FEATURE

เฮ้ง ชุน เส็ง : ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ เมื่อพูดถึงทีมการท่าเรือฯ



จะมีร้านอาหารสักกี่แห่ง ที่ตั้งอยู่ตรงกับข้ามสโมสร และมีความผูกพันกับคนในพื้นที่มานานถึง 30 ปี 


 

บนถนนสุนทรโกษา นอกจากเป็นที่ตั้งของ แพท สเตเดียม รังเหย้าของสโมสร การท่าเรือ เอฟซี บริเวณฝั่งตรงข้ามของสนาม ยังเป็นแหล่งที่ตั้งของร้านอาหารสตรีทฟู๊ดเลิศรสหลายเจ้า

สำหรับคนที่เคยมีโอกาสผ่านไปแวะชิม หรือเคยไปดูบอลที่สนามการท่าเรือฯ เชื่อเหลือเกินว่า คงต้องรู้จักร้าน “เฮ้ง ชุน เส็ง” เป็นอย่างดี เพราะร้านนี้ แทบจะเป็นสัญลักษณ์ เวลาคิดถึงของอร่อยแถวสนามการท่าเรือ 

ธุรกิจก๋วยเตี๋ยวเนื้อ มีความเกี่ยวพันกับแฟนฟุตบอล รวมถึงสโมสรสิงห์เจ้าท่า อย่างไร ? ทำไมร้านแห่งนี้ถึงอยู่ในใจของกองเชียร์ท่าเรือหลายต่อหลายคน และในวันที่ไม่มีฟุตบอลแข่งขัน “เฮ้ง ชุน เส็ง” ปรับตัวอยู่กับสถานการณ์นี้อย่างไร ? 

 

คลาสสิคเหนือกาลเวลา

“เฮ้ง ชุน เส็ง” คือร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นยาจีน ที่ส่งต่อความอร่อยมาเป็นระยะเวลามานานมากกว่า 60 ปี โดยนายชุนเส็ง แซ่เฮ้ง ชาวจีนที่อพยพหนีสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนมาลงหลักปักฐานขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อสูตรเด็ด ตรงแยกเฉลิมบุรี เยาวราช 

30 ปีให้หลัง เฮ้ง ชุน เส็ง รุ่นที่สอง ได้ย้ายมาเปิดร้านใหม่ตรงถนนพระรามที่ 4 บริหารงานโดย พิทักษ์ หวังศิริสมบูรณ์ ทายาทของนายชุนเส็ง และมีศักดิ์เป็นพี่ชายของ วิชัย หวังศิริสมบูรณ์ เจ้าของร้านเฮ้ง ชุน เส็ง สุนทรโกษา

ในภายหลัง วิชัย ได้แยกออกมาเปิดร้านเอง ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามสนาม การท่าเรือ เอฟซี เมื่อปี พ.ศ.2533 โดยทั้งสองร้านใช้ชื่อเดียวนั่นคือ “เฮ้ง ชุน เส็ง” ซึ่งเป็นชื่อของคุณพ่อ ผู้บุกเบิกตำนานความอร่อยนี้  

“ร้านเฮ้ง ชุน เส็ง ของคุณพ่อ (วิชัย หวังศิริสมบูรณ์) ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ประมาณ 30 ปีแล้ว เท่าที่ผมจำความได้ สมัยก่อนร้านของเราเงียบมาก เพราะถนนเส้นนี้ รถรายังไม่ได้วิ่งกันเยอะเหมือนทุกวันนี้ คุณพ่อกับคุณแม่ (ประยูร) สู้กันมาแบบปากกัดตีนถีบเป็นเวลาหลายปี”

“สิ่งที่ทำให้ร้านเราเป็นที่รู้จัก และมีชื่อขึ้นมาได้ น่ามาจากอย่างแรก คือ คุณภาพของอาหาร ที่เราเลือกใช้วัตถุดิบที่ดี และสดใหม่ โชคดีที่ร้านเราอยู่ใกล้ตลาดคลองเตย ทำให้ไม่ต้องสต็อกของไว้เยอะ เวลาของหมดก็โทรสั่ง จะมีคนเข็นมาส่งถึงที่ร้าน” 

“อย่างที่สองคือ รสชาติ คุณแม่ให้ความสำคัญและพิถีพิถันมาก น้ำซุปต้องหอม ไม่ฉุนยาจีน เครื่องสมุนไพรที่ใส่ลงไปต้องดับกลิ่นคาวได้  หม้อไฟต้องใช้ถ่านอย่างดีเท่านั้น หม้อตุ๋นต้องอุ่นตลอดเวลา เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด ท่านใส่ใจมากในเรื่องนี้” 

“อย่างสุดท้าย คือ ราคา ความจริงเราเคยเกือบจะขึ้นราคาตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะวัตถุดิบแพงขึ้นเรื่อย ๆ แต่คุณพ่อกับคุณแม่ ท่านบอกว่า อย่าเพิ่งขึ้นราคาเลย เศรษฐกิจแบบนี้ เห็นใจลูกค้า ก็ให้คิดเสียว่า เราขายให้ได้ปริมาณเยอะๆชดเชยไป มันก็เลยทำให้ร้านของเรา มีลูกค้าที่ค่อนข้างหลากหลาย เข้าถึงคนได้ทุกระดับ เพราะราคาไม่แพง” 

รัฐพล หวังศิริบูรณ์ บุตรชายของ วิชัย-ประยูร และเป็นทายาทรุ่นสามของตระกูล  เล่าเคล็ดลับสามสิ่งที่ช่วยให้ ร้านเฮ้ง ชุน เส็ง ครองใจลูกค้า จนสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ลำบาก และกลายมาเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อชื่อดังของคนกรุงเทพฯ ที่มีทั้งลูกค้าขาประจำ และขาจร แวะเวียนมารับประทานกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง 

ตั้งแต่ช่วงเช้ายันมืดในวันธรรมดา และเช้าถึงเย็นในวันอาทิตย์ ที่ร้านเปิดให้บริการ (วันอังคาร - ศุกร์ เปิดเวลา 07:00 - 20:30น. / วันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตวันนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา 07:00 - 16:30น. ส่วนวันจันทร์ หยุดจันทร์เว้นจันทร์) 

 

เราคือพวกเดียวกัน 

“ถามว่าเราเป็นแฟนบอลการท่าเรือไหม ก็ใช่ เพราะเราอยู่ตรงนี้มานาน มีความผูกพันกับคนที่นี่ และสโมสร เพราะร้านตั้งอยู่ตรงข้ามกับสนาม”  

“จำได้ว่า สมัยก่อน เวลามีบอลแข่ง ก็มีคนไปเกาะรั้วดู แต่จำนวนกองเชียร์ยังไม่ได้มาก เหมือนช่วง 10 ปีหลังที่เป็นลีกอาชีพ แน่นอนว่า เราอยู่ตรงนี้ เราก็เชียร์การท่าเรืออยู่ตลอด” สติ๊กเกอร์ทีมสิงห์ท่าเรือ ที่แปะอยู่ในร้านเป็นสิ่งที่การันตีคำพูดของ รัฐพล 

“ตอนผมเด็กๆ ทุกสัปดาห์จะมีหนึ่งวันที่ โค้ชทีมการท่าเรือ เอาเด็กๆ ในละแวกนี้ และเด็กๆของโค้ช มาสอนฟุตบอลตรงสนามด้านหน้าแพท สเตเดียม เพื่อฝึกเด็ก คนไหนที่มีแววโค้ชจะพาไปแข่งตามรายการต่างๆ คุณพ่อก็จะส่งผมไปซ้อมฟุตบอลด้วย แต่ว่าตัวผมไม่ได้จริงจังหรอก ผมไปเพื่อออกกำลังกายเท่านั้น”

หากเฮ้ง ชุน เส็ง เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นยาจีนที่มีความเก่าแก่ และเป็นตำนานด้านอร่อย “การท่าเรือ” ก็คงมีสถานะเช่นเดียวกัน ในทางด้านฟุตบอล เพราะนี่คือสโมสรที่ยืดหยัดอยู่คู่กับวงการลูกหนังไทย มาเป็นระยะเวลา 53 ปี 

ยิ่งไปกว่านั้น ที่ตั้งของ เฮ้ง ชุน เส็ง และ การท่าเรือ เอฟซี อยู่ห่างกันเพียงแค่ถนนสุนทรโกษากั้นเท่านั้น นั่นทำให้เวลาที่มีแมตช์การแข่งขันเกมเหย้าของ สิงห์เจ้าท่า บรรยากาศในช่วงเย็นของที่ร้าน จะมีลูกค้าที่สวมเสื้อแสด-น้ำเงิน มานั่งรับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่มเย็นๆ ก่อนเข้าไปเชียร์ทีมฟุตบอลขวัญใจชาวคลองเตย 

“ปกติที่ร้านจะเปิดบริการวันเสาร์-อาทิตย์ ถึงแค่ 16.30 น. เพราะช่วงเช้าเราขายค่อนข้างดี อีกอย่างเพื่อให้ลูกน้องได้มีเวลาพักผ่อนด้วย หากเป็นสุดสัปดาห์ที่มีฟุตบอลแข่ง อาจลากเวลาปิดร้านออกไปถึง 5 โมงเย็นบ้าง”

“สมัยก่อนที่ฟุตบอลแข่ง 4 โมงเย็น 5 โมงเย็น กลุ่มลูกค้าที่เป็นแฟนบอลการท่าเรือ เข้ามานั่งรับประทานกันตั้งแต่ บ่าย 2-3 โมงเย็น มีทั้งมาเป็นกลุ่มสั่งหม้อไฟ มาเป็นคู่ หรือมาเดี่ยว บางคนก็จะสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั่งกินด้วย ก็จะเป็นบรรยากาศที่เราคุ้นเคย แต่ว่าช่วงหลัง การท่าเรือ ขยับไปแข่งช่วง 6 โมงเย็น 1 ทุ่ม 2 ทุ่มบ่อยครั้ง ทำให้ลูกค้าที่จากกลุ่มมาเชียร์บอลลดลง เพราะร้านเราปิดก่อน” 


ไม่ใช่แค่เฉพาะกองเชียร์ท่าเรือเท่านั้น ที่คุ้นเคยกับความอร่อยของ เฮ้ง ชุน เส็ง แต่กองเชียร์ทีมเยือน ที่มาจากต่างถิ่น หากใครรู้จักกิตติศัพท์ ชื่อเสียงของร้าน เฮ้ง ชุน เส็ง ก็จะถือโอกาสที่เข้ามาดูบอลในแพท สเตเดียม แวะเวียนเข้าชิมของดีขึ้นชื่อประจำย่านนี้ 

เรียกว่าถ้าไปถึง สโมสรการท่าเรือ เอฟซี แล้วไม่ได้มาชิม เฮ้ง ชุน เส็ง ถือว่าผิด! (เสียงคุณต๋อย -ไตรภพ ลิมปพัทธ์) 

 

ผ่านมาทางนี้เมื่อไหร่ ให้เธอเข้ามาทักทายบ้าง

“ตั้งแต่มีโควิด-19 ลูกค้าหายไปประมาณ 40 - 50 เปอร์เซนต์ จากยอดขายปกติของร้าน เพราะว่าในช่วงแรกที่มีการล็อกดาวน์ ลูกค้าไม่สามารถนั่งรับประทานที่ร้านได้ ใส่ถุงอย่างเดียว อย่างเมนูหม้อไฟที่ลูกค้าชอบ พอเอามาใส่ถุง มันก็เหมือนเกาเหลาธรรมดา ผมว่าของกินทุกอย่าง ถ้านั่งกินที่ร้าน ยังไงมันก็อร่อยกว่าอยู่แล้ว”


“หลังจากการมีคลายล็อกดาวน์ ให้กินที่ร้านได้ ยอดขายก็ยังทรงๆอยู่นะ ไม่ได้ต่างจากตอนใส่ถุง แต่ทางร้านต้องมาเพิ่มขั้นตอนมากขึ้น เพราะมีการกำชับว่า ร้านต้องจัดให้ลูกค้านั่งแยกโต๊ะ นั่งห่างกัน เมนูอย่างหม้อไฟที่เคยแชร์กินกันได้หลายคน ก็ขายได้ลดลง เนื่องจากไม่สามารถนั่งด้วยกันได้ บางคนเปลี่ยนจากหม้อไฟ ใส่เป็นชาม หรือบางคนไม่สั่งเลยก็มี รอให้นั่งด้วยกันได้ก่อน ค่อยกลับมากิน”

แม้ว่ามาตรการล็อกดาวน์จากภาครัฐ จะอนุญาตให้ร้านอาหารเปิดบริการได้ แต่ยอดขายของร้านเฮ้ง ชุน เส็ง ลดลงไปจากเดิมเกือบครึ่งหนึ่ง ด้วยข้อจำกัดต่างๆ 


ไม่เพียงเท่านั้น ไทยลีก ที่เคยเตะกันทุกสัปดาห์ ได้หยุดชะงักเป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้ว กว่าจะกลับมาแข่งขันอีกที ก็เป็นช่วงเดือนกันยายน ทำให้ลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนมาเชียร์ฟุตบอล หายไปจากร้านอีกด้วย 

ถึงกระนั้น เฮ้ง ชุน เส็ง ยังคงยืนยันที่จะสู้ต่อในการดำเนินกิจการความอร่อยนี้ ให้อยู่คู่กับสนามแพท สเตเดียมต่อไป และหวังใจเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีโอกาสได้ต้อนรับแฟนบอลขาประจำ และกองเชียร์ขาจรอีกครั้ง เมื่อนึกถึงกัน และผ่านมาทางนี้ 

“ร้านเรามีค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะ เพราะมีลูกน้องเกือบ 20 คน แม้ว่าจะมียอดขายลดลง แต่เราจะไม่เอาใครออกทั้งนั้น ที่ร้านยังคงจ้างลูกน้องทุกคนเหมือนเดิม อาจมีลดค่าจ้างลงมาบ้าง 20-30 เปอร์เซนต์ ซึ่งทุกคนก็เข้าใจจุดนั้น เพราะลูกน้องทุกคนได้กินฟรีอยู่แล้วทุกมื้อ ส่วนหนึ่งที่เรายังเปิดร้านต่อ ก็เพื่อหาเงินมาจ่ายลูกน้องนั่นแหละ ไม่ให้เขาตกงาน”

“เราก็ต้องปรับตัวให้ได้ จากการที่เคยสั่งของเยอะ ก็อาจลดปริมาณลงมา ส่วนเรื่องลูกค้าที่เป็นแฟนบอล แน่นอนว่า เมื่อไม่มีฟุตบอลแข่ง คนกลุ่มนี้ก็หายไปเป็นปกติอยู่แล้ว” 

“แต่ถึงแม้บอลลีกจะยังไม่กลับมาเตะ ร้านเราก็ยังเปิดบริการอยู่ ใครผ่านไป ผ่านมา ก็สามารถแวะเวียนมากินกันได้เหมือนเดิม ร้านเรายังยินดีที่จะให้บริหาร และพยายามรักษาคุณภาพ รสชาติ ไว้ให้ได้เหมือนเดิม เพื่อให้ลูกค้าประทับใจครับ” รัฐพล ทิ้งท้ายพร้อมกับฝากความคิดถึงที่ลูกค้าของเขา  



AUTHOR

อลงกต เดือนคล้อย

สิ่งเดียวที่มีก็คือรักที่เธอไม่เข้าใจ จบแล้วก็อยากเปิด ปิดแล้วก็ไม่อยากไป
     


x