FEATURE

ตีมู ปุ๊กกี้ : ความหวังชาวฟินแลนด์ผู้ล้มเหลวแทบทุกที่ ... ยกเว้นกับ "นอริช" | Main Stand



ย้อนกลับไปซักราวปี 2019 เชื่อเหลือเกินว่าคอบอลทั่วโลกหลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อของ ตีมู ปุ๊กกี้ กองหน้า นอริช ซิตี้ ทีมแชมป์จาก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในฤดูกาล 2018-19 กับ 2020-21 และต่อให้บางคนจะรู้จักว่าเขาคือดาวยิงตัวท็อประดับลีกรอง แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอะไรอยู่ดี


 

เพราะดาวยิงระดับลีกล่างหลายต่อหลายคนไม่อาจข้ามระดับของเกมที่สูงขึ้นได้เมื่อพวกเขามาเล่นในลีกสูงสุด ความอันตรายที่เคยสร้างไว้หายเข้ากลีบเมฆเมื่อเจอกับกองหลังและคู่แข่งที่แกร่งกว่าเดิมหลายเท่า

อย่างไรก็ตาม ปุ๊กกี้ นั้นเป็นอะไรที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง 11 ประตู จาก 36 นัดในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 คือผลงานของเขาที่ทำได้ ยิงประตูใส่ทั้ง ลิเวอร์พูล, เชลซี และ แมนฯ ซิตี้ จนโด่งดังยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า 

ปุ๊กกี้ คือใครมาจากไหน เหตุใดเขาจึงร้อนแรงภายใต้ทีมที่มีนักเตะ 11 คนแรกค่าตัวรวมกันไม่ถึง 7 ล้านปอนด์ได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาโดนเย้ยหยันด้วยฉายา "นิว ลิตมาเน่น" (อดีตตำนานนักฟุตบอลทีมชาติฟินแลนด์) ผู้ล้มเหลว ... ติดตามได้ที่นี่

 

จุดเริ่มต้นคล้าย "ลิตมาเน่น" 

ฟินแลนด์ เป็นประเทศที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นแทบจะตลอดทั้งปี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้กีฬายอดนิยมของชาวฟินแลนด์เป็นกีฬาฤดูหนาวอย่าง ฮ็อกกี้น้ำแข็ง ที่นิยมเล่นกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ 


Photo : hiveminer.com

ส่วนฟุตบอลนั้นเป็นกีฬายอดนิยมรองลงมา สูสีกับกีฬาอย่าง ฟลอร์บอล, บาสเกตบอล และ วอลเลย์บอล โดยในส่วนของกีฬาฟุตบอลนั้น พวกเขาไม่ได้มีลีกที่แข็งแกร่งนัก มีทีมที่โดดเด่นกว่าใครอยู่ทีมเดียวคือ เอชเจเค เฮลซิงกิ ที่คว้าแชมป์ระดับเมเจอร์ในประเทศมาแล้วถึง 48 รายการนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรเมื่อ 112 ปีก่อน

ด้วยความผูกขาดและไม่ค่อยเป็นที่นิยมนักจึงเป็นเรื่องที่ทำให้ "นาน ๆ ครั้ง" เราจะได้เห็นนักเตะฟินแลนด์เก่ง ๆ ปรากฎตัวบนเวทีระดับโลกสักคน อาทิ ยารี่ ลิตมาเน่น และ ซามี ฮูเปีย ที่เคยเป็นผู้เล่นระดับแชมป์ยุโรปกับสโมสรอย่าง อาหยักซ์ และ ลิเวอร์พูล เมื่อ 10-20 ปีที่แล้ว ซึ่งจะว่าไปก็นานเอาเรื่องเลยทีเดียว

มิซู ปาเตไลเน่น อดีตเฮดโค้ชของ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด และทีมชาติฟินแลนด์ ซึ่งปัจจุบันเป็นกุนซือทีมชาติฮ่องกง เคยกล่าวว่า การพัฒนาวงการฟุตบอลฟินแลนด์ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถเร่งรัดกันได้ เพราะนักเตะอย่าง ฮูเปีย หรือ ลิตมาเน่น ถือเป็นระดับปรากฎการณ์ที่นาน ๆ จะมีให้เห็นสักคน และขณะเดียวกัน ขนาดในวันที่ ลิตมาเน่น กับ ฮูเปีย พีกถึงขีดสุด ฟินแลนด์ ก็ยังไม่เคยได้เข้าร่วมการแข่งขันระดับเมเจอร์เลย

"เราเคยมีดาราระดับโลกก็จริง แต่ตอนนี้พวกเขาแขวนสตั๊ดไปหมดแล้ว ความจริงจากนี้คือเราต้องเดินหน้าต่อไปและเน้นไปที่เด็ก ๆ ที่กำลังจะเดินหน้าร่วมกันต่อจากนี้" ปาเตไลเน่น กล่าว และหนึ่งในดาวรุ่งที่ ปาเตไลเน่น และ ซามี่ ฮูเปีย ในฐานะทีมสตาฟฟ์เลือกเข้ามาเป็นความหวังใหม่ของประเทศในช่วงการคุมทีมชาติคือ ตีมู ปุ๊กกี้ กองหน้าดาวรุ่งที่มีแววจะไปได้ไกลที่สุดในเวลานั้น


Photo : tbrfootball.com

คุณจะสังเกตได้ว่า ปุ๊กกี้ นั้นมีสไตล์ที่แตกต่างกับกองหน้าชาวสแกนดิเนเวียนทั่วไป เขาไม่ใช่คนตัวใหญ่และถนัดชิงลูกกลางอากาศนัก ส่วนหนึ่งก็เพราะความสูงเพียง 180 เซนติเมตร แต่ ปุ๊กกี้ เป็นกองหน้าที่มีเทคนิคการยิงอยู่ในระดับดีเยี่ยม ออกบอลถูกจังหวะ และที่สำคัญวิสัยทัศน์ในการเล่นโดดเด่นมาก 

ในฤดูกาลนี้เราได้เห็นจุดเด่นที่ไม่ต่างกับการยิงประตูของเขา คือการวิ่งเลี้ยงไลน์และเอาชนะแนวล้ำหน้าที่คู่แข่งตั้งไว้ ลูกยิงในเกมกับ ลิเวอร์พูล, เชลซี และ แมนฯ ซิตี้ ต่างเป็นลูกที่เขาวิ่งผ่านแนวรับและรับบอลตามช่องจากเพื่อนร่วมทีมเข้าไปยิงทั้งสิ้น ซึ่งสาเหตุที่เป็นแบบนั้นคือเขาเรียนรู้ฟุตบอลระดับสูงตั้งแต่อายุยังน้อยนั่นเอง

ปุ๊กกี้ มีเส้นทางคล้าย ๆ กับ ยารี่ ลิตมาเน่น นักเตะอันดับ 1 ตลอดกาลของประเทศฟินแลนด์  ทั้งคู่ใช้เวลาแค่สั้น ๆ กับฟุตบอลลีกในประเทศก่อนไปเติบโตยังต่างประเทศที่เน้นเรื่องเทคนิคและการเล่นบอลกับพื้น ดังนั้นจึงเป็นที่มาของสไตล์ที่ผิดธรรมชาติกับนักเตะเมืองหนาว


Photo : lastwordonfootball.com

ตัวของ ลิตมาเน่น นั้นย้ายไปเล่นในฮอลแลนด์กับ อาหยักซ์ ตั้งแต่ปี 1992 ตอนนั้นเขาอายุแค่ 19 ปีเท่านั้น ส่วน ปุ๊กกี้ นั้นหลังจากเล่นให้ทีมในลีกบ้านเกิดอย่าง KTP ได้เพียง 2 ฤดูกาล เขาก็ถูก เซบีย่า คว้าตัวไปร่วมทีมทันที และในวันที่ข้อตกลงทุกอย่างเสร็จสิ้น หนังสือพิมพ์ มาร์ก้า พาดหัวข่าวว่า "เซบีย่า ตัดหน้า เชลซี และ ยูเวนตุส คว้าตัว 'นิว ลิตมาเน่น'"

อย่างไรก็ตามมันมีความคล้ายในความต่างในแง่ของพรสวรรค์และยุคสมัย ลิตมาเน่น เป็นระดับอัจฉริยะที่กุนซืออย่าง หลุยส์ ฟาน กัล ชื่นชมว่าเป็นเพลย์เมคเกอร์ที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่อายุ 20 ต้น ๆ ขณะที่ ปุ๊กกี้ มีพรสวรรค์ในระดับที่ไม่เทียบเท่ากับ ลิตมาเน่น นอกจากนี้ ตอนเข้าไปเล่นให้ เซบีย่า เขาจึงรู้ว่าโลกฟุตบอลนั้นกว้างใหญ่กว่าที่เขารู้ เก่งที่ฟินแลนด์กับเก่งที่ดินแดนของแชมป์โลกอย่างสเปนนั้นต่างกัน และถือว่าเป็นสิ่งที่ยากมาก ๆ สำหรับนักเตะที่ต้องใช้พรแสวงมากกว่าพรสวรรค์อย่างเขา

"ตอนนั้นผมยังเป็นวัยรุ่น และการอยู่กับ เซบีย่า นั้น ต้องยอมรับว่าเป็นก้าวที่ใหญ่เกินไปกว่าที่ผมจะสามารถสอดแทรกขึ้นชุดใหญ่ได้" ดาวยิงทีมชาติฟินแลนด์ เล่าย้อนความหลัง

เซบีย่า ส่ง ปุ๊กกี้ ลงไปเล่นทีมสำรองอย่าง เซบีย่า แอตเลติโก โดยเพื่อนร่วมรุ่นชุดนั้นที่เติบโตมามีชื่อเสียงได้แก่ ดิเอโก เปร็อตติ และ หลุยส์ อัลแบร์โต้ ขณะที่ ปุ๊กกี้ ไม่ใช่ดาวเด่นในแง่ความสำคัญ นอกจากนี้นิสัยของเขาก็ยังไม่พร้อมที่จะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ จากปัญหาที่ประสบทั้งเรื่อง อากาศ, ภาษา และสไตล์การเล่น


Photo : thegoalmouthscramble.net

"ผมอายุ 18 ปี ต้องมาอยู่ไกลบ้านและที่เซบีย่าก็ร้อนมาก ๆ หากเทียบกับบ้านเกิดที่ฟินแลนด์ สัปดาห์แรก ๆ อพาร์ทเมนต์ของผมไม่มีแอร์ ทำผมอยู่แทบไม่ได้ ผมตกที่นั่งลำบากมากในตอนนั้นจากเรื่องภาษาและนิสัยของผมเองที่เป็นคนขี้อายด้วย" ปุ๊กกี้ เล่าถึงชีวิตในแบบนักเตะอาชีพครั้งแรกของเขา ถึงแม้มันจะล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะ 2 ปีกับ เซบีย่า เขาได้เล่นแค่ 1 นัดเท่านั้น (ทีมสำรอง 17 นัด) ก่อนจะไม่ได้รับการต่อสัญญาและต้องย้ายกลับไปยัง เอชเจเค เฮลซิงกิ ทีมอันดับ 1 ของประเทศตอนอายุ 21 ปี

ทุกอย่างในชีวิตล้วนเป็นบทเรียนชั้นครู ความสำเร็จอาจจะทำให้คุณมีความสุขเมื่อได้รับมัน แต่ความผิดหวังคือรางวัลที่จะทำให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้นในอนาคตอย่างแท้จริง และการกลับ ฟินแลนด์ ของปุ๊กกี้ ก็เป็นเช่นนั้นด้วย

"แม้จะไม่น่าจดจำ แต่การมาอยู่ในต่างประเทศตั้งแต่ยังเด็กมันช่วยให้คุณเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็วแบบไม่น่าเชื่อ" ปุ๊กกี้ เพิ่งเข้าใจ ณ จุดนี้เมื่อได้กลับไปเล่นในบ้านเกิด

 

คำสาปของ "นิว"

ที่สเปนอาจจะเลี้ยงไม่ผ่านใครและยิงประตูในระดับลีกสูงสุดไม่ได้เลย แต่เมื่อกลับมาฟินแลนด์ ปุ๊กกี้ เองก็ต้องงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาเป็นกองหน้าที่ไม่มีใครในลีกหยุดยั้งได้ กองหลังที่ ฟินแลนด์ ชักช้าอืดอาด พวกเขาไม่ถูกโรคกับนักเตะที่ชอบเล่นแบบใช้ความเร็วชิงจังหวะและเล่นบอลบนพื้นได้ดีอย่าง ปุ๊กกี้ ดังนั้นเขาจึงยิงไปได้ 13 ประตูจาก 25 เกมลีกที่ลงเล่นให้ เฮลซิงกิ และพาทีมคว้าแชมป์เวียกเค้าส์ลีก้า (แชมป์ลีก) ถึง 2 สมัยติดต่อกัน หลังจากนั้นเขาจึงได้ย้ายทีมอีกครั้งโดยไปเล่นให้กับ ชาลเก้ 04


Photo : www.weltfussball.de

ปุ๊กกี้ ในวัย 21 ปี ถูกคาดหวังน้อยเพราะเป็นดาวรุ่งราคาแค่ 1 ล้านยูโร แต่เขาสามารถทำประตูได้ 8 ลูกจาก 2 ฤดูกาลแรก มันดูจะเป็นการเริ่มต้นที่ดี ทว่าเมื่อฤดูกาลที่ 3 เริ่มขึ้นเขาอายุ 23 ปีแล้ว และทีมสตาฟฟ์ของชาลเก้ โยกเขาไปเล่นริมเส้นฝั่งซ้ายและหวังว่าเขามาถึงจุดที่จะต้องยกระดับมาเป็นนักเตะที่ทีมฝากความหวังได้แล้ว แต่ความจริงคือมันไม่ใช่ตำแหน่งถนัดของเขาและเขาก็ล้มเหลว

"มันไม่เป็นไปตามแผนที่ผมวางไว้ ชาลเก้คาดหวังให้ผมยิงมากกว่าที่เป็นอยู่ ถ้าเป็นผมในตอนอายุเท่านี้ (29 ปี) ผมเชื่อว่าผลงานกับ ชาลเก้ จะต้องออกมาดีกว่าที่เคยเป็นแน่" ปุ๊กกี้ เล่าถึงวันที่เขาโดน ชาลเก้ ขายให้กับ เซลติก ในราคา 2.5 ล้านปอนด์ ในตอนนั้น นีล เลนน่อน กุนซือของม้าลายเขียวขาวหวังว่าเขาจะเข้ามาทำหน้าที่ "ยิงกระจาย" แทนที่ของ แกรี่ ฮูเปอร์ ที่ย้ายไป นอริช ให้ได้

7 ลูกกับ เซลติก ในฤดูกาลแรกถือว่าเป็นสถิติที่ ปุ๊กกี้ ยิงได้มากที่สุดเมื่ออกมาเล่นในลีกนอกบ้านเกิด ... แต่กระนั้นเมื่อเทียบกับ ฮูเปอร์ ที่เคยยิงไว้ถึง 31 ลูกในปีเดียวก่อนย้ายทีม ก็คงต้องยอมรับว่า ปุ๊กกี้ สอบตก แม้กระทั่ง นีล เลนน่อน คนที่มั่นใจในตัวเขายังส่ายหัว ...


Photo : www.skysports.com

"เขาเป็นเด็กที่เงียบ ๆ นะ เขาเจอปัญหาบาดเจ็บบ่อยด้วย และการอยู่กับ เซลติก ด้วยราคาระดับหนึ่ง นั่นหมายถึงว่าคุณต้องยิงประตูตอบแทน ผมไม่รู้ว่านี่มันยากเกินไปสำหรับเขาหรือเปล่า แต่ดูจากตอนที่เขาเล่นให้กับทีมใหญ่อย่าง เซบีย่า และ ชาลเก้ สถิติการยิงของเขาถือว่าตกต่ำเลยนะ เราอาจจะมองว่าเขามีของดีซ่อนอยู่ แต่เขาเองนั่นแหละที่ไม่สามารถรักษามาตรฐานของตัวเองให้ต่อเนื่องได้" กุนซือของ เซลติก ในเวลานั้นกล่าว

นิว ลิตมาเน่น สิ้นชื่อไม่เป็นท่าเมื่อออกมาเจอเกมลีกในระดับสูง เขาเริ่มแสดงให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาที่ไปได้ไม่ไกลนัก ปุ๊กกี้ อาจจะเหมาะกับการเล่นแต่ในลีกระดับรองลงมามากกว่าเพราะหลังจากล้มเหลวกับ เซลติก เขาย้ายไปเล่นกับ บรอนด์บี้ ทีมในลีก เดนมาร์ก และมันก็เหมือนทุกครั้งเมื่อเขาได้เล่นในลีกที่ระดับไม่สูงมากและไม่เป็นที่จับตา ปุ๊กกี้ ระเบิดฟอร์มยิง 71 ประตูจาก 164 นัด พาทีมคว้าแชมป์ลีกไปอีก 1 สมัย แต่ปัญหาคือทีมจากลีกใหญ่ ๆ ทีมไหนจะกล้าเสี่ยงกับนักเตะที่ "ข้ามเลเวลไม่ได้" แบบเขาอีก ?

 

คนที่รอคอย ...

ปุ๊กกี้ ไม่ต่อสัญญากับ บรอนด์บี้ และเป็นที่ต้องการของทีมในลีกระดับกลางๆ อย่าง กรีซ, นอร์เวย์ และ ฟินแลนด์ บ้านเกิดอยู่บ้างหลังจากสัญญาหมดลงช่วงกลางปี 2018 ส่วนสัญญาจากทีมใหญ่ ๆ ลีกดัง ๆ ไม่ตกถึงมือ ... มีเพียงข้อเสนอจาก นอริช เท่านั้นที่ดูใกล้เคียงคำว่า "ลีกใหญ่" มากที่สุด


Photo : www.canaries.co.uk

เรื่องที่ นอริช ต้องการตัวเขามันมีเหตุผลง่ายนิดเดียว นั่นคือทีมไม่มีเงิน และพวกเขาเลี่ยงไม่ได้ที่จำเป็นจะต้องเสี่ยงกับ ปุ๊กกี้ ถึงแม้ว่าสถิติลีกใหญ่ของเขาจะไม่ได้เรื่อง แต่เพราะเขาค่าตัวฟรีแถมค่าเหนื่อยก็แสนถูก ดังนั้น นอริช พร้อมลุยกับดีลนี้ ที่สำคัญมันเป็นเรื่องของ สจ็วร์ต เว็บเบอร์ ผู้นั่งตำแหน่งไดเร็คเตอร์ของทีมที่บังเอิญเคยเห็นฝีเท้าของ ปุ๊กกี้ ด้วยตาตัวเองมาแล้วเมื่อ 6 ปีก่อน และติดตามเป็นนักเตะที่เขาจับตาไว้เสมอจนถึงวันที่ไม่มีค่าตัว 

เว็บเบอร์ เคยเป็นแมวมองของทีม วูล์ฟแฮมป์ตัน ก่อนที่จะโดนยกเลิกสัญญาหลังจาก วูล์ฟส์ เปลี่ยนเจ้าของใหม่ อย่างไรก็ตามสไตล์การเสริมทัพของ เว็บเบอร์ นั้นเป็นสไตล์ที่เหมาะกับทีมขนาดเล็กและไม่มีเงินมากนัก เขาชอบที่จะไปหาของดีจากแดนไกลซึ่งใคร ๆ อาจไม่รู้จักโดยมองตรงคุณสมบัติที่เมื่อเอามาวางลงกับทีม นอริช แล้วสามารถเติมเต็มได้พอดี 

เว็บเบอร์ เล่าว่าสิ่งที่เขาเห็นในตัวของ ปุ๊กกี้ คือนอกจากจะเป็นกองหน้าที่สถิติการยิงประตูสูงแล้ว สถิติที่ดีของเขาคือการแอสซิสต์ที่ปีหนึ่งมีค่าเฉลี่ยประมาณ 9-10 ลูก นอกจากนี้ทัศนคติในการเล่นของ ปุ๊กกี้ คือสิ่งที่หาได้ยาก เขามีความ "คล้าย ๆ" โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ของ ลิเวอร์พูล อยู่บ้างเพราะเขาจะมองหาเพื่อนร่วมทีมที่มีโอกาสในการจบสกอร์ดีที่สุดก่อนเสมอ ในการตัดสินใจแต่ละครั้ง ผู้เล่นแบบนี้คือสิ่งที่ นอริช ต้องการ 

ตัวอย่างดีลแสนฉลาดของ เว็บเบอร์ ก่อน ปุ๊กกี้ นั้นคือการดึงเอา ดาเนี่ยล ฟาร์เก้ กุนซือที่ไม่เคยทำทีมลีกใหญ่เลยสักครั้งมาคุมทีม เขาอายุแค่ 40 ปีในตอนนั้น และเป็นเฮดโค้ชของ ดอร์ทมุนด์ ทีมสำรอง ซึ่ง เว็บเบอร์ มองถึงความลงล็อกเพราะตัวของ ฟาร์เก้ เข้าใจถึงการทำทีมของทีมเล็ก ๆ เป็นอย่างดี เขามีปรัชญาที่ตรงตามกับทีมต้องการคือ "ลบภาพบอลโบราณและเล่นบอลกันพื้นเหมือนกับทีมเก่ง ๆ"


Photo : www.edp24.co.uk

"ผมอยากจะให้ผู้เล่นของผมเป็นพระเอกในสนาม ผมอยากให้ทีมของเราครองบอล โค้ชบางคนอาจจะบอกว่ามันเป็นอะไรที่ยากหากเจอกับทีมที่เตรียมมาอุด ดังนั้นตั้งรับและรอบอลมาหาแล้วค่อยสวนกลับไม่ดีกว่าหรือ ?" ฟาร์เก้ เปิดใจในวันแรกที่คุม นอริช ในปี 2017

"ผมไม่ใช่คนแบบนั้น แม้ผมจะใช้การโต้กลับบ้างแต่มันแทบใช้ไม่ได้มากนักยามเจอทีมที่เก่งกว่า นั่นคือความต่างที่เรียกว่าระดับของทีม ดังนั้นปรัชญาของผมคือเราต้องช่วยกันทำงานหนักเพื่อเป็นฝ่ายคุมเกมและครอบครองบอลให้ได้ นั่นคือเรื่องใหญ่ที่สุดของเรา"

"เมื่อคุณมีบอลคุณต้องมีคุณภาพ ถ้าเราเป็นฝ่ายไล่ล่าลูกบอลอย่างเดียว เรานี่แหละจะหมดแรงก่อน ดังนั้นเราต้องทำให้คู่แข่งเป็นฝ่ายเหนื่อยแทนเรา ผมมั่นใจว่าผมจะทำมันได้ (กับนอริช) แม้ว่าที่นี่จะไม่มีหยุดหนีหนาวก็ตาม" 


Photo : www.valioliiga.com

หากลองไล่เรียงตั้งแต่แรกจะไม่แปลกใจว่าทำไม ปุ๊กกี้ จึงทำผลงานได้ดีมาก ๆ กับ นอริช นั่นก็เพราะว่าตัวของเขา, ปรัชญาของ ฟาร์เก้ และแนวทางการซื้อนักเตะของ นอริช มันดูสัมพันธ์กันโดยบังเอิญ

ปุ๊กกี้ มีทักษะดีจากการเล่นสเปนในวัยเด็ก, ฟาร์เก้ มองหานักเตะที่เล่นบอลกับพื้นได้ดีและมีความขยัน ส่วนทีมต้องการนักเตะค่าตัวถูกแต่ประสิทธิภาพลงล็อก ... ไหนจะเรื่องของสภาพจิตใจของ ปุ๊กกี้ ด้วยการย้ายมาที่ นอริช แบบฟรี ๆ ทำให้เขาไม่ต้องแบกรับความกดดันอะไรเลยเหมือนกับที่เคยเป็นสมัยอยู่กับ เซบีย่า, ชาลเก้ และ เซลติก 

"หลังจากได้คุยกับ ฟาร์เก้ และ สจ็วร์ต นี่คือการตัดสินใจที่ดีที่สุดแล้ว ผมมีสิทธิ์จะไปเล่นที่อื่น ๆ ได้ (หลังหมดสัญญากับ บรอนด์บี้) แต่ที่นอริชพวกเขารู้ว่าผมเป็นนักเตะแบบไหน และผมรู้สึกลงตัวมาก ๆ กับระบบของทีมที่วางไว้" ปุ๊กกี้ กล่าวสมัยเล่นในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ 

 

ไม่ใช่ "นิว ลิตมาเน่น" แต่คือ "เฟิร์ส ปุ๊กกี้"

การมาเล่นกับ นอริช นั้นถือว่าเป็นช่วงเวลา 10 ปีหลังจากที่ ตีมู ปุ๊กกี้ ถูกเรียกว่า "นิว ลิตมาเน่น" จนหลายคนลืมไปแล้วว่าเขาได้รับฉายานี้ ปุ๊กกี้ ในวัย 28 ปี แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ผู้เล่นในทีมหลายคนเล่าว่าเขาเป็นคนที่เข้าหาผู้เล่นคนอื่นได้ดี ซึ่งนั่นแตกต่างกับตอนเขาเป็นวัยรุ่นที่ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใคร 


Photo : www.skysports.com

ท็อดด์ แคนท์เวลล์ ดาวรุ่งจากอคาเดมีของสโมสรที่ยิงไป 2 ประตูในพรีเมียร์ลีก โดย 2 ประตูของเขาเกิดจากการแอสซิสต์ของ ปุ๊กกี้ บอกว่าตั้งแต่ ปุ๊กกี้ ย้ายเข้ามาตอนเล่นในลีกรอง ทั้ง 2 คนสามารถเชื่อมสไตล์การเล่นให้ติดกันได้ไวมาก จนสามารถพาทีมเลื่อนชั้นแบบม้วนเดียวจบในฤดูกาลที่ผ่านมาได้

"ความสำเร็จในการเลื่อนชั้นเกิดขึ้นเพราะทุกคนทำงานกันเหมือนครอบครัว ไม่มีใครถือตัวใหญ่โต ห้องแต่งตัวของที่นี่มีบรรยากาศยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ผมเคยเป็นนักฟุตบอลมาเลย เราทุกคนรักกันแบบสนิทใจและมันทำให้ผมดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง" ปุ๊กกี้ ยืนยันว่าเขาได้เจอกับที่ที่ลงตัวกับตนเองแล้ว

แม้ลักษณะการเข้าหาเพื่อนๆ และทีมจะเปลี่ยนไป แต่ ปุ๊กกี้ เล่าว่าตัวตนของเขาที่ นอริช นั้นไม่ใช่การเปลี่ยนโดยสิ้นเชิง แต่มันคือการพยายามทำสิ่งที่ทำได้ให้หนักขึ้น ซึ่งเขาถึงขั้นยอมรับว่าตัวเองเก่งขึ้นเป็นเท่าตัวภายในระยะเวลาสั้น ๆ นี้ 

"ผมว่าผมเก่งขึ้น 100% เลยนับตั้งแต่ย้ายมาเล่นให้ นอริช จริงอยู่ผมเป็นนักเตะที่ไม่เคยขี้เกียจวิ่ง แต่สไตล์ของทีมนอริชนั้นมันเหมาะกับการวิ่งของผมมาก ๆ ผมรักที่จะเป็นกองหน้าให้กับทีม ๆ นี้"  

แน่นอนไม่ใช่แค่ตัว ปุ๊กกี้ เท่านั้นที่รักและมีความสุขของการได้เป็นส่วนหนึ่ง ตอนนี้เขาเป็นขวัญใจของแฟน ๆ เพื่อนร่วมทีม และผู้จัดการทีมของเขา น่าแปลกที่การพยายามยิงประตูให้ได้มาก ๆ สมัยยังเป็นวัยรุ่นกลับเป็นสิ่งที่ทำให้เขาไปไหนไม่ได้ไกล เขาไม่รู้ตัวว่าแท้จริงแล้วตัวเองเป็นนักเตะที่เล่นเพื่อทีมมากกว่าแค่ทำหน้าที่เป็นมือสังหารอย่างเดียว นี่คือสิ่งที่เอเยนต์ของเขาอย่าง ทีมู ตูรูเนน สังเกตมานานแล้วทว่า ปุ๊กกี้ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้


Photo : www.iltalehti.fi

"ปุ๊กกี้ วิ่งได้มากกว่า, ดุดันกว่า, เข้าปะทะได้ดีกว่า รวมถึงแข็งแกร่งด้านสภาพร่างกายและความมั่นใจเกินกว่าระดับลีกเดนมาร์กไปเยอะ การอยู่ที่นี่ทำให้เขาถอยหลัง ผมว่าเขาต้องพอแล้วกับที่ บรอนด์บี้ บางสิ่งจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงและเขารู้ดีว่าถึงเวลาที่ต้องทำแบบนั้นสักที" เอเย่นต์ของเขากล่าวตั้งแต่วันที่พา ปุ๊กกี้ มาอยู่กับ นอริช ซึ่งสุดท้ายแล้วมันก็จริงทุกอย่าง เพราะมันบังเอิญไปตรงกับที่ ฟาร์เก้ อธิบายคำจำกัดความของ ปุ๊กกี้ พอดิบพอดี 

"ไม่ใช่แค่ยิงประตู แต่ปุ๊กกี้ทำได้ทุกอย่าง โดยตำแหน่งแแล้วเขาเป็นนักเตะที่มีภาระงานเยอะมาก แต่เขาทำมันออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เขาคิดเรื่องทีมก่อนเสมอ ซึ่งทำให้เขาคู่ควรที่จะได้รับคำชื่นชม ตีมู ปุ๊กกี้ เขาวิเศษมาก" ดาเนี่ยล ฟาร์เก้ กล่าวถึง ปุ๊กกี้ หลังพาทีมเอาชนะ แมนฯ ซิตี้ 3-2 

แม้ ปุ๊กกี้ ที่ยิงอยู่แทบจะคนเดียวในฤดูกาล 2019-20 จะไม่สามารถช่วย นอริช ให้รอดจากการตกชั้นได้ แต่เขาก็ช่วยให้ทีมนกขมิ้นกลับสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง กับการยิง 26 ประตู นำทีมคว้าแชมป์ลีกรองในฤดูกาล 2020-21 ขณะที่ในทีมชาติ ตอนนี้เขายิงประตูให้กับฟินแลนด์แล้ว 30 ประตู อีก 2 ประตูเท่านั้นก็จะเท่ากับสถิติตลอดกาลของ ยารี่ ลิตมาเน่น

จาก "นิว ลิตมาเน่น ผู้ล้มเหลว" ตอนนี้ ตีมู ปุ๊กกี้ สร้างชื่อให้กับตัวเองจนเป็นที่จดจำ และกองหลังทุกคนต้องระวังเขาให้ดี

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.pinkun.com/norwich-city/pukki-on-norwich-boss-farke-influence-1-6228490
https://www.independent.ie/sport/soccer/farke-hails-brilliant-pukki-after-strikers-hattrick-sinks-newcastle-38412188.html
https://www.thestar.com.my/sport/football/2019/09/15/finnish-article-pukki-is-making-the-canaries-sing-in-the-premier-league
http://talknorwichcity.com/opinion/the-man-who-never-wanted-to-become-a-coach-daniel-farke/
https://www.pinkun.com/norwich-city/city-star-dreaming-of-top-flight-return-1-6003077
https://www.telegraph.co.uk/football/2019/08/03/exclusive-interview-teemu-pukki-norwichs-shrewd-signing-good/



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x