FEATURE

เข้มถึงใจ ... มั่นใจสู้ไปด้วยกัน : เสียงเชียร์ของคุณมีค่าแค่ไหนต่อนักกีฬา ?



หนึ่งในประโยคที่อยู่คู่วงการกีฬามาอย่างยาวนาน หลายคนคงนึกถึงประโยคที่ว่า "กำลังใจจากแฟนๆ คือสิ่งสำคัญสำหรับนักกีฬา" อย่างแน่นอน
 

 

คำพูดดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ความเชื่อที่ว่า การสนับสนุนจากแฟนๆ และผู้คนรอบข้าง จะทำให้ผลงานของนักกีฬาและทีมนั้นดีขึ้น จนนำมาซึ่งผลการแข่งขันตามที่คาดหวังไว้

การส่งกำลังใจจากข้างสนามหรือบนหน้าจอ จะเป็นแรงกระตุ้นให้นักกีฬางัดฟอร์มเก่งออกมาได้อย่างไร? นี่คือคำตอบจากงานวิจัย และจากปากของนักกีฬาที่พิสูจน์ว่า "เสียงเชียร์ของคุณมีค่าต่อนักกีฬา" อย่างแท้จริง

 

แค่คนเดียวก็ใจชื้น

หลายคนอาจจะสงสัยว่า แฟนกีฬา ซึ่งส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับนักกีฬาอาจจะแค่เพียง "คนชาติเดียวกัน" หรือ "อยู่ต้นสังกัดเดียวกับทีมที่เชียร์" จะส่งผลต่อผลงานของนักกีฬาในสนามได้อย่างไร แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องยืนยันว่า สองสิ่งนี้ มีความสัมพันธ์อย่างมิอาจแยกออก 

อดัม เทย์เลอร์ หัวหน้าศูนย์พัฒนาศักยภาพนักกีฬาของมหาวิทยาลับบอสตัน ซึ่งดูแลนักเทนนิส, ฮอกกี้ และฟิกเกอร์สเก็ตหลายรายเผยว่า "นักกีฬาในระดับโอลิมปิกมักจะทำผลงานได้ดีเมื่อถูกกระตุ้นทางอารมณ์ระหว่างการแข่งขัน ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่า การมีคนให้กำลังใจนั้นเป็นสิ่งดีแน่นอน"

สอดคล้องกับ เคย์ พอร์เตอร์ นักจิตวิทยา ผู้แต่งหนังสือ The Mental Athlete ที่กล่าวว่า "หากพูดให้เห็นภาพ นักกีฬานั้นใช้พลังงานจากผู้ชมเป็นอาหารเพื่อให้พลังงานกระตุ้นตัวเอง"

Photo : pxhere

เรื่องดังกล่าว ปุ้ย - พรชัย เค้าแก้ว ตำนานนักกีฬาเซปักตะกร้อทีมชาติไทยบอกกับเราว่า แม้จะผ่านประสบการณ์ในการแข่งขันระดับนานาชาติกว่า 20 ปี แต่เสียงเชียร์ คือสิ่งสำคัญ ที่ช่วยนักกีฬาอย่างเขาในทุกๆ แข่งขันได้เสมอมาจนถึงทุกวันนี้

"การได้ลงแข่งขันในนามทีมชาติ ทำให้พวกเรารู้สึกตื่นเต้นเสมอ ซึ่งเสียงเชียร์จากคนไทย มันทำให้ผมและเพื่อนๆ รู้สึกอบอุ่น เหมือนกับว่ามีแฟนๆ อยู่ข้างพวกเราตลอดเวลา"

มิ้ว - จิรพงศ์ มีนาพระ ยอดนักวิ่งทีมชาติไทย ผู้ผ่านประสบการณ์แข่งขันระดับนานาชาติอย่างโชกโชนพูดในแนวทางเดียวกัน ...

"เวลาไปแข่งขันในต่างประเทศแล้วไม่มีแฟนมาเชียร์ บางครั้งมันก็ทำให้ผมรู้สึกเหมือนสู้อยู่เพียงลำพัง ตัวคนเดียว แต่หากในวันนั้นมีกองเชียร์ชาวไทยอยู่ในสนาม แม้จะแค่คนเดียวก็ตาม แค่คนเดียวก็ตามนะครับ (ย้ำ) เสียงเชียร์นั้นจะทำให้นักกีฬารู้สึกฮึกเหิม มีความมุ่งมั่นขึ้นมาทันทีเลยล่ะครับ"

 

เปลี่ยนเสียงเชียร์คู่แข่งให้เป็นของเรา

ด้วยโลกของการแข่งขันกีฬาที่แผ่ขยายไปทั่วโลก อีกสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้เลยก็คือ หลายครั้งนักกีฬาก็ต้องไปแข่งขันในถิ่นของคู่แข่ง ซึ่งแน่นอน บรรยากาศในสนามแข่งขัน ย่อมเสียเปรียบทุกประตู

กับเรื่องดังกล่าว พรชัย ที่เคยต้องไปแข่งขันกีฬาลูกหวายในถิ่นของคู่ปรับตัวฉกาจอย่าง มาเลเซีย หลายต่อหลายครั้งกล่าวว่า เสียงเชียร์ของคนจากบ้านเดียวกัน คือเรื่องสำคัญมากๆ

"บรรยากาศเวลาไปเล่นในบ้านคู่แข่งนั้น ถือว่ากดดันมากครับ แฟนๆ พวกเขามากันเยอะ ส่งเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม แต่พอได้เห็นกลุ่มกองเชียร์คนไทย แม้จะมาแค่ 10-20 คน มันเปลี่ยนไปเลยนะ รู้สึกว่าเหมือนทั้งสนามคือบ้านของเราเลย และผมก็จะโชว์ผลงานให้เต็มที่ เล่นให้ชนะ เพื่อแฟนๆ ที่เชียร์พวกเรา" 

เรื่องดังกล่าวสอดคล้องกับ "ยูเซน มิ้ว" ลมกรดอันดับต้นๆ ของไทย ที่เผยถึงหนึ่งในวิธีการที่ช่วยให้เขามีพลังใจในการแข่งขัน แม้วันนั้นจะไม่เห็นกองเชียร์บ้านเดียวกันแม้สักคนในสนามก็ตาม 

"บางครั้งเราก็ต้องสร้างจินตนาการขึ้นมาในหัวครับ ว่าเสียงเชียร์ของคนชาติคู่แข่งนั้น คือพวกเดียวกับเรา เราอย่ามองให้มันเป็นเรื่องในแง่ลบว่าเป็นกองเชียร์ของชาติอื่น สถานการณ์แบบนี้ เราต้องอยู่กับตัวเองให้มากขึ้น ตั้งโฟกัส คิดในแง่บวกว่าเราทำได้"

 

เคียงข้างสู้ไปด้วยกัน

อีกหนึ่งคำถามที่หลายคนสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสังคมยุคใหม่ที่สามารถรับชม หรือติดตามการแข่งขันได้ง่ายเพียงปลายนิ้วคือ "กำลังใจจากหน้าจอ ยังสามารถส่งแรงบวกให้กับนักกีฬาได้จริงหรือ?"

คำตอบของ ดร. นาตาลี นิวตัน อาจทำให้หลายคนรู้สึกทึ่งไม่น้อย เพราะนักกีฬาเองก็ต้องการกำลังใจจากแฟนกีฬาทุกคน ไม่เว้นแม้แต่คนที่กำลังรับชมการถ่ายทอดสดก็ตาม

Photo : Wikimedia Commons

"ต้องยอมรับว่า นักกีฬายุคนี้เติบโตมาในยุคของอิเล็กทรอนิกส์ พวกเขารู้อยู่ตลอดแหละว่ากล้องถ่ายทอดสดอยู่ที่ไหน รวมถึงเวลาที่จะมีการถ่ายทอดสดกลับไปยังบ้านเกิดด้วย ก็เหมือนๆ กับที่รู้ว่ามีแฟนๆ ในสนามคอยดูอยู่"

"และยิ่งหากรู้ว่า กล้องถ่ายภาพนักกีฬาคนนั้นบ่อยๆ พวกเขาก็จะรู้สึกดี พร้อมๆ กับมีแรงกระเพื่อมถึงอนาคตที่สดใส การเห็นคนดูเต็มสนามถือเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม แต่การได้รับรู้ว่า มีคนที่บ้าน จะครอบครัว, เพื่อนพ้อง หรือคนร่วมชาติติดตามชม มันคือสิ่งสำคัญยิ่งกว่า"

ซึ่งจิรพงศ์ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงเรื่องนี้ว่า แม้จะมีความแตกต่างอยู่บ้างระหว่างเสียงเชียร์ข้างสนามกับกำลังใจจากทางบ้าน แต่เสียงเชียร์จากที่บ้านนั้นสำคัญกับนักกีฬาอย่างเขาไม่แพ้กันเลย

"อันที่จริงมันก็มีความแตกต่างอยู่นะครับ เพราะเราไม่สามารถรับรู้ถึงเสียงเชียร์จากกองเชียร์ที่ชมการถ่ายทอดสดได้โดยตรง ถึงอย่างนั้นก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กันที่เรารู้ว่า มีคนที่บ้านเชียร์เราอยู่" 

"อย่างรายการวิ่งผลัด 4x100 เมตรที่ผมแข่งขัน ปกติจะแข่งในช่วงค่ำๆ ตามเวลาสถานที่จัด ซึ่งผมอยากให้มีการถ่ายทอดสดให้คนไทยได้ดูนะ ไม่ว่าจะเช้ามืดดึกดื่นแค่ไหน เพราะเวลาที่รู้ว่ามีคนไทยดูพวกเราลงสนาม พวกเราจะเกิดความฮึกเหิม มุ่งมั่น ทำผลงานให้ดีที่สุด เพื่อที่ทุกคนที่ส่งเสียงเชียร์พวกเราจะได้ไม่ผิดหวังครับ"

เช่นเดียวกับ พรชัย ที่มองว่า การที่คนไทยให้กำลังใจนักกีฬาอย่างพวกเขาตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นเวลา สถานที่ไหน เจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งเพียงใด ก็ "เข้มถึงใจ มั่นใจสู้ไปด้วยกัน" อยู่เสมอ เป็นเรื่องที่สำคัญมากกับพวกเขา และในฐานะนักกีฬา คงไม่มีคำใดที่จะมอบให้แฟนๆ ได้ดีไปกว่าคำว่า "ขอบคุณ"

"ผมต้องขอบคุณกองเชียร์ชาวไทยทุกคนที่อยู่เคียงข้างเราว่าจะจะเจอสถานการณ์แบบไหน จะเจอคู่แข่งหนักหนาขนาดไหน เสียงเชียร์จากคนไทยทำให้พวกเรารู้สึกอบอุ่นและฮึกเหิมเสมอ สิ่งที่จะตอบแทนได้ ก็คงเป็นการเล่นให้เต็มที่ เพื่อความสำเร็จ และความสุขของทุกคนครับ"



AUTHOR

Mainstand

     


x