งตัวฉกาจของเขาอีกครั้ง

"คุณจะให้ผมยิ้มหวานแล้ววิ่งกลับรอเขี่ยลูกที่กลางสนามหรือไง? คนเดี๋ยวนี้อยากให้นักบอลขาวยิ่งกว่าขาว คุณอยากเห็นหุ่นยนต์เตะบอลแข่งกันเหรอ?" แกรี ปกป้องการกระทำของเขาอย่างเผ็ดร้อน

"พูดตามตรงนะ เกมนั้นแฟนลิเวอร์พูลมันร้องเพลงด่าผมทั้งเกม ผมเลยคิดว่า คงต้องเอาคืนไอ้คนพวกนี้หน่อย แน่นอนว่า ผมถูกปรับหมื่นปอนด์ ถามว่าคุ้มไหม ต่อให้โดนแบน 120 เกม มันก็คุ้ม"

นับแต่นั้น แกรี กลายเป็นเป้าหมายความเกลียดชังหมายเลขหนึ่งของแฟนลิเวอร์พูล เช่นเดียวกับ แกรี ที่จ้องคอยจะกวนประสาทสาวก เดอะ ค็อป เรื่อยมา ขณะที่ แกรี ชอบเล่นสงครามจิตวิทยา เจมีโฟกัสไปที่ผลงานในสนาม และทำในสิ่งที่นักเตะยูไนเต็ดบางคนไม่อาจลืม

Photo : Football365

เดือนมีนาคม ปี 2011 เจมี คาร์ราเกอร์ เปิดปุ่มเสียบใส่ขาซ้ายของ นานี (Nani) ปีกตัวจี๊ดของยูไนเต็ด จนกลายเป็นแผลน่าสยดสยอง การฟาวล์ครั้งนี้สมควรจะเป็นใบแดง แต่ความเก๋าของเจมี ช่วยให้เขาโดนแค่เพียงใบเหลือง ไม่ว่า เจมี จะตั้งใจหรือไม่ นี่คือการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ซึ่งมันคงไม่เกิดขึ้นแน่ หากไม่ใช่เกม ลิเวอร์พูล พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ดุเดือดขนาดนี้ แล้ว แกรี กับ เจมี เคยปะทะกันในสนามฟุตบอลหรือไม่? คำตอบคือ เคย แต่ไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือ ทั้งสองมีปากเสียงในเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 เมื่อปี 2010 เนื่องจากแกรีเข้าไปกดดันผู้ตัดสินให้แจกใบแดงนักเตะลิเวอร์พูล เจมี จึงเข้ามาขัดขวาง ก่อนเกิดการปะทะผลักกันเล็กน้อย ก่อนที่นักเตะทั้งสองฝ่ายจะแยกคู่กรณีออกจากกัน

Photo : Mirror

สิ่งหนึ่งที่เรายืนยันได้จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น คือ แกรี เนวิลล์ และ เจมี คาร์ราเกอร์ ไม่ใช่เพื่อนซี้กัน และพร้อมจะบดขยี้อีกฝ่ายให้ลงไปกองกับพื้นอย่างแน่นอน แต่จู่ๆ เมื่อทั้งคู่ถูกจับมานั่งทำงานเป็นนักวิจารณ์ร่วมกัน ทำไมถึงเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยราวกับรู้ใจกันมานาน เรามีคำตอบมาให้คุณ ...

 

เปิดใจรับความแตกต่าง

ความผูกพันฉันมิตรของ แกรี และ เจมี เริ่มต้นขึ้นเมื่อทั้งคู่ทำงานร่วมกันในฐานะนักวิจารณ์เกมทางช่องโทรทัศน์ Sky Sports เมื่อปี 2013 โดย แกรี เริ่มต้นทำงานในรายการ Monday Night Football ตั้งแต่ปี 2011 ก่อนในอีก 2 ปีถัดมา เจมีจะเข้ามาสมทบ

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า หลายคนจินตนาการภาพ บรรยากาศที่ตึงเครียดระหว่าง 2 อริที่ยืนอยู่คนละฝั่งอย่างยาวนาน แต่ภาพที่ออกมากลับตรงกันข้าม

แกรี และ เจมี เล่นตลก และหยอกล้อกันกันอย่างรู้ใจ โดยไม่กลัวอีกฝ่ายจะโกรธเคือง ตั้งแต่สัปดาห์แรก  เริ่มต้นจากบทวิเคราะห์ฟอร์มการเล่นของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี จาก แกรี เนวิลล์ ที่เปิดโอกาสให้ (อนาคต) คู่หู ลอบยิงมุกสุดฮา

Photo : Sky Sports

"เขา (ฟาน เพอร์ซี) เหมือนกับหัวขโมยที่ย่องเข้าบ้านของคุณ คุณไม่มีทางรู้ว่าเขาจะอยู่ห้องไหน" แกรีกล่าว

"นายคงเป็นพวกที่หลบอยู่ใต้เตียง" เจมี โจมตีใส่ แกรี สื่อว่าเกมรับของเขาช่วยป้องกัน ฟาน เพอร์ซี ไม่ได้เลย ก่อนที่แกรีจะสวนกลับอย่างเจ็บแสบ จากผลงานการทำเข้าประตูตัวเองของเจมี 

"ถ้างั้นนายคงเป็นหัวขโมยซะเอง"

ความสนุกจากการบลัฟกันของสองฝ่ายตั้งแต่สัปดาห์แรก กลายเป็นกระแสทั่วอินเตอร์เน็ต ทำให้รายการ Monday Night Football หลังจากนั้น ถูกผู้คนทั่วโลกจับตาว่า แกรี และ เจมี จะโจมตีฝ่ายตรงข้ามอย่างไรบ้าง ซึ่งทั้งสองไม่ทำให้แฟนฟุตบอลทั่วโลกผิดหวัง ด้วยการแอบแซะเพื่อนร่วมงาน ระหว่างวิเคราะห์เกมแบบถึงพริกถึงขิง

"มีเพียงสองสิ่งที่เกิดขึ้นสำหรับผู้เล่นตำแหน่งฟูลแบ็ค คือคุณเป็นปีกหรือไม่ก็เซ็นเตอร์แบ็คที่ล้มเหลว ไม่มีใครอยากเป็นฟูลแบ็คตั้งแต่เด็ก ไม่มีใครอยากเป็น แกรี เนวิลล์" เจมี พูดความจริงชวนเจ็บใจ

Photo : Sky Sports

"ความจริงคือไม่ใช่แค่ เธียร์รี อองรี ที่วิ่งผ่านเขา แต่ สเตฟาน อองโชซ์ ก็วิ่งแซงเขาไปเช่นกัน" แกรี เปิดคลิปโชว์ความเชื่องช้าของ เจมี ที่เรียกเสียงฮาจากคนทั้งสตูดิโอ

ถึงจะโจมตีกันทุกสัปดาห์ แต่ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องราวในรายการ แกรี เนวิลล์ แสดงความห่วงใยต่อ เจมี คาร์ราเกอร์ เมื่อฝ่ายหลังถูกแบนจากการทำงานในช่อง Sky Sports ในช่วงปี 2018 หลังถ่มน้ำลายใส่คนที่มาล้อเลียนความพ่ายแพ้ของลิเวอร์พูล

"ผมได้เห็นเจมีกล่าวขอโทษแล้ว ไม่มีข้อโต้แย้งว่าเขาทำพลาดครั้งใหญ่ เจมีเป็นคนที่มีแพสชั่นกับฟุตบอล ครั้งนี้เขาเพียงล้ำเส้นมากเกินไป และไม่ควรจะโต้ตอบแบบนั้น" 

"ผมทำงานทางทีวีร่วมกันกับเขามา 3 ปี ในความเห็นของผม เหตุการณ์นี้ไม่ควรหยุดให้เราทำงานร่วมกัน"

ความห่วงใยที่ทั้งคู่มีให้กัน ทำให้คนทั่วโลกสงสัยว่า แกรี และ เจมี กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้อย่างไร ในเมื่อสมัยเป็นนักเตะทั้งคู่ไม่เพียงอยู่ฝ่ายตรงข้าม แต่ยังเป็นไอคอนสายบู๊ของสโมสรที่พร้อมบวกตลอดเวลา

ความเป็นมืออาชีพ และ ความจริงจังในการทำงาน คงเป็นคำอธิบายที่ง่ายที่สุด ว่าทำไมทั้งคู่ถึงกลายเป็นเพื่อนซี้ในปัจจุบัน แน่นอนว่าในอดีต ทั้ง แกรี และ เจมี ต่างเป็นนักเตะระดับผู้นำทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล แต่หากถอดสีเสื้อที่สวมใส่ออกไป ทั้งสองคือนักเตะบุคลิกกัน คือผู้เล่นเปี่ยมแพสชั่นที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อทีม

Photo : Sky Sports

"นักเตะใหม่มักจะนั่งคนเดียวบนรถบัส เวลาเดินทางไปเล่นเกมเยือน แต่เจมีไม่ใช่แบบนั้น เรายินดีให้เขานั่งร่วมกับนักเตะรุ่นใหญ่ของทีมเสมอ เพราะเราชอบฟังเขาตอบคำถามมากมายเรื่องฟุตบอล ผมตกหลุมรักเขาทันที เพราะผมรู้ว่าเขามีแพสชั่นมหาศาลในการแข่งขัน เหมือนกันกับผม" เจมี เรดแนปป์ มองเห็นแพสชั่นที่อัดแน่นอยู่ในตัว เจมี คาร์ราเกอร์ ตั้งแต่วัยเยาว์

"แกรีคือตัวอย่างที่ดีของนักฟุตบอลรุ่นหลังทุกคน เขาทำงานหนัก ซื่อสัตย์ และชาญฉลาด ในฐานะที่เกิดและเติบโตโดยการเป็นแฟนยูไนเต็ด อาชีพค้าแข้งอันแสนมหัศจรรย์ของแกรีใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด จะอยู่ในใจของแฟนปีศาจแดงทั่วโลกตลอดไป" เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยกย่องความเป็นมืออาชีพของแกรี เนวิลล์

วีรกรรมทั้งหมดที่เราเล่าไปในบทก่อนหน้า ไม่ได้เกิดจากความอันธพาล หรือ นิสัยดิบเถื่อนของนักฟุตบอลทั้งสอง แต่มาจากความทุ่มเทเกินพิกัด ทั้ง แกรี และ เจมี พร้อมทำทุกอย่าง เพื่อทำให้ต้นสังกัดของพวกเขาคว้าชัยชนะ ยามเสียงนกหวีดสุดท้ายสิ้นสุดลง

ความบาดหมาง และ ความเกลียดชัง ที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่ จึงไม่มีอะไรเกินเลยกว่าการเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพนักฟุตบอล ที่จำเป็นต้องทำทุกอย่างเพื่อคว้าเป้าหมายที่ต้องการ แกรี และ เจมี คือนักฟุตบอลที่เปี่ยมด้วยความซื่อสัตย์ และแพสชั่นในการลงเล่นเพื่อต้นสังกัด ไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาจะเป็นศัตรูคู่อาฆาต ในการแข่งขัน เนื่องจากความเชื่อและตัวตนที่หล่อหลอมขึ้นมาจากสองฝั่ง ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

แต่ไม่ว่าจะปะทะกันรุนแรงแค่ไหน เมื่อเดินออกมานอกสนามฟุตบอล แกรี และ เจมี คือเพื่อนร่วมอาชีพที่ปฏิบัติต่อกันด้วยดีเสมอ ความเป็นมืออาชีพ ที่อัดแน่นในตัวทั้งสอง ช่วยให้พวกเขาแบ่งแยกระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวอย่างชัดเจน เมื่อทั้งคู่ต้องมาทำงานร่วมกันในฐานะนักวิจารณ์ แกรี และ เจมี ไม่ลังเลเปิดใจ เรียนรู้ถึงความแตกต่างของกันและกัน

Photo : Express

ต่างความเชื่อ ต่างที่มา ใช่ว่าต้องเป็นศัตรูกันเสมอไป แกรี เนวิลล์ และ เจมี คาร์ราเกอร์ คือตัวอย่างที่ดีว่า 2 คนที่มีแนวคิดแตกต่างสามารถทำงาน และอยู่ร่วมในสังคมเดียวกันได้อย่างไร หากทุกฝ่ายเรียนรู้ที่จะเปิดใจ ยอมรับแนวคิดต่าง และทำงานร่วมกันแบบมืออาชีพ ต่อให้อยู่ตรงข้ามกันมากแค่ไหน สุดท้ายสองฝ่ายจะหาจุดยืนร่วมกันได้ในที่สุด

เหมือนกับ แกรี เนวิลล์ และ เจมี คาร์ราเกอร์ สองตำนานของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล ที่เปลี่ยนความเกลียดชังในฐานะศัตรูคู่อาฆาต เป็นความผูกพันของสองเพื่อนซี้ในปัจจุบัน

 

แหล่งอ้างอิง 

https://www.theguardian.com/football/blog/2011/feb/02/farewell-to-gary-neville
https://www.manutd.com/en/players-and-staff/detail/gary-neville#
https://www.hitc.com/en-gb/2014/04/25/tt-carragher-i-could-never-go-back-to-supporting-everton/
https://www.cbc.ca/sports/soccer/liverpool-defender-jamie-carragher-to-retire-1.1332761
https://www.lfchistory.net/Articles/Article/3146
https://www.liverpoolfc.com/history/past-players/jamie-carragher
https://www.liverpoolecho.co.uk/sport/football/football-news/everton-jamie-carragher-cup-final-12930681
https://www.liverpoolfc.com/news/first-team/293435-7-man-utd-0-1-liverpool-dec-17-2000
https://www.skysports.com/football/news/11661/10614870/nev-and-carras-rivalry-memories
https://www.90min.com/posts/5989456-gary-neville-reveals-what-he-thought-of-jamie-carragher-when-playing-against-him-for-man-utd
https://www.givemesport.com/1505776-gary-neville-and-jamie-carragher-analyse-their-defending-in-vincent-kompanys-testimonial-on-mnf
https://www.thesun.co.uk/sport/football/7798595/jamie-carragher-gary-neville-sky-sports-relationship/
https://www.thetotallyfootballshow.com/exclusive/jamie-carragher-gary-neville-liverpool-manchester-united/
http://news.bbc.co.uk/sport2/hi/football/teams/m/man_utd/9385692.stm



AUTHOR

ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง

Because our lives aren't romantic as DEAN's songs.
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x